ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

เปิดปูม “สมศักดิ์ โตรักษา” ทนาย “สมเด็จช่วง”

22.67K 2.09K
เปิดปูม “สมศักดิ์ โตรักษา” ทนาย “สมเด็จช่วง”

ในช่วงเริ่มต้นของการสืบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงกรณีเบนซ์คลาสสิคจดประกอบหมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มี ศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร เป็นทนายความดูแลการประสานข้อมูลให้กับดีเอสไอ

แต่เมื่อคดีเริ่มมีความชัดเจนว่า ขั้นตอนการนำเข้าการจดประกอบผิดกฎหมายหลายขั้นตอน วัดปากน้ำฯได้เปลี่ยนทีมทนายความให้อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานทนายความ "สมศักดิ์ โตรักษา" ส่วน "ศุภภัทร์พจน์" กลับไปทำหน้าที่ ไวยาวัฎจกรวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ที่มีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เป็นเจ้าอาวาส โดยวัดนี้ก็มีคดีนำเข้ารถจากัวร์โบราณ ที่อยู่ในชั้นการตรวจสอบของดีเอสไอว่าข้อเท็จจริงเป็น รถจากัวร์ หรือ แพนเธอร์กันแน่

สำหรับประวัติของสมศักดิ์ โตรักษาทนายความที่ถูกวิจารณ์หนักจากการเล่นแง่ ไม่ยอมให้สมเด็จฯช่วงให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ทั้งที่ฝ่ายราชการยอมผ่อนปรนสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำดอกไม้ธูปเทียนแพรเข้ากราบนมัสการ การขอเข้าสอบปากคำที่วัดปากน้ำฯ ในเวลา 20.00 น. ตามความประสงค์ของสมเด็จฯช่วง แต่สุดท้ายทีมสอบสวนร่วมดีเอสไอและอัยการต้องกลับออกจากวัดมาด้วยภาพของความเหวอ วืด อดชนิดสุดบรรยาย

สมศักดิ์ โตรักษา เปิดสำนักงานกฎหมายอยู่ที่ 182/9 ซ.อุดมสุข20 ถ.สุขุมวิท แขวงบางนา เขตบางนา กทม. ในทางการเมือง สมศักดิ์ โตรักษารับว่าความ เป็นทนายให้กับพรรคไทยรักไทยในคดียุบพรรคไทยรักไทย กรณีจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้งซึ่งเป็นคดีในศาลรัฐธรรมนูญและเคยโต้เถียงกับ จรัญ หัตถกรรม ตุลาการรัฐธรรมนูญระหว่างการไต่สวน นอกจากนี้ ยังเป็นทนายความให้การบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือทอท. บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ฟ้อง โพสต์พับลิชชิ่ง หมิ่นประมาทจากการลงข่าวรันเวย์ร้าว

ในแวดวงคนดัง สมศักดิ์ เป็นทนายรับว่าความให้ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม.ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลฐานร่ำรวยผิดปกติ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินและถูกยึดทรัพย์ 64 ล้านบาท และเป็นทนายให้ ปลอดประสพ.สุรัสวดีครั้งดำรงแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คดีส่งเสือโคร่งไปประเทศจีน

ในแวดวงบันเทิง สมศักดิ์รับว่าความให้พอล ภัทรพล ศิลปาจารย์นักแสดงชื่อดัง ที่มีคดีฟ้องร้องกับนายรุจน์โรจน ศรีรัตน์ คดีถูกหุ้นส่วนฉ้อโกงยักยอกทรัพย์ ธุรกิจคลินิคไคโรฟิต และรับว่าความให้นักร้องวงอะแคปเปล่า7 (A. Cappella 7) ที่ถูกฟ้องในคดียาเสพติด

ในแวดวงกีฬารับเป็นทนายความให้ บังยีวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในคดีที่ถูกบริษัทแดอัน 21 จำกัด ประเทศเกาหลีใต้ ยื่นฟ้องสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ข้อหาร่วมฉ้อโกงจากการชักชวนมาลงทุนทำธุรกิจด้านกีฬาและดูแลสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ

สำหรับคดีในความรับผิดชอบของดีเอสไอ อาจจะคุ้นกับชื่อสมศักดิ์เพราะต้องพบปะกันในหลายคดี อาทิ คดีการก่อสร้างโรงงานวัคซีนและการสำรองวัตถุดิบพาราเซตามอลขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งสมศักดิ์รับเป็นเป็นที่ปรึกษาให้กับอภ.และเป็นทนายความให้ น.พ.วิทิต อรรถเวชกุล อดีต ผอ.อภ. รวมถึงในคดีการเลิกจ้างจากตำแหน่ง ผอ.อภ.ด้วย

สมศักดิ์ยังรับเป็นทนายความให้นายสลิล โตทับเที่ยง อดีตผู้บริหารปุ้มปุ้ย บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาลจำกัด(มหาชน)เข้าร้องทุกข์ให้ดีเอสไอตรวจสอบการยักยอกทรัพย์ของกรรมการบริษัทซึ่งเป็นบุคคลในตระกูลโตทับเที่ยง

นอกจากนี้ยังพบว่า สมศักดิ์ รับเป็นทนายความจำเลยให้กับชาวอังกฤษเดนมาร์ก กลุ่มมาเฟียแบนดิโดส ที่ดีเอสไอสอบสวนพบพฤติการณ์ข่มขืนใจผู้อื่น กรรโชกทรัพย์นักธุรกิจชาวต่างชาติในเมืองพัทยา และเกาะสมุยอีกด้วย

นอกจากบทบาทในอาชีพทนายความแล้ว สมศักดิ์ยังลงทุนเปิดธุรกิจรีสอร์ท ยังโทนเฮ็ลธ์ปาร์ค ริมแม่น้ำแควน้อย จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ 300 ไร่ ให้บริการบ้านพักโรงแรมค่ายลูกเสือ-เนตรนารี

ดร.สมศักดิ์ โตรักษา ( Somsak Torugsa ) ได้เล่าให้ เครือเนชั่น ฟังว่า เป็นคนกรุงเทพมหานคร เกิดย่านบางซื่อ จบการศึกษาทางด้านนิติศาสตร์ ระดับปริญญาตรี-โท-เอก จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

"ก่อนที่ผมจะมายึดอาชีพทนายความ เคยเป็นอาจารย์สอนกฎหมายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ สำหรับอาชีพทนายความนั้น ผมเริ่มว่าความมาตั้งแต่อายุ 20 กว่าๆ จนถึงปัจจุบัน ผมทำอาชีพทนายความมากว่า 30 ปีแล้ว ผ่านการทำคดีมานับพันคดี "

"สมศักดิ์" บอกว่า เคยเป็นทนายความแก้ต่างให้กับจำเลยหรือผู้ถูกร้องในคดีสำคัญๆมามากมาย เช่น คดีที่ กรรมการ ปปช.ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง , คดีอาญาที่ พล.อ. ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ถูกฟ้องใน "คดีจ้างพรรคเล็ก" ลงสมัครรับเลือกตั้ง , คดียุบพรรคไทยรักไทย , คดีทุจริตรถ-เรือ ดับเพลิงของ กทม. โดยเป็นทนายความให้กับนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย, คดีที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดคมนาคม ถูก ป.ป.ช. ร้องต่อศาลว่าร่ำรวยผิดปกติ ,คดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวหรือคดีหวยบนดิน โดยเป็นทนายความให้กับ พล.อ.ธรรมรักษ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งใน"รัฐบาลไทยรักไทย"

จากนั้นเขา ได้เล่าถึงที่มาของการที่ได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ให้กับ สมเด็จวัดปากน้ำหรือสมเด็จช่วง เกี่ยวกับรถโบราณ ว่า ตนและครอบครัว ให้ความเคารพนับถือสมเด็จวัดปากน้ำ อยู่แล้ว ถือว่าเป็น ลูกศิษย์ คนหนึ่ง และได้มีวัดหลายวัดด้วยกัน ได้ติดต่อให้เขามาช่วยเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับสมเด็จวัดปากน้ำ และไม่ใช่มีเฉพาะตัวเขาเท่านั้น ที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้ในเรื่องนี้ โดยยังมีที่ปรึกษากฎหมายคนอื่นๆอีก ที่มีชื่อชั้นเหนือกว่า

"สำหรับเรื่องรถโบราณ ตอนนี้ก็รอทางดีเอสไอ แจ้งเป็นหนังสือมาว่าจะถามในประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งทางเราก็จะตอบแต่ละข้อที่ถามเป็นหนังสือเช่นกัน การตอบเป็นหนังสือมีข้อดี คือ ป้องกันการบิดเบือนได้ ส่วน "สมเด็จช่วง" จะมีการชี้แจงด้วยวาจาด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับที่ว่า ข้อเท็จจริงที่ถามนั้น เป็นเรื่องอะไร เมื่อมีการกล่าวหาสมเด็จช่วง ท่านก็มีสิทธิพิสูจน์ เราจะชี้แจงในส่วนที่พาดพิงถึงท่าน ที่ผ่านมา สมเด็จช่วง ท่านจะใช้หลักอภัยและเมตตาธรรมมาตลอด เห็นได้ว่า ท่านไม่เคยฟ้องกลับใคร แต่ถ้าไปกล่าวหาท่านจนรุนแรงมาก เราจะพิจารณากันอีกที"


เรื่องโดย ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย,โอภาส บุญล้อม สำนักข่าวเนชั่น | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend