ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

พายุฝนกระหน่ำซ้ำ 340 หมู่บ้าน อ่วม! เตือน 1-2 วัน อาจเกิดพายุอีกครั้ง

2.21K 239

พายุฝนกระหน่ำซ้ำ 340 หมู่บ้าน จ.ศรีสะเกษ เสียหายหนัก ชาวบ้านระดมช่วยกันซ่อมแซม เตือน 1-2 วันนี้อาจจะเกิดพายุฝนกระหน่ำซ้ำ ให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ขณะที่สุโขทัย พายุหมุนฤดูร้อนพัดถล่ม

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 59 จากที่ จ.ศรีสะเกษ เกิดลมพายุหมุน ลูกเห็บตก โดยพายุได้พัดมาอย่างแรง พัดเอาสังกะสีหลังคาบ้านเรือนราษฎร ปลิวหายไปกับแรงลม ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับบ้านเรือน ทับรถยนต์พังเสียหายนับสิบคัน สายไฟฟ้าแรงสูงขาด ใช้การไม่ได้ โรงสีข้าวขนาดใหญ่ไชโลพังลงมา ข้าวเปลือกในยุ้งเปียกน้ำฝนเสียหายทั้งหมด จังหวัดเร่งออกสำรวจค่าความเสียหาย ชาวบ้านเร่งระดมเพื่อนบ้าน ซ่อมแซมบ้านพอได้พักอาศัยชั่วคราว

นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้ประสานให้หน่วยงานเร่งสำรวจสภาพความเสียหายจากการเกิดวาตภัยล่าสุดโดยเฉพาะเมื่อช่วงค่ำวานนี้ จากการตรวจสอบพบความเสียหายหลายอำเภอ มีทั้งบ้านเรือนประชาชน สวนกล้วย สำหรับพื้นที่ที่หนักที่สุด อยู่บ้านนกยูง หมู่ที่ 5 ต.ละลม อ.ภูสิงห์ บ้านเรือนราษฎรพังเสียหาย 59 หลังคาเรือน ชาวบ้านกำลังเร่งซ่อมแซมช่วยเหลือซึ่งกันไปก่อน หน่วยงานรัฐยังเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนอง พร้อมให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก 2-3 วันนี้อาจจะมีพายุฝนเกิดซ้ำ

เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ ( 5 พ.ค.)ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในพื้นที่ ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย หลังจากเกิดพายุหมุนฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือนราษฏรได้รับความเสียหายจำนวนมากช่วงค่ำวานนี้ที่ผ่านมา โดยมีบ้านของนางปุณยาพร พัชนี อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 154/5 ม.4 บ้านราวรังงาม ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งพายุหมุนพัดถล่มบ้านก่ออิฐถือปูนที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่ถึง 2 ชั่วโมง พังยับทรุดตัวลงทั้งหลัง สังกะสีปลิวไปทั้งบริเวณรอบบ้านและบางแผ่นสังกะสีค้างยอดไม้ โดยเจ้าตัวบอกว่า ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาเลยในชีวิตเพิ่งเจอครั้งแรก บ้านตนเองที่เพิ่งสร้างเสจ็จ พังถล่มลงทั้งหลังเลยทีเดียว

ด้านกุฏิพระของวัดราวรังงาม ม.4 ต.วังทองแดง เช่นเดียวกัน พายุหมุนได้พัดถล่มต้นมะม่วงขนาดใหญ่อายุกว่า 10 ปี ถอนรากถอนโคนล้มทับกุฏิพระพังทำให้พระที่จำวัดอยู่ภายในกุฏิต้องออกมาอาศัยกุฏิพระรูปอื่นอาศัยจำวัดเป็นการชั่วคราว โชคดีที่ขณะเกิดเหตุแม้จะอยู่จำวัดในกุฏิแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ นอกจากนี้บ้านเรือนของชาวบ้านอีกหลายหลังคาเรือนในพื้นที่ดังกล่าวยังประสบปัญหาภัยจากพายุหมุนฤดูร้อนเช่นเดียวกันส่วนใหญ่พายุจะพัดหลังคาบ้านเปิดพังทลายสังกะสีมุงหลังคาปลิวหายไปกับพายุกระจัดกระจายข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังทองแดงได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายพบว่า มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากภัยพายุหมุนฤดูร้อนดังกล่าว ใน 5 หมู่บ้าน ( หมู่ 1,2,4,7,8 ) จำนวน 55 หลังคาเรือน ในจำนวนนี้มีบ้านพังลงทั้งหลัง 1 หลัง และ กุฏิพระพัง 1 หลัง จากเหตุต้นมะม่วงขนาดใหญ่ล้มทับ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลวังทองแดงได้รายงานไปยังอำเภอเมืองสุโขทัย เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่แล้วอย่างเร่งด่วน

ส่วนที่ อ.สามง่าม จ.พิจิตร พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ ทำบ้านเรือนจำนวน 44 หลังคาเรือนเสียหาย โดยเฉพาะบ้านของนางศิริ ฟักทอง อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 12 ตำบลกำแพงดิน ที่ลมพายุ ได้พัดหลังคาเสียหายไปถึงครึ่งหลังคา โดยพัดเอาไม้แปร สังกะสี ไปไกล และตกลงไปในแม่น้ำยม ที่แห้งขอด โดยนางศิริ อาศัยอยู่บ้านเพียงตามลำพัง ส่วนลูกหลานไปทำงานต่างจังหวัด ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยนางศิริ บอกว่า พายุได้ทำลายบ้าน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว และตนเองกลัวมาก ในช่วงเกิดเหตุจึงมาหลบข้างเสา โดยยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เนื่องจากอยู่บ้านคนเดียว

ล่าสุดมีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 64 หลังคาเรือน ประปาหมู่บ้าน 1 แห่ง เสาไฟฟ้า 3 ต้น โดยอำเภอสามง่าม เสียหายมากที่สุด 44 หลังคาเรือน อำเภอบึงนาราง 4 หลังคาเรือน อำเภอวชิรบารมี 16 หลังคาเรือน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

ขณะที่ จ.พิษณุโลก เมืองวันที่ 5 พ.ค.ผลจากพายุลมกระโชกแรงเมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00-18.30 น. ของวันที่ 4 พ.ค.2559 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ อ.บางระกำ ต้นไม้ริมทางหลวงหมายเลข 117 หรือ ถ.พิษณุโลก-นครสวรรค์ บริเวณหลักกม. 10 ต.บางระกำ อ.บางระกำ ต้นไม้ริมถนนล้มขวางเส้นทางจราจร ได้มีการเคลียร์ออกไปช่วงค่ำวานนี้แล้ว ขณะที่เสาไฟฟ้าแรงสูงฝั่งขาเข้าตัวเมือง แรงลมได้พัดหักโค่นหลายสิบต้น และบริเวณใกล้กัน ที่โกดังข้าวเปรมศิริไรซ์ เลขที่ 111/1 หมู่ 2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อยู่ริมถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ แรงของลมได้พัดตัวอาคารโกดังเก็บข้าวเสียหายโดยสิ้นเชิงจำนวน 1 หลัง

นายวิเชียร จาดเปรม อายุ 62 ปี เจ้าของโรงสีดังกล่าว เล่าว่า ช่วงเกิดตนไม่อยู่ที่โรงสีแต่มีคนงานโทรไปบอกว่าได้เกิดลมพายุฝนกระหน่ำและมีลมกรรโชกแรง ทำให้อาคารที่สร้างไว้สำหรับเก็บข้าวเปลือกพังลงมาจนเสียหายทั้งหมด จึงได้รีบมาตรวจสอบ ก็พบว่าอาคารเสียหายจำนวนมาก นอกจากบ้านบ้านพักและสำนักงานโรงสี ยังถูกพายุพัดกระหน่ำจนได้รับความเสียหายอีก เบื้องต้นคาดความเสียไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

ที่โรงเรียนวัดคลองบ้านไร่ ม.4 ต.บางระกำ อ.บางระกำ แรงลมได้หอบหลังคาของอาคารห้องสมุดและอาคารเรียนของชั้น ป.5 ปลิวหายไป และมีฝนตกใส่อุปกรณ์การเรียน สมุด หนังสือ อาจารย์ในโรงเรียนได้มาสำรวจความเสียหายประเมินมูลค่าเบื้องต้นประมาณ 200,000 บาท เช่นเดียวกับโรงเรียนวัดท่าโก ต.บางระกำ ที่อยู่ใกล้กัน แรงลมได้พัดหลังคาอาคารเรียนชั้น 2 ของ ป.5 หลังคาสังกะสีปลิวไปไกลกลางทุ่งนาร่วม 500 เมตร ภายในห้องเรียนได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง รวมถึงบริเวณใกล้เคียง บ้านเรือนราษฎรในบ้านท่าโก อ.บางระกำได้รับความเสียหายหลายหลัง

ส่วนที่ อ.พิษณุโลก ลมพายุฤดูร้อนทำให้บ้านเรือนเสียหายเบื้องต้น 48 หลังคา ดังนี้ ต.วัดพริก หมู่ที่ 12/หมู่ที่ 6 จำนวน 4 หลัง ต.งิ้วงาม หมู่ที่ 2 จำนวน 1 หลัง ต.บ้านกร่างหมู่ที่ 10 จำนวน 15 หลัง ต.ท่าโพธิ์ หมู่ที่ 10 จำนวน 27 หลัง ต.หัวรอ หมู่ที่ 1 จำนวน 1 หลัง รวมทั้งหมด 48 หลัง หน่วยทหารจากกองพลทหารราบที่ 4 และ ม.พัน 9 ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend