ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

"บิ๊กต๊อก" ไฟเขียวดีเอสไอ ออกหมายเรียก "สมเด็จช่วง" ให้ปากคำปมเบนซ์หรู

5.27K 2.75K

กระทรวงยุติธรรม - 18 มี.ค.59 - บิ๊กต๊อก ไฟเขียวดีเอสไอออกหมายเรียก สมเด็จช่วง เข้าให้ปากคำกรณีครอบครองเบนซ์หรู ตอบคำถามเท่าที่รู้ ไม่ใช่ให้ทนายตอบแทน ย้ำ ไม่ส่งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะไม่ใช่การสอบสวน ไม่มาตามหมายเรียกตามขั้นตอนต้องขอศาลออกหมายจับ

กระทรวงยุติธรรม - 18 มี.ค.59 - บิ๊กต๊อก ไฟเขียวดีเอสไอออกหมายเรียก สมเด็จช่วง เข้าให้ปากคำกรณีครอบครองเบนซ์หรู ตอบคำถามเท่าที่รู้ ไม่ใช่ให้ทนายตอบแทน ย้ำ ไม่ส่งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะไม่ใช่การสอบสวน ไม่มาตามหมายเรียกตามขั้นตอนต้องขอศาลออกหมายจับ

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการเข้าสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรณีมีชื่อครอบครองรถเบนซ์โบราณ ขม. 99 กรุงเทพมหานคร หลังเข้าพบสมเด็จช่วงแล้วทนายอ้างยังไม่ขอให้ปากคำ แต่ให้ทำหนังสือแจ้งประเด็นคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ตนยอมรับว่ารู้สึกควันออกหู เพราะเป็นผู้สั่งการให้ดีเอสไอนำดอกไม้ ธูปเทียนแพไปกราบ และกำชับให้ผู้ที่นำคณะพนักงานสอบสวนไปต้องเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ และห้ามทุกคนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว การให้เกียรติไม่ได้ผิดกฎหมาย อะไรที่สามารถทำได้ก็ทำ ไม่มีเลือกปฏิบัติ กระทั่งดีเอสไอถูกกระทำทั้งยึดโทรศัพท์ และปฏิเสธการให้ปากคำทั้งที่ฝ่ายวัดปากน้ำฯเป็นผู้ประสานกำหนดวัน เวลาเข้าพบ

ตนก็สั่งให้พนักงานสอบสวนกลับมาตั้งหลัก ห้ามให้สัมภาษณ์ตอบโต้ ย้ำว่าที่ผ่านมาได้ให้เกียรติแล้ว แต่เมื่อทนายวัดปากน้ำฯออกมาแถลงข่าวจนทำให้เกิดความเสียหายกับภาพการทำงานของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ หลังจากนี้ตนสั่งการให้อธิบดีดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย วันนี้สามารถออกหมายเรียกได้เลย หากไม่มาตามหมายเรียกตามขั้นตอนก็ต้องไปขอศาลออกหมายจับ

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ตนสอบถามจนได้รับความชัดเจนแล้วว่าในชั้นสอบปากคำพยาน พยานต้องให้การด้วยตนเอง ตอบได้หรือไม่ได้ก็ว่าไปตามที่รู้ หากทำเป็นลายลักษณ์อักษรได้ก็อยากทำแต่หากเป็นเช่นนั้นจะได้คำตอบเมื่อไหร่ และหากมีประเด็นต่อเนื่องก็ต้องถามกลับไปกลับมาไม่จบ ย้ำว่าจะไม่มีการแจ้งประเด็นเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะทำไม่ได้ทางการสอบสวน เรื่องแบบนี้เจ้าตัวต้องตอบเอง ทนายตอบแทนได้ ในชั้นนี้เป็นการสอบปากคำในชั้นสอบสวน ไม่ใช่การเบิกความในชั้นศาลที่ทนายจะซักค้านได้

"การที่ทนายอ้างว่าสมเด็จช่วงไม่รู้เรื่องรถคันดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการให้ปากคำไม่ได้ เจตนาในหนังสือระบุไว้หมดแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ ในการสอบปากคำ พยานตอบได้แค่ไหนก็คือแค่นั้น เจตนาคือต้องไปสอบ รู้คือรู้ ไม่รู้คือไม่รู้ แต่จะให้ทนายตอบแทนไม่ได้ นี่เป็นเพียงการให้การชั้นสอบสวน คดียังต้องผ่านการพิจารณาในชั้นอัยการอีก " รมว.ยุติธรรม กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 21 มี.ค. จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการกับสมเด็จช่วง ภายหลังทนายปฏิเสธการให้ปากคำ นอกจากนี้ จะสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนด้วยว่านัดสอบปากคำพระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ ในช่วงเย็นของวันที่ 21 มี.ค.นี้ จะได้สอบปากคำหรือไม่ หากไปพบที่วัดแล้ว ยังจะให้พนักงานสอบสวนส่งประเด็นคำถามเหมือนกรณีสมเด็จช่วง ก็ไม่ต้องไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend