ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564

จับ 3 ผู้ต้องหาอ้างเป็นที่ปรึกษา"บิ๊กป้อม" บีบสรรพากรอนุมัติงบกว่า 23 ล้าน

5.97K 182

ตำรวจ รวบ 3 ผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นคนสนิท รองนายก ฯ ให้สรรพากรอนุมัติโครงการติดตั้งไฟฟ้าสำรอง วงเงิน 23 ล้านบาท ให้ บริษัทเอกชน

จากกรณี นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร แจ้งความดำเนินคดีกับชาย 3 คน โดย1ใน3อ้างตัวเป็นที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ามาติดต่อขอให้กรมสรรพากรอนุมัติงบประมาณกว่า 23 ล้านบาท ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ชนะการประมูลจัดซื้อและติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าอัตโนมัติของกรมสรรพากรตั้งแต่ปี 2557 แต่แบตเตอรี่ที่มีอยู่ไม่ตรงสเป็กที่ทำสัญญาไว้ จึงถูกชะลอการสั่งจ่ายงบประมาณ เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบไปยังสำนักงานรองนายกรัฐมนตรี กลับไม่พบชื่อชายที่มาแอบอ้าง รวมถึงชายอีก 2 คนที่มาด้วยกัน ที่กรมสรรพากรซอยพหลโยธิน7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าที่สน.บางซื่อ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.พิชิต กอปรกิจงาม รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือ นายวรกร สมานญาติ อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 9 ซอยติวานนท์ 32 แยก 1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายวิรัติ ศักดิ์จิรพาพงษ์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/40 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. และนายเกรียงไกร โชติกุลอายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่44/1 ต.ยกระบัตร อ.บ้านแพร้ว จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1043-1045/2559 ลงวันที่ 1 มิ.ย. 2559 ในฐานความผิดร่วมกันพยายามฉ้อโกง โดยการแสดงตนเป็นผู้อื่น โดยเชิญตัวมาจาก กรมสรรพากร ซอยพหลโยธิน7 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรมสรรพากร เปิดประมูลโครงการจัดซื้อและติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าอัติโนมัติ(UPS) จำนวน 2 ชุด สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หลักของกรมสรรพากร ประจำปีงบประมาณ 2557 ซึ่งบริษัทไซท์เพรพพาเรชั่น แมนเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 23,807,500 บาท แต่ต่อมามีปัญหาขัดข้อง เนื่องจากบริษัทไซท์เพรพพาเรชั่นฯ ขอเปลี่ยนอุปกรณ์ตรวจสอบแบตเตอรี่ กรมสรรพากรพบว่ามีแบตเตอรี่ของบริษัทไซท์เพรพพาเรชั่นฯ ไม่สามารถนำมาติดตั้งรองรับการใช้งานตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ทางกรมสรรพากรจึงไม่สามารถตรวจรับพัสดุได้ ซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของกรมสรรพากรจึงยังไม่มีการชำระเงินแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ศานิตย์ เผยต่อว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายวิรัติได้โทรศัพท์มาหาหน้าห้องอธิบดีกรมสรรพากร พร้อมกับอ้างว่าเป็นทีมที่ปรึกษาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แจ้งความประสงค์ขอเข้าพบนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายวรกร นายวิรัติ และนายเกรียงไกร เดินทางมาพบ พร้อมทั้งแนะนำว่าเป็นที่ปรึกษาของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมยื่นเอกสารแนะนำตัวประกอบนามบัตรของนายวรกร ระบุชื่อ ร.อ.ดร.วรกร สมานญาติ ตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง) และเอกสารแนะนำตัวอีก 1 แผ่นระบุชื่อ ร.อ.ดร.วรกร สมานญาติ ตำแหน่งที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง) จะขอเข้าพบอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อทวงถามเร่งรัดให้ทางกรมสรรพากรอนุมัติรับงานติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าของบริษัทดังกล่าว

ทางกรมสรรพากรจึงได้ประสานไปยังสำนักงานของพล.อ.ประวิตร จึงทราบว่าทั้งสามคนไม่ใช่ทีมที่ปรึกษาตามที่กล่าวอ้าง การกระทำดังกล่าว เพื่อหลอกลวงกรมสรรพากรให้รีบเร่งรัดอนุมัติงบประมาณตามโครงการให้ผิดขั้นตอน ซึ่งหากมีการอนุมัติตามที่นายวรกร กับพวกชี้ให้เห็นเหตุจูงใจและเจตนาทุจริตเพื่อให้ได้รับเงินจากกรมสรรพากรเป็นเหตุให้กรมสรรพากรได้รับความเสียหายจึงมีความผิดฐาน ร่วมกันพยายามฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยทั้งหมด ให้การภาคเสธในข้อกล่าวหา และไม่ให้สัมภาษณ์หรือเปิดเผยข้อมูลใดๆกับสื่อมวลชน โดยผู้ต้องหาทั้งหมดจะขอยื่นประกันตัวในชั้นศาล

รายงานข่าวแจ้งว่า 1 ใน 3 ผู้ต้องหา เคยเป็นที่ปรึกษาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยมาอ้างตัวกับผู้ต้องหา อีก 2 ราย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยที่ปรึกษาของบริษัทไซท์เพรพพาเรชั่นฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรแจ้งความดำเนินคดีชาย 3 คนที่แอบอ้างเป็นที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร เพื่อเข้ามาติดต่อให้กรมสรรพากรอนุมติงบประมาณ 23 ล้านบาทจัดซื้อ และติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าอัตโนมัติ ว่า ตอนนี้สามารถจับกุมตัวได้แล้ว ทั้งนี้ตนเคยบอกแล้วเรื่องการแอบอ้างชื่อก็อ้างกันไป ถ้าหน่วยงานใด หรือเจ้าหน้าที่คนใดเชื่อคนที่แอบอ้างก็ใช่ไม่ได้ ผิดหมด ทั้งนี้หากจะมีโครงการอะไรตนต้องเป็นคนทำหนังสือเอง ไม่ใช้คนส่งเดช ย้ำว่าไม่มีแน่นอน ไปถามได้เลยดีแล้วที่อธิบดีกรมสรรพากร เขาไปแจ้งตำรวจ โดยที่ไม่ได้ถามผม จนทำให้จับกุมตัวได้ ผมขอย้ำว่าไม่เคยใช้ใครส่งเดช ไม่เคยใช้ไปทำอะไรทั้งนั้น ดังนั้นอย่าไปเชื่อ นอกจากผมจะสั่งการไปเอง พล.อ.ประวิตร กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend