ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เผยสารเคมีที่พบในโกดัง ซ.พหลฯ เป็น"สารอิริเดียม 192"

2.62K 173
เผยสารเคมีที่พบในโกดัง ซ.พหลฯ เป็นสารอิริเดียม 192

ผู้เชี่ยวชาญเผย สารเคมีที่พบในโกดัง ซ.พหลฯ เป็นสารอิริเดียม 192 ใช้ในงานถ่ายภาพด้วยรังสีแกมม่า ตรวจรอยรั่วท่ออุตสาหกรรมในโรงงาน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ร.ต.ท.ไชยวัฒน์ พลหาญ รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุที่มีการปิดผนึก ติดสติ๊กเกอร์สารเคมีอันตราย ภายในอาคารพาณิชย์ ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงก่อสร้าง ภายในซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่สำนักงานบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติวิธี

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสำนักงานสูง2ชั้น บริเวณชั้น2พบวัตถุขนาดเท่ากับแบตเตอร์รี่ขนาดเล็กกว้าง 12 นิ้ว สูง 8 นิ้ว หนา 4-6นิ้ว มีการปิดผนึก ติดสติ๊กเกอร์สารเคมีอันตราย เจ้าหน้าที่ได้มีการปิดล้อมสถานดังกล่าวไว้พร้อมเตรียมอุปกรณ์ เครื่องวัดสารกัมมันตรังสีเพื่อนำไปตรวจสอบว่าสารเคมีดังกล่าวมีการรั่วซึมรั่วไหลออกมาหรือไม่ จากการพิจารณาภาพ ที่ขยายตัวอย่างสารเคมีดังกล่าว เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติวิธีประเมินว่าสารเคมียังอยู่ในสภาพปิดผนึกยืนยันได้แต่เพียงว่าเป็นสารกัมมันตรังสีแต่ยังไม่ทราบชนิดและไม่ทราบว่ามีการรั่วไหลออกมาจริงหรือไม่เบื้องต้นต้องนำอุปกรณ์ไปตรวจวัด เพื่อดูว่าวัตถุดังกล่าวมีสารเคมีรั่วซึมหรือไม่และพิจารณาจากสภาพต่อไปว่าเป็นสารชนิดใดมีปริมาณมากน้อยเพียงใดจึงจะสามารถสรุปได้ว่าสารเคมีที่ตรวจพบจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่

น.ส.พิมพ์ชยา สุรสาระพันธุ์ ผู้ดูแลอาคารดังกล่าวเปิดเผยว่า อาคารถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักงาน แต่เจ้าของอาคารนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ 6-7ปีที่แล้วหลังจากนั้นได้มีชาวเกาหลีซึ่งเป็นเพื่อนกับเจ้าของได้เช่าอาคารนี้ต่อ แต่ไม่ได้มีการปรับปรุงแซ่มตัวอาคาร เพียงแต่ได้ใช้ที่อยู่ของอาคารไปจดทะเบียนสำนักงานที่จังหวัดระยอง และจะเดินทางเข้ามาที่อาคารนี้บ้างเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้เดินทางกลับประเทศเกาหลีไปแล้ว ส่วนตนนั้นอาศัยอยู่ที่บริเวญชั้น1ของอาคารดังกล่าว หลังจากที่ชาวเกาหลีคนดังกล่าวเดินทางกลับประเทศไป ตนก็คิดว่าจะย้ายออกจึงไป เก็บของใช้ส่วนตัวภายในอาคาร แต่กลับไปเจอวัตถุดังกล่าวจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับชาวบ้านโดยรอบ ทั้งนี้ตนคิดว่าจะเป็นชาวเกาหลีที่มาเช่าเป็นผู้เอามาวางไว้

ด้าน พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นกล่องโลหะสารเคมี 1กล่อง ปิดฝาแน่นหนา โดยข้างกล่องเขียนว่า ซีเซียม 137 ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่พบร่องรอยการรั่วไหล จึงยังไม่พบอันตรายในตอนนี้ และไม่ต้องกันประชาชนออกนอกพื้นที่ อย่างไรก็ตามต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสารภายในโลหะดังกล่าวว่ามีอันตรายหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่แจ้งข้อหากับบุคคลใดทั้งสิ้น อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสารดังกล่าวถูกกำหนดห้ามครอบครองหรือไม่

ขณะที่นายเทวฤทธิ์ เครือมณี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตจตุจักร กล่าวว่า สอบถามทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเคยให้ชาวเกาหลีเช่า ซึ่งทำงานที่โรงงานจ.ระยอง ก่อนที่ชาวเกาหลีจะเดินทางกลับไป โดยทิ้งกล่องโลหะดังกล่าวไว้ ตรวจสอบพบว่าสารดังกล่าวใช้ในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับภาพถ่าย ทั้งนี้ ไม่สามารถมีไว้ในครอบครองได้ ดังนั้นจึงต้องให้ตำรวจสน.พหลโยธินดำเนินคดีด้วย

ขณะที่ดร.พิเชษฐ ดรุงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบวัตถุดังกล่าวพบว่าภายในเป็นสารอิริเดียม 192 โดยหมดอายุตั้งแต่ ค.ศ.1995 ทำให้ขณะนี้ไม่เป็นอันตราย โดยวัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็นแท่ง ใช้ในการถ่ายภาพด้วยรังสีแกมม่า เพื่อตรวจาอบรอยรั่ว รอยร้าวของท่อ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมโรงงานก๊าซธรรมชาติ และไม่ใช่สารโคบอลต์ 60ดังที่มีกระแสข่าวออกไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่มีการรั่วไหล และจะนำวัตถุดังกล่าวไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สำนักงานปรมณูเพื่อสันติต่อไป อย่างไรก็ดีวัตถุดังกล่าวนั้นจะครอบครองหรือนำเข้าจะต้องได้รับใบอนุญาต เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบสถานที่เก็บว่ามีที่สถานเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งจะต้องเข้าไปตรวจสอบวัตถุดังกล่าวเป็นระยะเพื่อต่อใบอนุญาตและป้องกันอันตราย แต่ในส่วนการเคลื่อนย้ายกรณีดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมาย

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า บนวัตถุมีการระบุรหัสเนมเพรท ซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของ ตำรวจจะประสานขอข้อมูลไปยังสำนักงานปรามณูเพื่อสันติ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend