ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ลูกสาวหมอเดชา เปิดใจ"ตระกูลสุขารมณ์"ไม่บริหารรพ.เดชา นาน10 ปี

27.26K 350
ลูกสาวหมอเดชา เปิดใจตระกูลสุขารมณ์ไม่บริหารรพ.เดชา นาน10 ปี

13พ.ค.2559-ลูกสาวหมอเดชาแถลงเปิดใจ ตระกูลสุขารมณ์ไม่เกี่ยวข้องบริหารรพ.เดชามานาน 10 ปี เตรียมหาผู้เข้าประกอบการรายใหม่เข้าทำธุรกิจ ยันตระกูลไม่หวนกลับบริหาร มอบทนายความดำเนินการทางกฎหมายบริษัทศรีอยุธ

จากกรณีที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีคำสั่งปิดชั่วคราวรพ.เดชา เป็นเวลา 60 วันเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานสถานพยาบาลที่กฎหมายกำหนด จากการที่ผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลหรือเจ้าของคนเดิมเสียชีวิต และไม่มีการแจ้งบุคคลเป็นเจ้าของคนใหม่ ทำให้มาตรฐานรพ.ตกต่ำและสังคมเกิดข้อสงสัยว่ารพ.เดชามีใครเป็นเจ้าของ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ที่รพ.เดชา พญาไท ดร.วรสุดา สุขารมณ์ ลูกสาวคนเล็กของนพ.เดชา สุขารมณ์ ผู้ก่อตั้งรพ.เดชา กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนครอบครัวสุขารมณ์จำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากหลังจากปรากฎเป็นข่าวมีผลกระทบต่อชื่อเสียงของครอบครัวและนพ.เดชาโดยตรง ทำให้สังคมสับสนในเรื่องที่ว่าใครเป็นเจ้าของรพ.เดชา จึงอยากชี้แจงว่า บริษัทสุขารมณ์เป็นเจ้าของที่ดินของรพ.เดชาและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการแพทย์ของรพ.เดชา แต่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการรพ.เดชามานานกว่า 10 ปีแล้วตั้งแต่ปี 2549 และไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารทั้งหมดโดยได้ให้บริษัทศรีอยุธ เข้ามาเช่าและดำเนินการบริหารรพ.เดชา

เดิมบริษัทสุขารมณ์ทำสัญญาเช่ากับบริษัทศรีอยุธเป็นเวลา 7 ปี หลังจากนั้นทำสัญญาแบบปีต่อปี โดยที่ผ่านมาบริษัทศรีอยุธเกิดภาวะขาดสภาพคล่องและถึงขั้นวิกฤติเมื่อต้นปี 2559 แต่จริงๆมีปัญหามาตั้งแต่ปลายปี 2558 โดยเป็นหนี้ค้างค่าเช่ากับบริษัทสุขารมณ์ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการดำเนินการใดเพราะเกรงจะกระทบกับคนไข้และได้รับการยืนยันว่าหากไดรับเงินประกันสังคมหรือเงินก้อนก็จะนำมาจ่ายแต่ตอนนี้บริษัทสุขารมณ์ได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทศรีอยุธแล้ว มูลค่าหนี้ที่ค้างค่าเช่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท แต่ขอไม่ระบุจำนวนที่ชัดเจนดร.วรสุดากล่าว

ดร.วรสุดา กล่าวอีกว่า 2-3 เดือนตั้งแต่ที่นายวีระนาถ วีระไวทยะ ผู้บริหารบริษัทศรีอยุธเสียชีวิต ก็ไม่ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารของบริษัทคนอื่นๆเลย จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2559 ได้พบกับจ.ส.อ.ชาญณรงค์ ประเสริฐศรี ผู้แทนบริษัทศรีอยุธก้ได้รับการบอกกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่อง เป็นแค่ตัวแทนบริษัท

 หลังจากนี้สุขารมณ์จะมอบหมายให้ทนายความพิจารณารายละเอียดข้อสัญญาและเอกสารต่างๆที่ทำไว้กับบริษัทศรีอยุธ รวมถึง ระยะเวลาในการหมดสัญญาด้วย และยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวต้องเป็นผู้รับผิดชอบมูลหนี้ทั้งหมด

ดร.วรสุดา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้บริษัทสุขารมณ์ได้มีการเจรจากับผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในพื้นที่ของรพ.เดชาหลายราย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา โดยเปิดรับทุกรูปแบบทั้งการซื้อขาดและการเช่า ไปทำธุรกิจรพ.ต่อหรือธุรกิจอื่น แต่ที่สนใจเข้ามาส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรพ. โดยหากจะขายขาดราคาจะไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าจากนี้บริษัทสุขารมณ์จะเปลี่ยนผู้ประกอบการที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจแทนบริษัทศรีอยุธแน่นอน

 แต่บริษัทสุขารมณ์จะไม่กลับมาบริหารรพ.เดชาเอง เพราะไม่มีบุคลากรที่พร้อมและมีธุรกิจอื่นดำเนินการ 

ส่วนรายละเอียดทางกฎหมายมอบให้ทนายความจัดการเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย เพราะจะตัดสัญญากับทางบริษัทศรีอยุธเลยทันทีคงไม่ได้ ทุกอย่างต้องรอบคอบ

"อยากให้บริษัทศรีอยุธเข้ามาหารือกับสุขารมณ์ว่าจะเคลียร์กันแบบไหน เพราะไม่สามารถนิ่งดูดายได้ ผลกระทบไม่ใช่แค่บริษัทสุขารมณ์ แต่เป็นภาพใหญ่ ซึ่งจากที่บริษัทบอกกับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ว่าจะดำเนินการปรับปรุงให้ดีขึ้นภายใน 60 วันนั้น ก็ยังกังวลว่าจะทำได้หรือไม่ และเท่าที่ทราบใบอนุญาตในการประกอบกิจการสถานพยาบาลของบริษัทศรีอยุธก็ใกล้หมดอายุแล้ว " ดร.วรสุดากล่าว


เรื่องโดย พวงชมพู ประเสริฐ | ภาพโดย ธนาชัย ประมาณพาณิชย์,NationPhoto
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend