ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

โฆษกอสส. แจงคดีทายาทกระทิงแดง ชี้ข้อหาขับรถเร็ว"ขาดอายุความ" ไม่มีผลต่อรูปคดี

1.64K 235

หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ คดีขาดอายุความ กรณีทายาทกระทิงแดง ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต วันนี้ อธิบดีอัยการ ออกมาชี้แจงพิจารณาตามสำนวนของพนักสอบสวน สน.ทองหล่อ ที่ทำความเห็นส่งให้ ขณะที่ผู้ต้องหาขอเลื่อนหลายครั้ง ไม่มาพบพนักงานอัยการ แต่ไม่มีผลกระทบต่อรูปคดี คุณอโนทัย สกุลทอง มีรายละเอียด

เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกอัยการสูงสุด พร้อมด้วย นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด ชี้แจงความคืบหน้าคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี อดีตผู้บังคับหมู่ทำหน้าที่สายตรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3ก.ย.2555 ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการแล้ว

โดยก่อนหน้านี้ที่พนักงานอัยการยังไม่สามารถสั่งฟ้องได้ เพราะผู้ต้องหาไม่มาพบพนักงานอัยการ แต่ให้ทนายความมาร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง โดยอ้างประเด็นใหม่ และพนักงานอัยการได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติมให้ตามคำขอ เพื่อให้ความเป็นธรรม แต่เมื่อสอบเพิ่มเติมแล้วบางประเด็นเป็นประเด็นเดิมนั้น จึงได้สั่งยุติเรื่องขอความเป็นธรรม

จนล่าสุดวันที่ 24มิ.ย.2557 ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมให้ชะลอการขอให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับและขอให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก ซึ่งพนักงานอัยการเห็นว่า เป็นประเด็นใหม่ จึงดำเนินการสอบสวนให้ตามคำขอและให้เร่งรัดการสอบสวน โดยล่าสุด พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนมาให้พนักงานอัยการและอยู่ระหว่างการพิจารณา และจากกรณีนี้เอง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ข้อหาขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด ตาม พรบ.จราจร หมดอายุความ ไปเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2556

โฆษกอัยการสูงสุด ยืนยันว่า ข้อหาที่ขาดอายุความ ไม่มีผลต่อการดำเนินคดี เพราะ เป็นข้อหาเล็กมีโทษปรับไม่เกิน1,000 บาทเท่านั้น แต่ยังมีข้อหาที่ต้องดำเนินคดีที่เป็นข้อหาหนัก คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอายุความ 15 ปี และมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน10 ปี

ทั้งนี้ ทั้งสองข้อหาถือเป็นกรรมเดียวกัน ตามกฎหมายจะต้องลงโทษข้อหาหนักสุดอยู่แล้วและข้อหาหลบหนี ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ และแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที เมื่อเกิดเหตุ ซึ่งมีอายุความ 5 ปี และจะหมดอายุความปี 60 นั้น ถ้าไม่สามารถติดตามตัวตามนัดได้ก็สามารถออกหมายจับได้เช่นกัน

เรือโทสมนึก ยืนยันว่า อัยการสูงสุด ได้กำชับให้พนักงานอัยการผู้รับชอบคดีนี้ เร่งพิจารณาผลการสอบสวนเพิ่มเติมและให้มีคำสั่งโดยเร็วที่สุด เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน

ทั้งนี้ หากอัยการมีคำสั่งไปในทางที่ฟ้อง แล้วผู้ต้องหายังอยู่ต่างประเทศนั้น ตามกฎหมายจะต้องออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟ้องดำเนินคดี

ด้านรองโฆษกอัยการสูงสุด ยืนยันด้วยว่า ไม่มีการค้าสำนวนแน่นอน เพราะมีการตั้งรูปแบบการสอบสวนเป็นคณะทำงานส่วนที่บางข้อหาขาดอายุความนั้น ไม่ใช่ความผิดของพนักงานสอบสวนและอัยการ

รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวอีกว่า สำหรับข้อหาเมาแล้วขับนั้น อัยการสั่งไม่ฟ้องตามพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยัน ซึ่งได้มีการตรวจวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในตัวนายวรยุทธเวลา 16.00 น. พบว่า มีแอลกอฮอล์ 64.48 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการตรวจหลังจากเกิดเหตุแล้ว และนายวรยุทธก็อ้างว่าได้ดื่มสุราหลังเกิดเหตุ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend