ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

"พุทธะอิสระ - ไพบูลย์" ฟ้องศิษย์ธรรมกาย กล่าวหาดูหมิ่นพระสังฆราช

2.87K 427

อดีตประธานกรรมาธิการปฏิรูปพุทธศาสนา ของ สปช. เดินทางไปยังศาลอาญา เพื่อยื่นคำฟ้องร่วมกับหลวงปู่พุทธะอิสร ให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทกับ 8 ลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกาย จากกรณีแจ้งความเท็จ

เมื่อเวลา 11.00 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เดินทางไปศาลอาญา เพื่อยื่นคำฟ้องร่วมกับหลวงปู่พุทธะอิสระ ให้ดำเนินคดีกับเครือข่ายศิษย์พระธัมมชโยในจังหวัดต่าง ๆ รวม 6 จังหวัดประกอบด้วย1.นางฉวีวรรณ คำธนะ2.นายกฤษดา บรรพชาติ 3.นายเอกชัย ดีเสนาตระกูล 4.นายอติชาต ต้นแก้ว 5.นายจีระพัฒน์ แจ่มเงินวัฒนากูล 6.นางสุภาภรณ์ บุญเริ่ม 7.นางธรรมพร ประมวลโกศลยุต 8.นายคณิต อิรนพไพบูลย์ รวม 8ราย

ซึ่งมีเจตนาร่วมกันในการดำเนินการไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร ในเขตจังหวัดราชบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยะลา เชียงใหม่ โดยมีเจตนาไม่สุจริต เพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื่อว่าโจทก์กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช และใส่ความคณะสงฆ์ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือแตกแยกในหมู่คณะสงฆ์ ทำให้โจทก์ทั้งสองถูกดูถูก ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชังจากประชาชนและพุทธศาสนิกชน ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง เกียรติคุณอย่างร้ายแรง 2 ประการ

1. เป็นทีทราบว่าขณะนี้ไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ภายหลังจากนั้นคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้แต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ให้เป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยที่ยังมิได้รับพระมหากรุณาทรงโปรดเกล้าสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชแต่ประการใด ดังนั้นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จึงหาใช่สมเด็จพระสังฆราชอันจะได้รับความคุ้มครองตาม มาตรา 44 ทวิ อย่างที่จำเลยทั้ง 8 กล่าวอ้าง การตีความของจำเลยทั้ง 8 เป็นการตีความล่วงพระราชอำนาจของพระมหากษัติย์ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 5ตรีแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น การที่จำเลยทั้ง 8 ตีความเช่นนั้นมีความประสงค์ให้โจทก์ทั้งสองต้องถูกดำเนินคดีอาญาโดยไม่เป็นความจริง

2.จำเลยทั้ง 8 กล่าวอ้างว่า โจทก์ทั้งสองใส่ร้ายคณะสงฆ์เพื่อให้คณะสงฆ์เกิดความแตกแยกนั้น โจทก์ทั้งสองมิเคยได้นำความเท็จอย่างใดใส่ร้ายคณะสงฆ์ใดเพื่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่คณะสงฆ์ แต่โดยแท้จริงแล้วโจทก์ทั้งสองเพียงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ ในส่วนที่ยังบกพร่องอยู่อันเป็นการป้องกันส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรมในฐานะที่ โจทก์ที่ 1เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา และโจทก์ที่ 2 เป็นพุทธศาสนิกชน เพื่อป้องกันแก้ไขมิให้เกิดความเสียหายแก่การปกครองคณะสงฆ์ โดยยึดหลักพระธรรมวินัยอันพระพุทธองค์ได้ทรงพุทธบัญญัติมีในพระไตรปิฎก และตามที่กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคมและพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งจำเลยทั้ง 8ทราบดีอยู่แล้วนั้น แต่ที่จำเลยทั้ง 8ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษโจทก์ทั้งสองเช่นนั้น ย่อมแสดงออกโดยแจ้งชัดว่าจำเลยทั้ง 8มีความประสงค์ให้โจทก์ทั้งสองต้องถูกดำเนินคดีอาญาโดยไม่เป็นความจริง

จึงได้ฟ้องดำเนินคดีกับศิษย์พระธัมมชโยในฐานความผิด แจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่ามีการกระทำผิดอาญา, แกล้งให้ต้องรับโทษอาญา, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาหรือไขข่าว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172, 173, 174, 326, 328, 83และ91


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend