ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

"ราชัน" แม่นโทษ ดับ "ตราหมี" คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 11

1.33K 126

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยุโรปมาครองเป็นสมัยที่ 11 หลังดวลจุดโทษตัดสินชนะ "ตราหมี" คู่ปรับร่วมกรุงมาดริด หลังเสมอกัน 1-1 ใน 120 นาที

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2016 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามซานซีโร เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นศึกดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงมาดริด ระหว่างราชันชุดขาว เรอัล มาดริด อดีตแชมป์10 สมัย กับ"ตรามหมี" แอตเลติโก มาดริด อดีตรองแชมป์ 2 สมัย

เกมนัดนี้ ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือราชันชุดขาว หวังสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนที่คว้าแชมป์ถ้วยนี้ได้ทั้งการเป็นนักเตะและโค้ชอีกคน นำทีมที่ขาดเพียงราฟาเอล วาราน ที่บาดเจ็บ โดย 3 ประสานแดนหน้า"บีบีซี" คือ แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซมา และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ลงสนามครับ ขณะที่ตราหมีของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน หวังล้างแค้น 2 ปีก่อนที่พวกเขาพ่ายในช่วงต่อเวลาในการชิงชัยรายการนี้ ก็มี11 คนแรกที่ดีที่สุดลงสนาม โดยมี เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นตัวปิดสกอร์ร่วมกับ โกเก้, ซาอูล นิเกวซ และ อองตวน กรีซมันน์

เปิดฉากมา 5 นาที ราชันชุดขาวเกือบเฮ เมื่อได้ลูกฟรีคิกกรอบเขตโทษฝั่งขวา และเบลกึ่งยิงกึ่งผ่านไปถึง คาเซมิโร ตวัดยิงตามน้ำ แต่ตราหมีรอดตายเมื่อ แยน โอบลัค ใช้สัญชาตญาณเวฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

เกมมาถึงนาทีที่ 15 ราชันชุดขาวก็ขึ้นนำ จากลูกฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้ายที่ โทนี โครส เปิดให้ เบล โหม่งเช็ดต่อให้ เซร์คิโอ รามอส กองหลังกัปตันทีมแปด้วยซ้ายจ่อๆสวนตัวของ โอบลัค เข้าไป และจบสกอร์ในครึ่งแรกโดยอดีตแชมป์ 10 สมัยขึ้นนำ 1-0 แม้แอตเลติโกมีโอกาสครองบอลได้มากขึ้น แต่ก็ไม่มีโอกาสจบสกอร์

เริ่มครั้งหลังเพียง 3 นาที ตราหมีน่าจะตีเสมอ เมื่อได้จุดโทษในจังหวะที่ ตอร์เรส โดน เปเป้ เจตนาขัดขาจนล้ม แต่ กรีซมันน์ กลับยิงไปชนคานกระดอนออกมา

เกมยังเป็นของตราหมี แต่แทบจะเหมือนปลายครึ่งแรก คือแทบจะไม่มีโอก่าสปิดสกอร์ แถมเกือบโดยมาดริดขึ้นนำ 2-0 ในนาทีที่ 69 ในจังหวะที่ ลูก้า โมดริช ดีดบอลออกไปทางฝั่งขวาให้ เบนเซมา เลี้ยงจี้เข้าในถึงเขตโทษก่อนจะหลุดไปยิงด้วยขวา แต่ โอบลัค ก๋โชว์ฟอร์มหนึบเซฟได้หวุดหวิด

กระทั่งนาทีที่ 79 ตราหมีก็ตีเสมอสำเร็จเมื่อ กาบี้ เฟร์นานเดซ งัดบอลไปทางริมเส้นกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ ฆวนฟราน เปิดเร็วเข้ากลางต่อให้ การ์ราสโก้ ตัวสำรองที่ลงสนามครึ่งหลังแปโล่งๆเต็มตีนตุงตาข่าย ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1 และจบ 90 นาทีด้วยสกอร์นี้

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที นักเตะทั้ง 2 ทีมออกอาการอ่อนล้าชัดเจนจนต้องพักเป็นระยะ และจบ 120 นาทีเสมอกันที่ 1-1 ต้องดวลจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะ ซึ่งราชันชุดขาว เป็นผู้ยิงก่อนและยิงเข้าทั้ง 5 คนคือ ลูคัส บาซเกซ, มาร์เซโล, แกเรธ เบล, เซร์คิโอ รามอส และคริสเตียโน โรนัลโด ส่วน ตราหมี 3 คนแรกคือ อองตวน กรีซมันน์, กาบี, ซาอูล นิเกซ ยิงเข้า แต่คนที่ 4 ฆวนฟราน ยิงชนเสา ทำให้ รีล มาดริด ชนะการดวลโทษ 5-3 คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปสมัยที่ 11 ไปครองและสร้างประวัติศาสตร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังยุโรป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย EPA
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend