ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"บิ๊กต๊อก" เผยดีเอสไอกำหนด 5 ขั้นตอนจับ "ธัมมชโย"

10.32K 839

บิ๊กต๊อก เผยดีเอสไอกำหนด 5 ขั้นตอนจับ ธัมมชโย เร่งส่งหนังสือถึง มส.ให้พระชั้นปกครองสงฆ์ร่วมคลี่ปม แม้วัดปากน้ำฯ จะเป็นวัดพี่วัดน้องกับธรรมกายแค่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ชั้นนี้เป็นขั้นอตปฏิบัติตามกฎหมาย เร่งดีเสอสรุปสำนวนส่งอัยการ ฟ้องภายใน 2-3 สัปดาห์ ส่วนจับวันไหนขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ไม่ให้เกิดขัดแย้งบานปลาย ส่วนบรรดาโฆษกและทีมแพทย์จ่อโดนคดีให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหา

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวถึงการดำเนินการตามหมายจับกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า หลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รายงานว่ามีการกำหนดมาตรการตามแผนดังนี้

1. การทำแผนปฏิบัติการตามหมายจับ2. ได้มอบหมายจับให้กับตำรวจและฝ่ายปกครอง หากพบตัวสามารถเข้าจับกุมได้ทันที ถือเป็นการขยายอำนาจหน้าที่ให้ดำเนินการ3. ทำหนังสือถึงฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ทุกระดับตั้งแต่มหาเถรสมาคม (มส.) เพราะสงฆ์มีขั้นตอนตามพ.ร.บ.สงฆ์ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา โดยให้ชี้แจงถึงกระบวนการทำงานและเหตุที่มีการตั้งข้อกล่าวหา4. ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) มาตรา 189 เรื่องการให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือก็จะถูกดำเนินคดี และ5. เร่งรัดการดำเนินคดีให้เสร็จโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะใช้กฎหมายปกติ ไม่มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 หรือใช้กำลังเข้าปฏิบัติการ เพราะนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเห็นห่วง และกำชับให้ทำเหมือนคดีปกติ อย่าให้ขยายเป็นประเด็นอื่น หรือทำให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นเพราะอาจบานปลายไม่คุ้มที่จะเสี่ยง หากมีการขัดขวาง เกิดเหตุอันตรายเกินควบคุม

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องหมายค้น ต้องมีหลักฐานไปแสดงต่อศาลถึงแหล่งที่อยู่ที่ชัดเจน เพื่อให้ศาลเป็นผู้อนุมัติ แต่ย้ำว่าเป็นขั้นตอนตามแผน แต่จะยื่นขอศาลเมื่อไหร่พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้พิจารณา

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการเข้าจับกุมต้องมีหมายค้นก่อน ขณะเดียวกันในวันนี้( 27 พ.ค.) ได้สั่งการให้อธิบดีดีเอสไอทำหนังสือถึงมส. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสงฆ์ เพื่อหารือว่าควรเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไรบ้าง พร้อมแจ้งว่าขณะนี้ได้เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรสงฆ์บ้าง เชื่อว่า มส.จะไม่นิ่งเฉย สำหรับกรณีการให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องหานั้น พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้พิจารณาว่าบุคคลใดเข้าข่ายกระทำผิดบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเจ้าอาสวัดปากน้ำฯเคยระบุว่าวัดปากน้ำฯกับวัดธรรมกายเป็นวัดพี่วัดน้อง. จะสามารถดำเนินการกับพระธัมมชโยได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว เป็นเรื่องความคิดเห็น.แต่สิ่งที่ดำเนินการขณะนี้เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย เชื่อมั่นว่าในฐานะผู้ปกครองสงฆ์จะนำมาเป็นประเด็นที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมายไม่ได้

เมื่อถามถึงภาพที่มีการนำรถแบคโฮมาปิดประตูวัด รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งบอกเหตุว่ามีพฤติกรรมส่อไปถึงอะไร สังคมต้องเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ รวมถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแสดงอิทธิพลหรือไม่ ขอย้ำว่าเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมายมาตลอด แต่กฎหมายก็มีขั้นตอนเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง หากทำสิ่งใดเร็วเกินไปก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหา หลายเหตุการณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่ กลายเป็นการสร้างเงื่อนไข การกำหนดเหตุการณ์บ้างครั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับบุคคลที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย เจ้าหน้าที่มีพัฒนาการไปทีละขั้น เริ่มต้นจากการให้ความเป็นธรรม ให้เวลาดำเนินการแบบยืดหยุ่นผสมผสาน แต่ไม่สามารถบังคับองค์กรสงฆ์ได้

เราให้ความร่วมมือตามที่ถูกร้องขอ คนที่มาติดต่อคือทนาย วานนี้ก็เป็นการทำตามที่ร้องขอ แต่ก็มีการบิดพลิ้ว ซึ่งไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ เราไม่สามารถไปทราบวิธีคิดของผู้ต้องหา เหมือนการจับผู้ร้ายมันก็ไม่รอให้จับ เพราะมีมือ มีตีน ถึงเวลาก็วิ่งหนี เราพยายามทำให้เหมือนผู้ต้องหาปกติ แต่อาจเค้าอาจมีศักยภาพบางอย่าง หากจับไม่ได้ก็ต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจ เพราะทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุปะทะวุ่นวาย"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

เมื่อถามถึงวิธีการชี้แจงให้มวลชนสนับสนุนเข้าใจถึงการดำเนินคดี รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตนได้สื่อสารไปแล้วหลายครั้งว่าหากต้องการเข้ารับฟังข้อเท็จจริงขอให้จัดผู้แทนเข้าพบกับพนักงานสอบสวน เพราะคดีดังกล่าวมีความซับซ้อน กระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน แต่ก็ไม่เคยมีใครมาขอพบเลย คนที่รู้ดีที่สุดคือทนายความเพราะมาบ่อยก็ไม่เข้าใจว่าทนายได้ไปชี้แจงบ้างหรือไม่ ขณะนี้จึงไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงในจุดใดเป็นประเด็นให้ไม่เข้าใจ ยืนยันไม่อยากให้เกิดปัญหา แต่การไม่มาพบเพื่อรับฟังเหตุผลก็เป็นเหตุให้เข้าใจได้ว่าเป็นการตั้งท่าไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

เมื่อถามว่าหากไม่ได้ตัวผู้ต้องหาจะสามารถสั่งฟ้องได้หรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการและศาล เบื้องต้นได้กำชับให้เร่งรัดการสรุปสำนวนไปให้อัยการพิจารณาภายใน 2-3 สัปดาห์ ขอชี้แจงอีกครั้งว่าระบบกระบวนการยุติธรรมต้องมีการต่อสู้กันหลายชั้น ขณะนี้เป็นเพียงชั้นที่ 1 ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่าผิด หลังจากนี้ยังต้องให้อัยการและศาลพิจารณา

ส่วนการจับกุมตัว เจ้าหน้าที่บังคับให้มาพบพนักงานสอบสวนก็ไม่มา จะไปจับก็ไม่ได้ พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำอะไรผิดขั้นตอน หรือทำให้เกิดสองมาตรฐาน เอื้อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สร้างเงื่อนไขให้กระบวนยุติธรรมเบี่ยงเบน เรื่องนี้ต้องถามกลับไปยังสังคมว่าจะยอมให้ประเทศถูกตั้งเงื่อนไขโดยนำมวลชนมากดดันไม่ให้สามารถดำเนินคดีได้หรือไม่

หากไม่ต้องการให้ประเทศอยู่ในภาวะเช่นนี้ก็ต้องให้กระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย ขณะนี้มีการวางแผนดำเนินการเป็นขั้นๆ อย่ารีบร้อน เพราะคนปฏิบัติการต้องระวัดระวัง ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุเพราะเจ้าหน้าที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ยืนยันไม่มีใครกดดันให้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นายกฯก็ไม่เคยโทรศัพท์มาสั่ง แต่ย้ำให้รอบคอบ จึงขอความร่วมมือไปยังผู้ต้องหาและผู้สนับสนุนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดว่าสิ่งที่ทำอยู่คือสิ่งผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า หากจับพระธัมมชโยไม่ได้จะพิจารณาตัวเองอย่างไร พล.อ.ไพบูลย์ อึ้งไปครู่หนึ่งและตอบว่า สื่อบางฉบับเขียนข่าวตนผิดยังไม่เห็นพิจารณาตัวเองเลย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend