ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สังเวยอีกกี่ศพ... ลืมเด็กในรถตู้

39.68K 1.40K
สังเวยอีกกี่ศพ... ลืมเด็กในรถตู้

ไม่คิดว่าเขาจะลืมลูกเรา- หัวใจแม่สลาย เด็ก 3 ขวบตายเพราะติดในรถรับส่งนักเรียน... ตาน้องยังเปื้อนคราบน้ำตา ตัวเขียวช้ำ น้องคงทุรนทุรายมาก คิดดูล่ะกันขนาดเราเป็นผู้ใหญ่เดินตากแดดร้อนๆ ยังไม่ไหวเลย นี่รถจอดกลางแดดนาน 7-8 ชั่วโมง น้องตัวแค่นี้จะเป็นอย่างไร ไม่คิดเลยว่าเขาจะลืมลูกเรา ทั้งที่นั่งอยู่ใกล้ประตูทางออกของรถแท้ๆ

การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปในเวลาอันรวดเร็วเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ และยิ่งรู้ว่าก่อนที่บุคคลอันเป็นที่รักจะจากไปด้วยความทุรนทุรายยิ่งยากจะหักใจให้ยอมรับกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ยิ่งกว่า ความรู้สึกนี้เพิ่งเกิดขึ้นกับ นางธนัชชา ปัจจัยโย วัย 35 ปี ที่เพิ่งสูญเสีย ด.ญ.ปริมประภา ปัจจัยโย หรือน้องอิงค์ วัย 3 ขวบ บุตรสาวคนเล็กในจำนวนพี่น้อง 2 คน โดยไม่มีวันจะได้พบเจอกันอีก

น้องอิงค์ เสียชีวิต เนื่องจากขาดอากาศหายใจ เพราะติดอยู่ในรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งคนขับรถลืมหนูน้อยไว้ในรถที่จอดเสียกลางแดด

วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 เป็นวันที่ 2 ของการใช้ชีวิตวัยเรียนระดับเตรียมอนุบาลของน้องอิงค์ และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ใช้บริการรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าการเดินทางของน้องอิงค์ในครั้งนี้จะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต

น้องอิงค์ ขึ้นรถคันนี้ตอนเช้าตรู่ ซึ่งในรถตู้รับส่งนักเรียนคันนี้ มีเพื่อนนักเรียนรวม 15 ชีวิตเป็นผู้โดยสาร โดยมีนายอาทิตย์ รังษิโย วัย 30 ปี เป็นผู้ขับขี่ และก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของชายวัยกลางคนรายนี้ที่มีโอกาสทำหน้าที่สารถีขับรถรับส่งนักเรียน

เหตุการณ์เลวร้ายคงไม่เกิดขึ้นหากในวันนั้นรถตู้คันนี้ได้รับการบำรุงรักษาที่ดี เพราะรถคงไม่เสียระหว่างที่รถวิ่งอยู่ในละแวกหมู่บ้านเด่นชัยสามัคคี เฟส 1 หมู่ 5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ห่างจากบ้านของน้องอิงค์เพียง 7-8 กิโลเมตร จนผู้ขับขี่ต้องจอดรถไว้แล้วเรียกให้รถตู้คันอื่นมารับถ่ายนักเรียนที่โดยสารมาในรถเพื่อไปส่งยังโรงเรียนคลองบางกระบือ ย่านบางพลีใหญ่ ซึ่งเป็นปลายทางแทน แต่กลับลืมน้องอิงค์ไว้ในรถ เพราะหนูน้อยหลับ

บ่ายโมงครึ่งครูประจำชั้นของลูกโทรศัพท์มาหาถามว่าลูกถึงบ้านหรือยัง และหลังจากนั้น 10 นาทีโทรกลับมาอีกครั้งแจ้งว่าลูกเราเสียชีวิตแล้ว มันเหมือนใจสลายไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนี้ ไม่คิดว่าเขาจะลืมลูกเรา นางธนนัชชา กล่าวทั้งน้ำตา

เธอ บอกว่า ลูกสาวดีใจมากที่ได้ไปโรงเรียนและตื่นเต้นที่ได้สวมชุดนักเรียน โดยวันแรกเธอ ไปส่งเอง ครูประจำชั้นให้อยู่ด้วยได้ถึงแปดโมงเช้า แต่เธออยากอยู่กับลูกให้นานกว่านั้นเพราะกลัวว่าน้องอิงค์จะงอแงตามประสาเด็ก แต่เมื่อน้องอิงค์บอกว่า ให้กลับไปอยู่กับพี่แอลซึ่งเป็นพี่สาววัย 4 ขวบ เธอจึงยอมกลับบ้าน

วันแรกเรากลัวว่าลูกจะงอแงตามประสาเด็ก แต่น้องอิงค์ไม่ได้เป็นที่คิดเขาบอกให้เรารีบกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนพี่แอลลูกสาวคนโต แม่กลับไปอยู่เป็นเพื่อนพี่แอลเถอะ หนูอยู่ได้ เสียงนี้ยังดังก้องหูเราอยู่ วันที่สองจึงให้ไปกับรถรับส่งนักเรียนซึ่งเป็นรถรับจ้างรายเดือนที่คิดค่าบริการเดือนละ 800 บาท ซึ่งเป็นรถของคนในหมู่บ้าน เราไว้ใจ ก่อนออกจากบ้านเขากอดเรากอดพี่สาวเขาแล้วบอกว่าตอนเย็นเจอกันนะ แต่ตกเย็นไม่เป็นเช่นนั้นเขาไม่กลับมาอีกแล้ว มันทำใจให้ยอมรับได้ยากจริงๆ มารดา ซึ่งเพิ่งสูญเสียบุตรสาวอันเป็นที่รัก บอก

เช่นเดียวกับนายสายใจ ปัจจัยโย วัย 45 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งกล่าวทั้งน้ำตาเช่นกันว่า น้องอิงค์ เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย และรักน้องแอล ซึ่งเป็นพี่สาวมาก กำลังอยู่ในวัยน่ารัก เป็นเด็กช่างพูด ใครเห็นก็รัก ซึ่งหลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำใจให้ยอมรับกับความสูญเสียครั้งนี้ได้หรือไม่

น้องเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พูดง่าย เหมือนเขาเป็นพี่ใหญ่ เสียสละตลอด ถ้าพี่สาวจะเอาอะไร เขาจะให้พ่อแม่ซื้อให้พี่ก่อนตัวเองทุกครั้ง ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวผม ไม่คิดว่าเขาจะลืมลูกผมไว้ในรถอย่างนี้ ที่สำคัญหากรถเขาไม่ติดฟิล์มมืดแบบนี้อาจจะมีใครมาเห็นลูกผมก่อนก็ได้ ซึ่งอยากให้ต่อไปจากนี้รถรับส่งนักเรียนน่าจะมีมาตรการห้ามไม่ให้ติดฟิล์มที่มืดทึบจนไม่สามารถเห็นภายในได้ นายสายใจ กล่าว

ความสูญเสียลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ย้อนไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ด.ช.กิตติชัย ดวงตา วัย 4 ขวบ เสียชีวิตคาเบาะรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนกล้าขยันกิตติวุฒิ จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุเพียงเพราะคนขับอ้างว่า มองไม่เห็นใครจึงคิดว่าเด็กนักเรียนลงจากรถหมดแล้วจึงปิดประตูรถไว้นานหลายชั่วโมงกระทั่งมาพบว่าเด็กชายเสียชีวิตแล้ว

3 เมษายน 2556 ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่ หรือน้องเอย วัย 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนอนุบาลอนงค์เวท จ.สมุทรปราการ ถูกผู้ขับขี่ลืมไว้ในรถตู้รับส่งนักเรียนในช่วงเช้าของการเปิดเทอมวันแรก โดยมาพบในช่วงบ่าย แม้แพทย์จะพยายามยื้อชีวิตแต่สุดท้ายสิ้นลม

21 มกราคม 2557 เกิดเหตุชวนสลดซ้ำเมื่อ ด.ช.รณกร นาคพันธ์ วัย 4 ขวบ 5 เดือน นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ของโรงเรียนอนุบาลภรณ์อุดม จ.นครศรีธรรมราช ต้องสังเวยความประมาทของคนขับรถรับส่งนักเรียนที่ไม่ตรวจสอบว่าเด็กนักเรียนลงจากรถหมดแล้วหรือไม่ ทิ้งให้หนูน้อยรายนี้ติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดดจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตเช่นกัน

น.ส.จินตนา ธรรมวานิช นายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมามีมาตรการในการควบคุมรถรับส่งนักเรียนอย่างเข้มงวด โดยรถรับ-ส่งนักเรียนต้องได้มาตรฐาน มีทั้งคนขับรถและคนควบคุมเด็กนักเรียนที่อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประจำรถตลอดเวลา พร้อมทั้งต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะเครื่องดับเพลิง ค้อนทุบกระจก และเหล็กชะแลง แต่ที่เกิดปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่รถของโรงเรียน แต่เป็นรถบริการที่ไม่เกี่ยวกับโรงเรียน เป็นรถที่ผู้ปกครองว่าจ้างให้รับส่งบุตรหลานไปโรงเรียนเอง ทำให้ควบคุมได้ยาก


เรื่องโดย นิธิศ นาเจริญ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend