ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

อนาคตลูกยางสาวไทย...กับชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป

55.37K 2.20K
อนาคตลูกยางสาวไทย...กับชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป

ขณะที่แฟนวอลเลย์บอลเมืองไทยกำลังให้ความสนใจกับเส้นทางบนนถนนลูกยางทีมชาติของ "6 เซียน" นักตบวอลเลย์บอลทีมชาติไทยหลังจากทีมไทยพลาดการเข้าร่วมโอลิมปิก 2016 นั้น ปรีชาชาญ วิริยานุภาพพงศ์ บรรณาธิการข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ซึ่งเดินทางไปเกาะติดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงคัดเลือกโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้เขียนบทความเรื่อง "อนาคตลูกยางสาวไทย...กับชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป "

นักตบลูกยางสาวไทยเอ่ยปากบอกแฟนๆวอลเลย์บอลนับพันที่ไปคอยต้อนรับการกลับมาของพวกเธอที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมือวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ และน้ำตาคลอเบ้า ว่าบนเส้นทางการแข่งขันวอลเลย์บอลคัดโอลิมปิกในอีกสี่ปีนับจากนี้ไป พวกเธอหลายคนอาจจะไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับนักตบรุ่นน้องอีกแล้ว....

อาจเป็นเรื่องเสียใจสำหรับนักตบในทีมที่ใช้ชีวิตบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน แพ้-ชนะเป็นเรื่องที่พวกเธอต้องเจอะเจอ หยาดน้ำตา การโอบกอดปลอบประโลม ยามที่พ่ายแพ้ กับเสียงหัวเราะ กระโดดโลดเต้นและกอดคอเต้นเป็นวงกลมกลางสนาม ในยามที่คว้าชัยชนะ และอาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆสำหรับแฟนๆวอลเลย์บอลชาวไทยที่อาจจะไม่ได้เห็นนักตบลูกยางสาวหลายคนในทีมชาติไทยชุดปัจจุบันอีกแล้ว หลังจากที่พวกเธอที่ตัดสินใจอำลาทีมชาติก่อนที่ความฝันคว้าตั๋วไปลุยโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์จะกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้

กิ๊ฟ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, หน่อง ปลื้มจิตร์ ถินขาว, ยายนา วรรณา บัวแก้ว, นุช หรือซาร่า นุศรา ต้อมคำ, ปู มลิกา กันทอง และ อร อรอุมา สิทธิรักษ์ นักตบลูกยางสาวไทยหกคนที่รับใช้ชาติมานานกว่าสิบปี อาจจะโบกมืออำลาทีมชาติไทย หลังจากจบการแข่งขันคัดโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่นไม่นาน และคงต้องฝากความหวังของทีมและความฝันโอลิมปิกของคนไทยทั้งแผ่นดินที่จะเห็นธงไทยปลิวไสวในสนามแข่งขันวอลเลย์บอลโอลิมปิกเกมส์ ไว้ให้กับรุ่นน้องต่อไป

12 ปีบนเส้นทางการแข่งขันคัดโอลิมปิกนับตั้งแต่ปี 2004 ,2008, 2012 และ 2016 ตบยางสาวไทยทั้งหกคน ที่ได้รับสมญานามจากแฟนๆวอลเลย์บอลชาวไทยว่า หกเซียน เพราะเป็นนักกีฬาฝีมือดีระดับหัวแถวของทีมชาติไทย ผ่านการแข่งขันระดับโลกมาหลายรายการทั้งเวิร์ลด์คัพ, ชิงแชมป์โลก, เวิร์ลด์แกรนด์แชมเปี้ยนคัพ และเวิร์ลด์กรังปรีซ์ ตลอดจนชิงแชมป์เอเซียที่พวกเธอทั้งหกก็เป็นนักกีฬาหลักที่คว้าเหรียญทองชิงแชมป์เอเซียประวัติศาสตร์มาเมื่อปี 2009 ที่เวียตนามและตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งในปี 2013 ที่นครราชสีมา...

ถ้าหากพวกเธอทั้งหกคนจะโบกมืออำลาทีมชาติไป อนาคตทีมตบยางสาวไทยจะเป็นเช่นไร??

หลายคนอาจจะกังวลว่าหากไม่มีพวกเธอทั้งหก ความหวังของทีมชาติไทยที่จะไปลุยโอลิมปิกสักครั้งในอนาคยที่เราเองไม่อาจคาดเดาได้ ก็เหมือนจะยิ่งเป็นความฝันที่ห่างไกลความจริงออกไปทุกที แต่หากมีโอกาสได้ชมการแข่งขันวอลเลย์บอลคัดโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งจบไปนั้น แฟนๆวอลเลย์บอลชาวไทยคงจะรู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้บ้างเมื่อได้เห็นนักตบรุ่นน้องหลายต่อหลายคนฉายแววการเล่นที่โดดเด่น และสามารถเล่นเข้ากับนักตบรุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี แต่นับจากนี้ไปอนาคตของทีมตบยางสาวไทย คงฝากไว้กับรุ่นน้องเหล่านี้

กิ๊ฟ-วิลาวัณย์ ตำแหน่งหัวเสาระดับพระกาฬ วัย 32 ปีและกัปตันทีมชาติไทยมานานหลายปี ที่แฟนๆรู้สึกโล่งใจทุกครั้งที่มีเธอในสนาม กำลังจะกลายเป็นตำนานในไม่ช้า เมื่อเธอเอ่ยปากเรื่องการแต่งงานกับคู่หมั้น นัท นัฐพงศ์ เกษาพันธ์ อดีตมือเซ็ตทีมชาติไทย เร็วๆนี้แต่เจ้าตัวบอกแต่เพียงว่าคัดโอลิมปิกคราวหน้าอาจจะไม่มีเธอร่วมทีม แต่เธอจะยังคงเล่นวอลเลย์บอลไปเรื่อยๆ เพราะวอลเลย์บอลคือ...ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเธอ

วิลาวัณย์เคยเล่นลีกอาชีพต่างประเทศหลายฤดูกาลทั้งกับสโมสรอิทิซาตชิบากู ในซุเปอร์ลีกประเทศอะเซอร์ไบจัน ร่วมกับเพื่อนๆทั้งหกคนจากประเทศไทยของเธอ รวมทั้งตำนานตบไหลหลังอย่าง แจ๊ค อำพร หญ้าผา ที่อำลาทีมชาติไปก่อนหน้าด้วย นอกจากนี้วิลาวัณย์ก็ยังเคยเล่นลีกในสโมสรอิบชากลุบโบเลย์บอลในลีกสเปน และกวางตุ้งเอเวอร์แกรนด์ ที่ประเทศจีนด้วย วิลาวัณย์เคยคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเซียปี 2013 ด้วย

ปัจจุบันวิลาวัณย์ ใช้เงินบางส่วนที่หามาได้จากการเล่นลีกอาชีพเปิดธุรกิจสปอร์ตคลับที่บ้านเกิดจังหวัดนครราชสีมามาหลายปี มีสวนน้ำและมุมพักผ่อนหย่อนใจให้กับคนที่ไปใช้บริการด้วย ซึ่งมีคนจำนวนมากให้ความสนใจไปเลือกใช้บริการธุรกิจของเธอ และเธอก็น่าจะไปได้สวยกับธุรกิจดังกล่าว

อร-อรอุมา ตำแหน่งตบหัวเสา นักตบสาวไทยที่ได้รับสมญานาม เครื่องจักรตบสังหาร วัย 30 ปี ที่ความสูง 175ซม กับการเทคตัวสูงกลางอากาศและตบหนักรุนแรง ทำคะแนนเป็นกอบเป็นกำให้กับทีมตบยางสาวไทยเสมอมา ตลอดจนปู-มลิกา ตำแหน่งบอลโค้ง วัย 29 ปี ที่การแข่งขันหลายรายการสำคัญๆจะมีเธอเป็นกำลังสำคัญ

สำหรับอรอุมา เคยเล่นลีกสโมสรอาชีพหลายประเทศ ซึ่งรวมทั้งสโมสรฟิลลี่ที่ตุรกี สโมสรซีเลอร์โคนิซที่วิตเซอร์แลนด์ สโมสรไดนาโมคาซานที่รัสเซียและล่าสุดคือสโมสรเจทีมาเวลลัสที่ญี่ปุ่นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานี่เอง อรอุมาคว้ารางวัลมามากมายทั้งตบยอดเยี่ยมและทำคะแนนสูงสุดในการแข่งขันรายการสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเซียที่อินโดนีเซีย ตลอดจนผู้เล่นทรงคุณค่า ทำคะแนนสูงสุดและตบยอดเยี่ยมในรายการเอวีคัพปี 2012 และรางวัลผู้เล่นตบยอดเยี่ยมในรายการเวิร์ลดแกรนด์แชมเปี้ยนคัพปี 2013 ด้วย

สำหรับอรอุมา ก็เช่นเดียวกันกับวิลาวัณย์ คือได้เจียดเงินที่เธอหามาได้จากการแข่งขันลีกต่างประเทศ ได้ดำเนินธุรกิจหอพักให้กับนักเรียนนักศึกษาและผู้สนใจมาเช่าห้องพัก ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว ที่บ้านเกิดของเธอที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และธุรกิจนี้ก็ถือว่าอรเป็นคนที่คิดการณ์ไกล เพราะเป็นการวางแผนต่อยอดชีวิตในอนาคตของเธอไว้ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

สำหรับมลิกา ก็เคยไปเล่นลีกอาชีพหลายๆประเทศ ล่าสุดกับฤดูกาลที่ผ่านมา มลิกาก็ได้ไปเล่นลีกที่อะเซอร์ไบจันโดยเล่นให้กับสโมสรอาเซอร์ยอลบากู

ทั้งสามตัวหลักนี้ โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยคนแรกทีเริ่มนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาเสริมสร้างประสิทธิภาพการเล่นของทีมตั้งแต่ก่อตั้งดรีมทีมชุดยุวชน ไปเก็บตัวระยะยาวที่จังหวัดยะลาปี 2001 เพื่อเป้าหมายโอลิมปิก 2004 ที่เอเธนส์นั้น ก็ได้วางตัวทายาททีมชาติไทยในตำแหน่งดังกล่าวไว้แล้ว

ซึ่งถ้าหากไม่มีกิ๊ฟ-วิลาวัณย์ อรอุมาและมลิกาในทีมชาติชุดปัจจุบัน ก็ยังมีนักตบฝีมือเชื่อถือได้อย่าง เพียว อัจฉราพร คงยศ วัย 21 ปีที่ฝากผลงานในศึกคัดโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นได้อย่างสุดประทับใจ อีกทั้งยังมี บุ๋มบิ๋ม ชัชชุอร โมกศรี วัย16 ปีแต่พกพาความสูง 179ซม กับ น้องบีม พิมพิชยา ก๊กรัมย์ วัย 18 ปี ทั้งสามคนเป็นนักตบดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจะมาแทนพี่ๆทั้งสามคนได้แน่นอน

หน่อง-ปลื้มจิตร์ ตำแหน่งบอลกลาง วัย 33 ปี สูง 180 ซม กับสมญานาม สวยประหาร ที่การตีบอลเร็วของเธอ เร็วและแรงปานสายฟ้าแล่บ เป็นคีย์เพลย์เยอร์ของทีมอีกคนที่บรรดาแฟนๆกองเชียร์ต่างเชื่อมั่นในฝีมือของเธอทุกครั้งที่มีการแข่งขัน เป็นสาวสวยประจำทีมที่ฝีมือจัดจ้านและแฟนๆคลั่งไคล้ในความน่ารักของเธออีกคนหนึ่งในทีมตบยางสาวไทยเลยทีเดียว ในตำแหน่งนี้ แม้ว่าอีกไม่ช้า ปลื้มจิตร์ก็อาจจะอำลาทีมชาติไทย และผันตัวเองไปเป็นโค้ชหรือเทรนเนอร์ที่เธอเองได้วาดฝันเอาไว้นั้น

โค้ชอ๊อตก็ได้วางหมากให้แนน-ทัดดาว นึกแจ้ง วัย 22 ปีสูง 183 ซม ในตำแหน่งบอลเร็ว กับเตย-หัตถยา บำรุงสุข วัย 23 ปี ในตำแหน่งบอลเร็วเช่นกัน ช่วยกันประคับประคองทีม สานงานต่อจากปลื้มจิตร์ ซึ่งทัดดาวได้แจ้งเกิดอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในการแข่งขันคัดโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นที่ผ่านมา

ในขณะที่หัตถยา ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดกระดูกข้อศอก และอยู่ในระยะพักฟื้นได้ไม่นาน แม้ว่าจะมีโอกาสได้ลงไปโชว์ฟอร์มในการแข่งขันรายการดังกล่าวได้ในช่วงสั้นๆ ก่อนที่โค้ชอ๊อตจะเปลี่ยนตัวเพื่อป้องกันอาการเจ็บซ้ำซ้อนของเธอ และส่งผู้เล่นรุ่นพี่อย่างปลื้มจิตร์เข้าไปช่วยทำแต้มแทนเพื่อหวังผลเก็บชัยชนะนั้น หัตถยาก็ได้พิสูจน์ฝีมือในหลายรายการสำคัญที่ผ่านมาว่าเธอกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ที่จะมาทดแทนรุ่นพี่ได้ในอนาคตอันใกล้เช่นกัน

"หน่องคิดว่าจะพยายามเล่นต่อไปเรื่อยๆ แต่หากจะให้เล่นถึงโอลิมปิกคราวหน้า ซึ่งก็อีกสี่ปีนับจากนี้ไป ก็ถือว่ามันนานมาก พออายุมากขึ้น เราเองก็ต้องกลับมาทบทวนตัวเองแล้วล่ะค่ะว่าเราจะยังพยุงตัวเองให้สมบูรณ์แข็งแรงเพื่อที่จะไปเล่นในตอนนั้นได้อีกหรือปล่าว ใจจริงก็อยากจะผันตัวเองไปเป็นผู้ฝึกสอน หน่องจะสอนให้เข้มข้นกว่าอาจารย์อ๊อตด้วยซ้ำ (หัวเราะ) อนาคตก็คงต้องดูมันไปเรื่อยๆ ยังเล่นต่อๆไป แต่กับโอลิมปิก ตอนนั้นตัวกิ๊ฟ เพือนรักในทีมเองก็อาจจะจูงลูกไปดูแม่เล่นแล้วกระมัง ซึ่งมันก็ไม่ใช่อ่ะ หน่องเองก็เหมือนกัน ก็คงต้องกลับมาคิดดูอีกทีว่าจะทำอะไรต่อไป แต่เล่นน่ะยังเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่ไหวและหาลู่ทางผันตัวเองมาเป็นโค้ชตามฝันที่วาดไว้" ปลื้มจิตร์กล่าว เมื่อถูกถามเรื่องอนาคตหลังจากนี้

สำหรับในตำแหน่งมือเซ็ต เซ็ตมือโปรระดับโลกอย่างนุช-นุศรา วัย 31 ปี ที่คว้ารางวัลเสิร์ฟยอดเยี่ยมและเซ็ตยอดเยี่ยมในการแข่งขันระดับชิงแชมป์เอเซียและระดับโลกมาหลายรายการ ทั้งเวิร์ลด์กรังปรีซ์ ชิงแชมป์โลก รวมทั้งระดับสโมสรยุโรปที่เธอมักจะไปเล่นลีกอาชีพอยู่ที่ประเทศอะเซอร์ไบจันเกือบทุกปีนั้น เธอก็ได้ฝากผลงานเอาไว้มากมาย และถ้าหากเธอจะโบกมืออำลาทีมชาติจริง ทายาทมือเซ็ตทีมชาติก็ยังมี ชมพู่ พรพรรณ เกิดปราชญ์ วัย 23 ปี ที่ได้ฝากฝีมือสุดประทับใจไว้แล้วในการแข่งขันคัดโอลิมปิกที่เพิ่งจบไป

โดยในหลายๆแม็ทช์ โค้ชอ๊อตเลือกเธอลงไปเล่นเป็นหกตัวหลักเลยทีเดียว ซึ่งเธอโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งเซ็ตหยอด เซ็ตให้เพื่อนร่วมทีมตบทำคะแนน หรือแม้กระทั่งเธอกระโดดตบเองในบางครั้ง ทำให้เธอกำลังกลายเป็นที่จับตาว่าจะเป็นมือเซ็ตระดับโลกจากประเทศไทยเป็นคนต่อไป รองจากนุศรา

ในตำแหน่งลิเบอโร่ ยาย-วรรณา บัวแก้ว วัย 35 ปี พี่ใหญ่สุดในทีมที่ดูแลรักษาตัวเองและเล่นให้กับทีมชาติไทยมาหลายรายการนับไม่ถ้วน เป็นนักกีฬาในโครงการดรีมทีมมาตั้งแต่ปี 2001 และยืนหยัดเล่นต่อเนื่องมายาว จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ในฤดูกาลที่ผ่านมา เธอยังได้มีโอกาสไปเล่นลีกอาชีพที่ประเทศอะเซอร์ไบจันร่วมทีมกับนุศราด้วยเช่นกัน บนเส้นทางชีวิตการแข่งขันของเธอมีทั้งความสุขและเศร้า และเธอก็ออกมาบอกแฟนๆวอลเลย์บอลชาวไทยด้วยน้ำตานองหน้าว่านี่จะเป็นโอลิมปิกครั้งสุดท้ายของเธออย่างแน่นอน

แป้น ปิยะนุช แป้นน้อย วัย 27 ปี ลิเบอโร่ที่ทำหน้าที่หลักในการแข่งขันคัดโอลิมปิกที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่ารอยเท้าของยายนา เธอได้เดินตามมาตั้งแต่ต้นและพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในตำแหน่งลิเบอโร่ทีมชาติไทย จะไม่ขาดทายาทคนสำคัญในตำแหน่งลิเบอโร่ จอมขุด อย่างแน่นอน

ทั้งหกคนมีตัวตายตัวแทนแล้ว และแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยก็คงจะอุ่นใจว่านับจากนี้ไป แม้นักตบลูกยางสาวไทยทั้งหกคน อาจจะ ค่อยๆโบกมือลาทีมชาติไปทีละคนสองคน แต่ในทีมก็ยังมีรุ่นน้องมากฝีมือที่จะคอยสานงานต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสานฝันโอลิมปิก

แต่สิ่งหนึ่งที่แฟนๆชาวไทยอาจจะตั้งข้อสังเกตก็คือในเมื่อนักกีฬามีรุ่นน้องที่จะค่อยๆสานงานต่อ ก่องานใหม่ให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการแข่งขันนั้น แล้วต้นหนหรือผู้ควบคุมเรือให้มุ่งหน้าไปสู่ความสำเร็จอย่างโค้ชอ๊อตนั่นเล่า ใครจะมาทำหน้าที่แทน....

เพราะมันมีลางบอกเหตุสำคัญหลายอย่างที่สื่อให้เห็นว่า โค้ชอ๊อต อาจจะวางมือจากการรับใช้ทีมชาติในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน เนื่องจากโค้ชอ๊อตแต่งงานมีภรรยาชาวจีน เฟงคุน อดีตมือเซ็ตทีมชาติจีนที่พาทีมคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเอเธนส์มาแล้ว ซึ่งด้วยหน้าที่ของความเป็นสามี และความผูกพันของครอบครัวที่ภรรยาเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไปในวันที่นักตบลูกยางสาวทีมชาติไทย เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ทำให้โค้ชอ๊อตอาจจะโบกมืออำลาทีมชาติไปพร้อมๆกับนักกีฬาชุดหลักในทีม เร็วๆนี้เช่นกัน

สิ่งหนึ่งที่หลายคนรู้สึกได้ว่าโค้ชอ๊อตอาจจะวางมือไป ก็คือหลังจากนัดที่นักตบลูกยางสาวไทยเก็บชัยเหนือเปรู นัดสุดท้ายของทีมตบยางสาวไทยในการแข่งขันคัดโอลิมปิกแล้วนั้น โค้ชอ๊อตเรียกนักกีฬามาทีละคน เอาหน้าผากซบกับหน้าผากนักกีฬา และกล่าวขอบคุณพวกเธอที่มุมานะพากเพียรพยายามและทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งโค้ชอ๊อตไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนในช่วงหลายๆปีที่ได้เดินทางไปแข่งขันร่วมกัน และนี่คือเหตุผลที่ทำให้นักตบลูกยางสาวไทย โดยเฉพาะผู้เล่นหกคนหลัก หกเซียนประจำทีม ถึงกับหลั่งน้ำตา ระบายความรู้สึกภายในใจต่อหน้าผู้สื่อข่าวจากประเทศไทยจำนวนมาก

อีกเหตุหนึ่งที่น่าจะสื่อได้ว่า โค้ขอ๊อต กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าทีมชาติก็คือการที่ "โค้ชอ๊อต" ตัดสินใจไม่ติดตามทีมตบยางสาวไทยไปแข่งขันรายการมองเทรอซ์มาสเตอร์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 31 พฤษภาคม-5 มิถุนายนนี้ ตลอดทั้งรายการเวิร์ลด์กรังปรีซ์ รอบแรก สนามสองที่ประเทศอิตาลี ระหว่าง 17-19 มิถุนายน และสนามสามที่ประเทศญี่ปุ่น 24-26 มิถุนายน แต่ทำหน้าที่ในสนามแรกที่ประเทศจีน ระหว่าง 10-12 มิถุนายน รวมทั้งสนามสุดท้ายที่ประเทศไทย ระหว่าง 6-10 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

แน่นอนว่า โค้ชอ๊อต เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้นำที่ดี เป็นผู้บุกเบิกการนำวิทยาศาสตร์กีฬา กายภาพบำบัดและโภชนาการมาใช้กับทีมนักตบลูกยางสาวไทยเป็นคนแรก ส่งผลให้นักกีฬาพัฒนาฝีมือ ทีมเวิร์คและผลงานการทำทีมที่เล็งผลสู่เป้าหมายสำเร็จได้อย่างชัดเจน มีการใช้จิตวิทยาพูดให้นักกีฬามีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ประสานกายใจให้หันกลับมาทำผลงานดีๆหลังจากความพ่ายแพ้ในนัดใดๆก็ตาม โดยเฉพาะนัดที่สาวไทยพ่ายญี่ปุ่นไปอย่างเฉียดฉิว 2-3 ในรายการคัดโอลิมปิกที่ผ่านมา

แล้วหาก โค้ชอ๊อต ก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติจริง คงจะเป็นเรื่องสงสัยว่าแล้วใครที่จะมีคุณสมบัติเพียบพร้อมในการนำนาวาทีมชาติสู่เป้าหมายสำคัญอย่างโอลิมปิกได้อีกต่อไปในอนาคต......

........................

หมายเหตุ: อ่านดีๆนะครับ ผมยังไม่ได้บอกว่านักตบลูกยางทั้งหกคนจะอำลาทีมชาติหลังจากนี้ แต่ผมกำลังบอกว่าหลายคน "อาจจะ" อยู่ไม่ถึงโอลิมปิกคราวหน้า ในตอนนี้..และต่อไปอีก 2-3 ปี ผมเชื่อ.. ว่าทั้งหกคงยังคงเป็นกำลังสำคัญหลักของทีมตบยางสาวไทยได้ เพราะทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ฟิต และแข็งแกร่ง ในใจผม.. ผมคิดว่าทุกคนเล่นได้ถึงอีกสี่ปีข้างหน้าแน่นอน ...เอาใจช่วยให้กำลังใจพวกเธอ ให้อยู่ช่วยชาติกันต่อไป เพราะผมมั่นใจ ทีมตบยางสาวไทยยังต้องการ "หกเซียน" อยู่ช่วยสร้างฝันโอลิมปิกให้เป็นจริงสักที แต่หากคิดในทางกลับกัน พวกเธอเหนื่อยมามากแล้ว และหากเธออยากจะอำลาทีมชาติ เพื่อตามหาความสุขในชีวิตส่วนตัวของพวกเธอบ้าง

ผมเชื่อเช่นกัน...ว่าทุกคนคงจะเห็นใจพวกเธอ และคอยปรบมือให้พวกเธอ เหล่าฮีโร่ของพวกเรา เดินก้าวลงจากเวทีการแข่งขัน อย่างสมศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่


เรื่องโดย ปรีชาชาญ วิริยานุภาพพงศ์ | ภาพโดย เอ็ดดี้ ช่างภาพเอวีซีจากแกรนสปอร์ต ,EPA,FIVB,NationPhoto
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend