ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เปิดปมคดีไร่ส้ม ทำไม "สรยุทธ " ได้รับโทษหนัก!

35.45K 1.47K
เปิดปมคดีไร่ส้ม   ทำไม สรยุทธ  ได้รับโทษหนัก!

คดีนี้พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) , บริษัทไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ประธาน.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.6 , 8 และ 11

พฤติการณ์คดี ช่วงปี 2548 - 2549 นางพิชชาภา พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำคิวโฆษณารวมในรายการ "คุย คุ้ยข่าว" ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากบริษัท ไร่ส้ม เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภา ไม่รายงานการโฆษณา

ข้อต่อสู้ของทางจำเลย นางพิชชาภา ให้การว่าไม่มีอำนาจอนุมัติการโฆษณาและไม่เคยใช้น้ำยาลบคำผิด ลบข้อความเกี่ยวกับการจัดคิวเวลาโฆษณา ส่วนเช็ค 6 ฉบับที่ได้รับนั้นเป็นค่าประสานงานคิวโฆษณาที่นอกเหนือจากหน้าที่ ไม่ใช่ค่าตอบแทนในการไม่ระบุการโฆษณาเกินเวลา

ส่วน บมจ. ไร่ส้ม ให้การว่า ไม่เคยมอบให้ผู้ใดไปติดต่อเพื่อจัดคิวโฆษณาเกินเวลา และไม่เคยให้นางพิชชาภา ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารเกี่ยวกับการโฆษณา

นายสรยุทธ ให้การว่า ไม่เคยรู้จักกับนางพิชชาภา ไม่ทราบว่านางพิชชาภา มีหน้าที่อะไร และไม่เคยติดต่อให้ผู้ใดไม่รายงานโฆษณาที่เกินเวลา แต่ยอมรับว่าเช็ค 6 ฉบับ จำนวน 6 แสนกว่าบาทที่นางพิชชาภา มี ได้ลงลายมือชื่อนายสรยุทธ ซึ่งเป็นเช็คที่ชำระค่าประสานงาน ไม่ใช่เงินที่ตอบแทนให้นางพิชชาภา ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารที่เกี่ยวกับการโฆษณา และได้ยกรูปแบบสัญญาร่วมจัดรายการ Time Sharing (แบ่งเวลาโฆษณา) มาต่อสู้ในคดีนี้ พร้อมระบุว่า บริษัทผู้ผลิตรายการรายอื่นก็ปฏิบัติอย่างนี้เช่นกัน โดยมีข้อตกลงระหว่างกัน ว่าแบ่งอัตราโฆษณา 50:50 อีกทั้งเงินจำนวนค่าโฆษณาส่วนเกินจำนวน 138 ล้านบาทเศษ ได้ชำระคืนให้ อสมท. ครบถ้วนแล้ว จึงไม่ได้มีความเสียหายกับ อสมท.

ส่วน น.ส.มณฑา ให้การว่า เช็คที่ชำระให้นางพิชชาภา เป็นค่าประสานงานหรือค่านายหน้าในการหาโฆษณา ไม่เคยใช้ให้นางพิชชาภา ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารที่เกี่ยวกับการโฆษณา

ทำไม สรยุทธ ได้รับโทษหนัก

เนื่องจากความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การฯ มาตรา 6 ฐานพนักงานเรียกรับสินบน มีอัตราโทษตามกฎหมายสูง คือ ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท, มาตรา 8 ฐานเป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต โทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท และมาตรา 11 ฐานพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นเมื่อศาลอาญาเห็นว่า นางพิชชาภา กระทำผิด ศาลจึงใช้ดุลพินิจลงโทษตามอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ จำคุก 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ, น.ส.มณฑา เมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงมีความผิดฐานสนับสนุนซึ่งต้องรับโทษ 2 ใน 3 ของอัตราโทษข้างต้น คือ จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับบริษัท ไร่ส้ม 80,000 บาท

ประเด็นคำพิพากษา

ศาล เห็นว่า 1. การร่วมผลิตรายการของบริษัท ไร่ส้มฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต ส่วนนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นพิธีกรจัดรายการ ทำสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชัดว่าถ้ามีโฆษณาเกินกว่าส่วนแบ่ง บริษัทไร่ส้ม ต้องขอซื้อโฆษณาส่วนเกินย้อนหลังและชำระค่าโฆษณาเกินให้แก่บริษัท อสมทฯ โดยบริษัทไร่ส้ม ไม่มีสิทธิ์แบ่งค่าโฆษณาส่วนเกินคนละเท่า ๆ กับบริษัท อสมทฯ

2. ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า บริษัท ไร่ส้ม จะต้องชำระค่าโฆษณาส่วนเกินและไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดทางการค้าปกติร้อยละ 30 จากค่าโฆษณาส่วนเกิน 138,790,000 บาท เพราะบริษัทไร่ส้ม เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขณะที่ นางพิชชาภา อดีตพนักงาน อสมท ซึ่งมีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา แต่ไม่รายงานการโฆษณาที่เกินเวลาให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เป็นเหตุให้บริษัท อสมทฯ ได้รับความเสียหาย

3. มีรายงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของ อสมทฯ 2 ชุด มีความเห็นทำนองว่า นางพิชชาภา ใช้น้ำยาลบคำผิดลบรายการโฆษณาที่เกินเวลาในส่วนของบริษัทไร่ส้ม ออกจากใบคิวโฆษณารวม แสดงถึงการปกปิดข้อเท็จจริง เมื่อนางพิชชาภา เป็นพนักงานมีหน้าที่จัดการทรัพย์และรับเงินตามเช็ค เป็นการต้องห้าม จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 8 และ 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

4. นายสรยุทธ เป็นผู้มีอำนาจจัดการและเป็นพิธีกรจัดรายการมาโดยตลอด ดังนั้นนายสรยุทธ น่าจะทราบเนื้อหางานเป็นอย่างดี การใช้เงินแม้จะให้โดยเสน่หา แต่ไม่รายงานให้ทราบก็เป็นการสนับสนุน ในทางนำสืบศาลเห็นว่า นายสรยุทธ จ่ายเช็คเพื่อจูงใจให้กระทำหรือไม่กระทำการใด ทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหาย ดังนั้นการที่บริษัทไร่ส้ม,นายสรยุทธ ,น.ส มณฑา นำเช็คไปมอบให้แก่นางพิชชาภา ถือเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะการไม่รายงานโฆษณาเกินเวลาของนางพิชชาภา ทำให้บริษัท ไร่ส้ม ได้รับประโยชน์ จึงเป็นความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิดของนางพิชชาภา


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend