ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564

อุทยานฯปิดป้ายสั่งรื้อสะพานเฟอร์รี่ รุกทะเลเกาะช้าง

18.29K 3.01K
อุทยานฯปิดป้ายสั่งรื้อสะพานเฟอร์รี่รุกทะเลเกาะช้าง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 10 พ.ค. นายนิตย์ชัย พันธุเดช พนักงานพิทักษ์ป่าระดับ ส.2 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง พร้อมเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฝ้าระวังจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.116 ประจำพื้นที่เกาะช้าง จำนวน 15 นาย นำป้าประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกเขตอุทยาน และล่วงล้ำลำน้ำที่บริเวณสะพานท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ เกาะช้างเฟอร์รี่ บ้านอ่าวสับปะรด ม.3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง ทั้งนี้ด้วย สภ.เกาะช้างแจ้งผลการดำเนินคดี กล่าวโทษ จับกุมผู้บุกรุกกระทำความผิด คดีอาญาที่ 138/2558 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับบริษัท เฟอร์รี่เกาะช้าง จำกัด และสรุปสำนวนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2559 โดย พ.ต.อ.อาวัฒน์ พิบูลย์สวัสดิ์ ผกก.สภ.เกาะช้าง

โดยผู้ต้องหาคือ นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ อายุ 58 ปี ฐานความผิด เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมี พ.ต.ต.บรรเจิด กระจ่างแสง เป็นพนักงานสอบสวน และวันนี้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงเข้าดำเนินการปิดป้ายสั่งรื้อถอนพื้นที่บุกรุกดังกล่าว

สำหรับพื้นที่บุกรุกประกอบด้วย สะพานคอนกรีต พื้นปูน เสาปูน คิดเป็นพื้นที่ 390.62 ตรม. สะพานทางเดินลักษณะพื้นเหล็ก เสาเหล็กกว้าง 2.10 เมตร ยาว 34.80 เมตร พื้นที่ 73.08 ตรม. ทางลาดแผ่นเหล็กสำหรับลงเรือ พร้อมโครงเหล็ก และชุดอุปกรณ์กว้าง 4 เมตร ยาว 11 เมตร พื้นที่ 44 ตรม. เสาเหล็กสำหรับกันกระแทก ปักลงไปในทะเล ศาลาที่พักพื้นเหล็ก โครงเหล็ก กว้าง 3 เมตร ยาว 10.10 เมตร พื้นที่ 30.30 ตรม. รวมพื้นที่บุกรุก 538 ตรม. มูลค่าความเสียหายต่อรัฐ 50,437.50 บาท

ทั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่นำแผ่นป้ายไปปิดประกาศที่บริเวณเสาแรกด้านซ้ายของศาลาพักผู้โดยสารแล้ว ก่อนเดินทางออจากท่าเทียบเรือ นายสุทิน อ่าวเกษม ผู้ดูแลท่าเทียบเรือ เกาะช้างเฟอร์รี่ พยายามจะปิดประตูทางเดินออกจากท่าเรือ โดยกล่าวหาว่า เจ้าพนักงานทั้งหมดบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามชี้แจงถึงการมาปฎิบัติงานตามหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย นายสุทิน จึงยินยอมเปิดประตูให้ออก ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าเห็นว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย ก็สามารถฟ้องร้องได้

นายนิตย์ชัย กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็นการปิดประกาศให้ทราบ ซึ่งผู้กระทำความผิดจะต้องรื้อถอนหรือปรับสภาพให้คงเดิม ภายในวันที่ 22 มิ.ย.2559 หรือภายในเวลา 45 วันหลังปิดประกาศ และหากผู้ถูกกล่าวหายังไม่ปฎิบัติตาม เจ้าหน้าที่จะปิดประกาศรอบสอง เป็นการปิดประกาศให้ทราบ ซึ่งรอบสองผู้กระทำความผิดจะต้องทำการรื้อถอนภายในเวลา 45 วัน หากครบสองครั้ง 90 วัน ผู้กระทำความผิดไม่ดำเนินการใดๆ ทางอุทยานจะเข้าทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่รุกเขตอุทยานแห่งชาติให้กลับสู่สภาพเดิมต่อไป


เรื่องโดย พูลศักดิ์ บุญลอย | ภาพโดย พูลศักดิ์ บุญลอย
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend