ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"คม ชัด ลึก" ซ้ำรอย!เด็กตายในรถโรงเรียน

13.12K 839
คม ชัด ลึก ซ้ำรอย!เด็กตายในรถโรงเรียน

จากกรณี ด.ญ.ปริมประภา ปัจจัยโย หรือ น้องอิ้งค์ วัย 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล เสียชีวิตในรถตู้รับส่งนักเรียน เหตุเกิดภายในหมู่บ้านเด่นชัย หมู่ 5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมเหตุการณ์แบบนี้จึงได้เกิดให้เห็นบ่อยครั้ง ใครต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสียนี้ และจะแก้ปัญหาระยะยาวอย่างไร

รัตนา นครโสภา มารดาของน้องเอย (เสียชีวิตในรถโรงเรียนปี 2556) กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวที่เกิดขึ้นกับน้องอิ้งค์ ทำให้คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูก ถึงกับร้องไห้ รู้สึกสงสารน้องเอยเป็นอย่างมาก ภาพที่เกิดขึ้นกับลูกของตัวยังจำได้ติดตา

จุดเกิดเหตุครั้งนี้ ไม่ได้ห่างไกลกับครั้งที่เกิดกับลูกมากนัก หลังทราบข่าวเดินทางไปดู ก็พบแต่รถตู้อยู่ในที่เกิดเหตุ

โดยส่วนตัวคิดว่า หากมีลูกอีก จะไปส่ง-รับลูกเองที่โรงเรียน อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ ลูกชายคนโตก็ยังนั่งรถโรงเรียน แต่จะโทรศัพท์ติดต่อลูกว่า ถึงโรงเรียนหรือยัง ถึงบ้านหรือยัง สำหรับน้องเอย หลังจากมีอาการหนักต้องเข้ารักษาในห้องไอซียูจนกระทั่งเสียชีวิต หมอบอกว่า น้องเอยอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้อวัยวะภายในไม่สามารถใช้งานได้

ลูกเสียชีวิตไปแล้ว 3 ปี ขณะนี้คดีความยังไม่จบ อยู่ที่ชั้นศาล เป็นการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากทางโรงเรียนยังไม่จ่ายตามที่ศาลพิพากษา

นพ.ฉัตรชัย อิ่มอารมย์ ศูนย์สร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า กรณีเด็กเสียชีวิตในรถที่จอดอยู่กลางแดดนั้น สาเหตุมาจากภาวะร่างกายเป็นโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก คือร่างกายถูกเผากลางแดด เปรียบเทียบเหมือนรถยนต์ที่อยู่ในสภาวะโอเวอร์ฮีต ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถทนกับอุณหภูมิที่สูงขนาดนั้นได้

อาการในเบื้องต้น ขณะที่อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น ร่างกายจะมีเหงื่อออก หน้าแดง ตัวแดง นั่นคือ เส้นเลือดขยาย ร่างกายพยายามลดอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นร่างกายจะเริ่มทนไม่ได้ เหงื่อออกเยอะ เสียน้ำ เสียเกลือแร่ จากนั้นไตจะเริ่มวาย เลือดเป็นกรด หลังจากนั้น สมอง ตับ กล้ามเนื้อ ทำงานผิดปกติ เริ่มมีความรับรู้เปลี่ยนแปลงไป หลังจากนั้นจะค่อยๆ หมดสติ หรือชักจนหมดสติ สมองบวมก็จะไปกดก้านสมองทำให้หยุดหายใจ และเสียชีวิตในที่สุด

ตามปกติจอดรถไว้กลางแดด แล้วมีเด็กถูกลืมอยู่ในรถ จะเสียชีวิตภายใน 1 ชั่วโมง เนื่องจากอุณหภูมิภายในรถจะสูงกว่าข้างนอกมาก เนื่องจากความร้อนภายในไม่ถูกระบายออก สภาพภายในรถเหมือนกับเตาอบเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้การเสียชีวิตในลักษณะ ฮีทสโตรก อวัยวะภายในของมนุษย์จะถูกทำลาย

ทางศูนย์ฯ ไม่ได้รับแจ้งเหตุการณ์โดยตรง แต่ได้รับทราบจากทางสื่อต่างๆ จากการติดตามข่าว จะมีประมาณ 3-5 รายเสียชีวิตต่อปี ด้วยเหตุลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า มีมากกว่านี้ เนื่องจากผู้ปกครองลืมเด็กไว้ในรถยนต์ส่วนตัวบ้าง แต่ไม่เป็นข่าวปรากฏทางสื่อต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีสถิติกรณีเด็กเสียชีวิตในรถยนต์ประมาณ 30-50 รายต่อไป โดยเฉพาะรัฐที่อยู่ทางใต้ที่มีแดดจัด

เหตุการณ์ลักษณะนี้ในประเทศไทยเกิดได้ทุกฤดูกาล ทั่วประเทศ และไม่ใช่เกิดเฉพาะในหน้าร้อนเท่านั้น เพราะประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น สภาพอากาศร้อน

จากกรณีเด็กถูกลืมไว้ในรถโรงเรียนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า เราตระหนักถึงความปลอดภัยของเด็กมากพอหรือยัง ?หากเกิดที่โรงเรียนเดิม ครูคนเดิม คนขับคนเดิม ก็อาจจะบอกได้ว่า โรงเรียนบกพร่อง ครูบกพร่อง คนขับรถบกพร่อง

แต่เหตุที่เกิดขึ้นกระจายไปทั่ว กลายเป็นภาพรวมว่า ประเทศไทยยังไม่ปลอดภัยพอสำหรับเด็กหรือเปล่า ?วิธีการที่จะไม่ทำให้เกิดเหตุกรณีเช่นนี้อีก ต้องป้องกัน ห้ามลืมเด็กไว้ในรถ ในบางประเทศใช้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เช่น นำของที่สำคัญที่เราจะต้องใช้เอาไปวางไว้ข้างตัวเด็ก ก่อนจะลงจากรถเราจะต้องไปหยิบโทรศัพท์ติดต่อครูหรือเด็ก ครูต้องเช็กนักเรียน ก่อนปิดล็อกรถต้องตรวจเช็กว่ายังมีเด็กหลงเหลืออยู่ในรถหรือไม่ ฯลฯ

สกาวรัตน์ ปัจจัยโย พี่สาวน้องอิ้งค์ กล่าวว่า ขณะนี้นำศพน้องอิ้งค์ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดน้อยสุวรรณาราม หรือวัดคลองเก้า ถนนบางพลี-ตำหรุขอให้เสร็จเรื่องงานศพก่อน เรื่องอื่นๆ ค่อยคุยกันทีหลัง

ทางโรงเรียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่มีการเรียกค่าเสียหายจากทางโรงเรียน แต่จะเรียกค่าเสียหายจากทางผู้ให้บริการรถตู้ที่นำมารับส่งเด็กๆ ในหมู่บ้าน

หลังจากนี้ ทางบ้านจะรับส่งพี่สาวของน้องอิ้้งค์อีกคนซึ่งมีอายุเพียง 4 ขวบเอง จะไม่ใช้บริการของรถที่มาบริการรับส่งอีกแล้ว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend