ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ ลงเน็ตหลอกแรงงานไทยนวดต่างประเทศ

2.35K 248
รวบหนุ่มเกาหลีใต้ ลงเน็ตหลอกแรงงานไทยนวดต่างประเทศ

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 15 มี.ค. พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์ดสภณ ผบ.ม.1 รอ. พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. และ ร.ท.ระวี เรืองอร่าม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพื้นที่เขตประเวศ ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายคิม ซางยอง (Kim Sangyoung) อายุ 40 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ และ น.ส.ปวีณา เปี่ยมไชย อายุ 31 ปีอยู่บ้านเลขที่ 49/39 ซอยวชิรธรรมสาธิต 6 แขวง-เขตบางนา กทม. ภายในอาคารเวลธเทอร์ตี้ อพาร์ทเม้นต์ ซอยอ่อนนุช 30 แขวง-เขตสวนหลวง กทม. ในฐานความผิดเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล 16 ประการของ คสช. ข้อ 9 ข้อหา หลวกลวงคนไปทำงานต่างประเทศ โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งรองนายกฯที่ 324/2558 หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายรายว่า บุคคลทั้ง 2 มีพฤติกรรมหลอกลวงชายหญิงชาวไทยไปทำงานนวดที่ประเทศเกาหลีใต้

พ.อ.นพสิทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องวันที่ 11 มี.ค.เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพื้นที่ กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายรายว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้โฆษณาทางสื่อออนไลน์รับสมัครหมอนวดชายหญิงไปทำงานที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ มีรายรับต่อเดือน 50,000-70,000 บาท และสวัสดิการต่างๆ เช่นที่พัก ค่าข้าว วันหยุด ฯลฯ แต่เมื่อผู้เสียหายรายหนึ่งได้สมัครไปทำงานกลับไม่เป็นอย่างที่โฆษณา เนื่องจากถูกลอยแพและถูกยึดหนังสือเดินทางไว้ ต้องทำงานทุกวันได้รับค่าจ้างเพียง 30,000 บาท เงินเดือนๆแรกถูกหักไปกับค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก ค่าอาหารต้องจ่ายเอง นอนรวมกับพนักงานคนอื่นๆ เมื่อผู้เสียหายหลบหนีออกมาได้ จึงแจ้งสถานฑูตไทยทราบ ก่อนเดินทางเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ทหาร

พ.อ.นพสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งคู่พักอาศัยอยู่ที่อาคารเวลธ เทอร์ตี้อพาร์ทเม้นต์ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นในห้องพักช่วงเย็นวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา

พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน อยู่ในห้องพักกำลังเตรียมพาหญิงไทย 4 คน เดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือเอาไว้ได้ ก่อนควบคุมตัวทั้งสองคนมาสอบปากคำนายวิทย์ (นามสมมติ)หนึ่งในเหยื่อผู้เสียหาย ให้การว่า เห็นโฆษณาในอินเตอร์เน็ตสนใจ สมัครเข้าทำงานโดยผู้ต้องหาทั้งคู่จัดทำหนังสือเดินทางและวีซ่านักท่องเที่ยวให้ เมื่อเดินทางไปถึงมีพี่สาวกับน้องชายของนายคิม รอรับพวกตนอยู่ที่ประเทศเกาหลี แต่กลับถูกยึดพาสปอร์ตต้องทำงานทุกวันโดยไม่ได้เงินเดือนแต่อย่างใด โดยพี่สาวกับน้องชายนายคิม อ้างว่าจะให้เงินหลังจากทำงานครบ 3 เดือน ทำให้ต้องนำเงินจากค่าทิปนวดมาใช้จ่ายซื้ออาหารกินเอง เมื่อครบ 3 เดือนไปทวงถามบอก ยังไม่จ่ายให้ อีกทั้งยังพาตนไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งโดยแจ้งว่าจะพาไปทำงานต่อที่อื่นๆ ตนเห็นท่าไม่ดีจึงหนีออกมา ก่อนไปขอความช่วยเหลือจากสถานฑูตไทย จนกระทั่งได้เดินทางกลับมา ก่อนเข้ามาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ทหาร

ด้าน น.ส.ปวีณา ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ก่อนหน้านี้รู้จักอยู่กินเป็นสามีภรรยากับนายคิม 2 ปี จากนั้นชวนไปทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่ร้านนวดที่ประเทศเกาหลีใต้ 2 เดือน ได้ค่าจ้าง 30,000 บาท และต้องนอนพักกับพนักงานนวดคนอื่นๆเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นเกิดป่วย สามีจึงพากลับมาที่ประเทศไทยก่อน ส่วนเรื่องจ้างหญิงไทยไปนวดที่ประเทศเกาหลีใต้โดยการประกาศเชิญชวนตามโซเชียลมีเดีย หากมีใครสนใจก็จะจัดทำพาสปอร์ตกับวีซ่าให้ เมื่อไปถึงประเทศก็จะมีพี่สาวและน้องชายของสามีคอยรอรับอยู่ ก่อนยึดพาสปอร์ตไว้ เมื่อทำงานครบกำหนด 3 เดือนก็จะไม่จ่ายเงิน โดยพาออกจากร้านนวดไปปล่อยลอยแพตามทาง ก่อนจะรับพนักงานนวดชุดใหม่มาทำงาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ทำการสอบปากคำ ก่อนพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดคดีอาญาข้อหาใดบ้าง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เรื่องโดย สำนักข่าวเนชั่น โดยเจษฎา จันทรรักษ์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend