ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"บิ๊กต๊อก"แนะ"ศิษย์ธรรมกาย" รับฟังข้อเท็จจริงคดีคลองจั่นกับดีเอสไอ

5.38K 861
บิ๊กต๊อกแนะศิษย์ธรรมกาย รับฟังข้อเท็จจริงคดีคลองจั่นกับดีเอสไอ

สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด .(ป.ป.ส.) - 30 พ.ค. 59 - รมว.ยธ. แนะศิษย์ธรรมกายรับฟังข้อเท็จจริงคดีคลองจั่นกับดีเอสไอ ให้รู้ชัดๆมาถึงจุดนี้ได้ยังไง อย่าเบี่ยงเบนกฎหมายว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ติงกลุ่มบุคคลไม่เกี่ยวข้องไม่รู้จริงอย่าพูดเพียงแค่ออกสื่อ ระบุขณะนี้มีทั้งฝ่ายกดดันให้จับธัมมชโยกับฝ่ายโอดรังแกพระ ยันดีเอสไอทำทีละขั้น ถามกลับ! หรืออยากให้ใช้กฎหมาย 100% ตูมตามเข้าไปเลย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินการตามหมายจับกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร สืบเนื่องจากการรับเช็คบริจาคของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า กรณีนี้ควรต้องทำความเข้าใจกับศิษย์วัดพระธรรมกายว่าคดีดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไรถึงได้มาถึงจุดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่เคยเจาะจงว่าต้องดำเนินการกับคนใดคนหนึ่ง

แต่เป็นคดีที่สืบเนื่องจากคดีสหกรณ์คลองจั่นฯ ซึ่งบางครั้งตนจำเป็นต้องชี้แจงแทนดีเอสไอที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคล 3 - 4 คน ออกมาแสดงความเห็นที่สร้างความไม่เข้าใจ ด้วยการให้ข้อมูลโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน ส่งผลให้สังคมสับสน ซึ่งตนไม่อยากให้มีการเบี่ยงเบนเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย หากพูดไม่หมดก็จะเป็นประเด็นว่ามีการกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งจะกระทบกับภาพกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น ขอให้ผู้ที่จะออกมาแสดงความเห็นควรศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมด หากไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัยขอให้สอบถามมาที่ดีเอสไอ แต่ขอให้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องจริง ๆ

ผมไม่เห็นด้วยกับการออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อ ซึ่งจะทำให้เกิดการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะบุคคลที่พูดอาจไม่รู้เรื่องครบถ้วน วันนี้เริ่มมีแล้ว 3 - 4 คน ออกมาพูด พูดโดยไม่รู้ว่ารู้จริงแค่ไหน หากสงสัยควรมาพบดีเอสไอจะได้พูดคุยเรื่องการทำงานให้เข้าใจตรงกัน ไม่อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และเบี่ยงเบนเป็นเรื่องอื่น เรื่องนี้สืบเนื่องจากคดีสหกรณ์คลองจั่นฯ บุคคลที่ถูกเชื่อมโยงไม่ใช่พระธัมมโยคนเดียว แต่เป็นเรื่องของหลายๆ คน หากยกเลิกการปฏิบัติก็ต้องยกเลิกการปฏิบัติกับคนอีก 10 - 20 คนไปด้วย อย่างนั้นแล้วจะบังคับใช้กฎหมายกันได้อย่างไร พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า การต่อสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวนหากผิด ก็ขอให้ไปต่อสู้คดีในชั้นอัยการ และชั้นศาล ซึ่งดีเอสไอเปิดกว้าง. จึงไม่จำเป็นต้องไปเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นและทำให้กลายเป็นประเด็นขึ้นา โดยเฉพะคนนอกที่ออกมาพูดโดยไม่ยอมเข้ามาพูดคุยกัน. ออกมาพูดเพียงแค่ให้ปรากฎบนสื่อแล้วสร้างความสับสน ซึ่งตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง ดีเอสไอไม่เคยปกปิด หรือปิดกั้นไม่ให้ความชัดเจน การที่ดีเอสไอค่อยๆทำทีละขั้น ประชาชนที่เห็นด้วยกับการทำตามกฎหมายหรือเป็นศิษย์ธรรมกาย โปรดเข้าใจ อย่างเบี่ยงเบน วันนี้ต้องพูดกันทั้งสองฝ่าย เพราะบางฝ่ายเริ่มกดดันดีเอสไอ ขณะที่บางฝ่ายเริ่มพูดเรื่องการรังแกพระ แต่ไม่เคยพยายามเข้าใจว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามใช้ความรอบคอบ มีการทำงานเป็นขั้นตอนขนาดไหน พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่มีการเห็นว่าสงฆ์มีคณะปกครอง ก็แจ้งให้รับทราบเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา แต่ก็ต้องยืนบนพื้นฐานการปฏิบัติตามกฎหมายที่เท่าเทียมกัน เจ้าหน้าที่ทางกฎหมายก็ไม่สามารถปฏิบัติไปในทางอื่นได้ คดีนี้เกี่ยวข้องกับคดีสหกรณ์คลองจั่นฯหากไม่ทำคดีต่อเจ้าหน้าที่ก็จะถูกตำหนิและเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ส่วนกรณีที่มีตั้งข้อสังเกตเหตุใดดีเอสไอยังไม่ดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยนั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนขอให้ค่อยๆพูดค่อยทำ อย่าให้กลายเป็นเรื่องลุกลามไปเรื่องอื่น ไม่อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ที่ผ่านมามีบางฝ่ายไม่ยอมเข้าใจว่าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมามีการทำเป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรบ้าง สำหรับการส่งหนังสือแจ้งให้คณะปกครองฝ่ายสงฆ์ รวมถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ดำเนินการนั้น ถือเป็นขั้นตอนทางปกครองของสงฆ์ ทั้งที่จริงแล้ววันนี้ดีเอสไอจะใช้กฎหมายก็ใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องบอกมหาเถรสมาคม(มส.) หรือประสานฝ่ายสงฆ์ แต่เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยเหตุและผล. ไม่เกิดปัญหาใหญ่ จึงต้องค่อย ๆ ทำทีละขั้น และพยายามให้ทุกส่วนที่รับรู้เรื่องนี้เข้ามาแก้ไขปัญหาร่วมกัน ขอตั้งคำถามว่าการทำเช่นนี้ไม่ถูกหรือ หรือว่าต้องการให้ใช้กฎหมาย 100 % ตูมตามเข้าไปเลย หากจะทำเช่นนั้นตามกฎหมายก็ทำได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเรื่องดังกล่าวไปเกี่ยวข้องกับสมเด็จฯช่วง. ทำให้มีการดึงไปเชื่อมโยงกับประเด็นอื่น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขออย่านำเรื่องดังกล่าวไปผูกพันกัน มีความพยายามจะผูกโยงและทำให้เป็นเรื่องใหญ่ สมเด็จฯช่วงอยู่ในฐานะของผู้ปกครอง มีอำนาจในการปกครองสงฆ์ การนำไปผูกโยงกับเรื่องการแต่งตั้งอื่นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง คนที่พูดกำลังพยายามทำให้ประชาชนสับสน ย้ำว่าที่มีการประสานไปยังฝ่ายสงฆ์ก็เพราะมีหน้าที่และลำดับขั้นตอนอยู่ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ก็มีหน้าที่ของดูแลตามพ.ร.บ.สงฆ์ฯ การผูกโยงไปเรื่องแต่งตั้งอื่นทำให้คนที่ไม่ได้รับข่าวมาตั้งแต่ต้นเข้าใจผิดกันไปหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากทางสงฆ์ดำเนินการไม่สำเร็จจะทำอย่างไร รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอให้รอดูก่อน ดีเอสไอมาหารือกับตนตลอด บางเรื่องเจ้าหน้าที่ก็พูดไม่ได้ ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ต้องชี้แจงแทนลูกน้อง รวมถึงเรื่องการประสานทางสงฆ์นั้น ตนก็เป็นคนริเริ่มเองว่าลองใช้การปกครองทางสงฆ์มาช่วยดูได้หรือไม่ เมื่อพนักงานสอบสวนบอกว่าทำได้ ตนก็ให้ทำ เพื่อจะได้มีช่องทางอื่นมากขึ้น หากยังไม่เรียบร้อยอีกก็ต้องค่อย ๆ คิดกันไป แต่ไม่ใช่จะทำให้สะใจ ใช้กำลังจู่โจมเข้าไปบนกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ขณะนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ตนไม่ได้เข้าไปชี้ช่องเพราะไม่รู้เรื่องกฎหมายมาก พนักงานสอบสวนมีอิสระในการทำงานแค่ให้คำแนะนำประคับประคองว่าอย่าให้เรื่องบานปลาย ใช้กฎหมายดันเข้าไปจับกุม ได้ตัวแต่ปัญหาตามมาอีกมากมายจะคุ้มหรือไม่ แค่ย้ำให้คิดให้ดีแต่เชื่อว่าทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่ เช่น เรื่องทางสงฆ์ก็เดินหน้าไปได้ด้วยดี ส่วนข่าวการกำหนดนัดพูดคุยระหว่างดีเอสไอกับตัวแทนวัดพระธรรมกายนั้น ตนไม่ทราบ แต่เบื้องต้นรู้ว่าเริ่มมีการพูดคุย และมีช่องทางติดต่อกันแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการต่อรองเงิน 2,000 ล้านบาทระหว่างคสช.กับวัดพระธรรมกาย. พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ผู้ที่ออกพูดถึงเรื่องนี้มีตัวตนหรือไม่ พร้อมขู่เอาผิดหากมีการพูดพาดพิงหรือเกี่ยวข้องกับตนก็ต้องพิจารณาดำเนินการเพื่อรักษาเกียรติของตนเอง ในช่วง 2 - 3 วันนี้มีการออกมาให้ข้อมูลจำนวนมากที่กระทบการทำงานเจ้าหน้าที่ ตนจึงต้องออกมาพูดแทนผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง เพราะหากเป็นความผิดชัดเจนตนก็พร้อมลงโทษ แต่หากพูดลอย ๆเพื่อทำลายเกียรติกันก็ไม่มีประโยชน์


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend