ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ย้อนรอยคดีไร่ส้ม-ปมเงินค่าโฆษณา‘อสมท’

35.57K 2.22K

เรื่องบริษัทไร่ส้ม และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เริ่มจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2546 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาว่าจ้างนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ให้เป็นพิธีกรแบบรายวัน ดำเนินรายการ ถึงลูกถึงคน ในอัตราค่าจ้าง 5,000 บาทต่อตอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.มานะจี้ "สรยุทธ" แสดงสปิริต "พักหน้าจอ" 

ย้อนชม Nation X Files ย้อนรอยคดีไร่ส้ม ยอดภูเขาน้ำแข็ง อสมท. 

"โฆษกสมาคมนักข่าวฯ" แนะ "สรยุทธ" ทบทวนบทบาทหน้าจอ 

รีทวิตรัวสนั่น!ข่าวจำคุก "สรยุทธ" คดีไร่ส้ม โกงเงินโฆษณา (มีคลิป) 

ต่อมาปรากฏว่ารายการได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชมรายการ หลังจากนั้น เดือนกุมภาพันธ์ 2547 นายสรยุทธ จึงได้ตั้ง บริษัทไร่ส้ม จำกัด โดยมีนายสรยุทธ เป็นกรรมการผู้จัดการ มี น.ส.อังคณา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ้ม เป็นกรรมการบริษัท และเข้าทำสัญญาร่วมผลิตรายการกับ อสมท โดยระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2549 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้เข้าทำสัญญากับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมผลิตรายการ คุยคุ้ยข่าว ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลาประมาณ 12.00-13.00 น. ครั้งละ 60 นาที (รวมเวลาโฆษณา) โดย บมจ.อสมท ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ครั้งละ 5 นาที ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ บมจ.อสมท ในอัตรานาทีละไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

นอกจากนี้ได้ทำสัญญาร่วมผลิตรายการ คุยคุ้ยข่าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลาประมาณ 21.30-22.00 น. ครั้งละ 30 นาที (รวมเวลาโฆษณา) โดย บมจ.อสมท ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ครั้งละ 2 นาที 30 วินาที ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ บมจ. อสมท ในอัตรานาทีละไม่ต่ำกว่า 240,000 บาท

เรื่องมาแดงขึ้นเมื่อช่วงปี 2549 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ตรวจพบว่า บ.ไร่ส้ม ค้างรายได้จากการโฆษณาเป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท แม้สุดท้ายทาง บ.ไร่ส้ม ได้รีบชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้ อสมท เป็นเงินจำนวนกว่า 138 ล้านบาท เมื่อรวมดอกเบี้ยเป็นเงินกว่า 152 ล้านบาท แม้จะได้รับค่าเสียหายคืนแล้ว แต่ทาง อสมท ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงสองชุดด้วยกัน ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการทั้งสองชุดพบว่ามีการกระทำผิดจริง

เมื่อคดีมาถึง ป.ป.ช. ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ปรากฏว่า นางพิชชาภา หรือชนาภา เอี่ยมสะอาด หรือบุญโต เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บมจ.อสมท เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำคิวโฆษณารวมและเป็นผู้รายงานโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บเงินจาก บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ให้ความช่วยเหลือ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยไม่มีการรายงานการโฆษณาเกินเวลาของ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เพื่อเรียกเก็บเงิน ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2549

จากการไต่สวนปรากฏว่า นายสรยุทธได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คของธนาคารธนชาต สาขาพระราม 4 จ่ายเงินให้นางพิชชาภา โดยมีการทำเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้รวม 6 ครั้ง เป็นเงิน 739,770.50 บาท เพื่อตอบแทนที่นางพิชชาภามิได้รายงานการโฆษณาเกินเวลาของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด

ต่อมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 นางบุณฑณิก บูลย์สิน รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด 1 ได้สังเกตพบว่า รายการข่าวเที่ยงคืน มีการออกอากาศล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด จึงได้ตรวจสอบ และได้เรียกนางพิชชาภามาสอบถามต่อหน้าทุกคนซึ่งนางพิชชาภาก็ได้รับสารภาพต่อหน้าทุกคนว่า บริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีการโฆษณาเกิน และไม่มีการรายงานเพื่อเรียกเก็บเงินจริง และนางพิชชาภาได้ใช้น้ำยาลบคำผิด ลบเฉพาะคิวโฆษณาเกินเวลาในส่วนของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ในใบคิวโฆษณารวมของ บมจ.อสมท เพื่อปกปิดความผิดที่ได้กระทำขึ้นตามคำแนะนำของนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงานของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ก่อนที่จะเกิดการตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้น

หลังจากนั้น บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้ บมจ.อสมท ในวันที่ 31 สิงหาคม 2549 และวันที่ 15 กันยายน 2549 เป็นเงินจำนวน 103,953,710 บาท โดยบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ขอหักส่วนลด 30% จากยอดทั้งหมดจำนวน 138,790,000 บาท แต่ บมจ.อสมท ไม่ยินยอมให้หักส่วนลด 30% เนื่องจากบริษัท ไร่ส้ม จำกัด มิได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำกันไว้และไม่ได้ชำระเงินให้ถูกต้องตามสัญญา บมจ.อสมท จึงคิดดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 138,790,000 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2548 คิดถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2549 เป็นเงินจำนวน 4,464,197.67 บาท พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 9,715,300 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 152,969,497.67 บาท ซึ่งบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ก็ยินยอมชำระเงินดังกล่าวให้ บมจ.อสมท. ในวันที่ 20 ตุลาคม 2549

20 กันยายน 2555 ป.ป.ช.ได้มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดนางพิชชาภา เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) มีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงและมีมูลความผิดทางอาญา และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บริษัท ไร่ส้ม จำกัด, น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัท ไร่ส้ม จำกัด, บริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด

คดีดังกล่าวหลังจากอัยการสูงสุดได้รับสำนวน ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิดแล้ว ต่อมาวันที่ 5 กันยายน 2556 อัยการสูงสุดได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ เพื่อให้คณะทำงานอัยการ และ ป.ป.ช.ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ ต่อมาคณะทำงานผู้แทนทั้งฝ่ายอัยการ และป.ป.ช. รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว จึงเสนออัยการสูงสุด

ต่อมาอัยการสูงสุดเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา จึงมีคำสั่งฟ้อง และได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 30 ม.ค.58 โดยพนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) , บริษัทไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐาน เป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่า ด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.6 , 8 และ 11

โดยคดีดังกล่าวอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 30 ม.ค.58 ระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.48 - 28 เม.ย.49 นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำคิวโฆษณารวมในรายการ คุย คุ้ยข่าว ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียก รับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลยที่ 2-4 เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ไม่รายงานการโฆษณา

ทั้งนี้คดีนี้ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธในชั้นศาล โดยอัยการโจทก์แถลงขอสืบพยานตามสำนวนการไต่สวนของป.ป.ช. ซึ่งมีผู้บริหารและพนักงาน บมจ. อสมท. ชุดปัจจุบันและอดีต ที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาและจัดคิวโฆษณา รวม 19 ปาก

ส่วนนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 แถลงต่อศาลว่า ไม่มีอำนาจอนุมัติการโฆษณา และไม่เคยใช้น้ำยาลบคำผิด ลบข้อความเกี่ยวกับการจัดคิวเวลาโฆษณา ส่วนเช็ค 6 ฉบับที่ได้รับนั้นเป็นค่าประสานงานคิวโฆษณาที่นอกเหนือจากหน้าที่ ไม่ใช่ค่าตอบแทนในการไม่ระบุการโฆษณาเกินเวลา และนางพิชชาภาได้นำสืบพยาน 2 ปาก คือ ตัวนางพิชชาภาและพนักงาน บ.อสมท.ฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลย

ส่วนบมจ. ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ได้แถลงว่าไม่เคยมอบให้ผู้ใดไปติดต่อเพื่อจัดคิวโฆษณาเกินเวลา และไม่เคยให้นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารเกี่ยวกับการโฆษณา เช่นเดียวกับนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 ที่แถลงว่าไม่เคยรู้จักกับนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่อะไร และไม่เคยติดต่อให้ผู้ใดไม่รายงานโฆษณาที่เกินเวลา แต่ยอมรับว่าเช็ค 6 ฉบับที่นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 มี ได้ลงลายมือชื่อนายสรยุทธจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเช็คที่ชำระค่าประสานงาน ไม่ใช่เงินที่ตอบแทนให้จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารที่เกี่ยวกับการโฆษณา

ทั้งนี้จำเลยที่ 2-3 ขอสืบพยานทั้งหมด 25 ปาก ซึ่งเป็นพยานที่ซ้ำกับพยานโจทก์ 9 ปาก จึงเหลือพยานที่จะนำสืบ 16 ปาก

ขณะที่ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 แถลงว่า เช็คที่ชำระให้นางพิชชาภาจำเลยที่ 1 เป็นค่าประสานงานหรือค่านายหน้าในการหาโฆษณา ไม่เคยใช้ให้จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารที่เกี่ยวกับการโฆษณา โดยจำเลยที่ 4 ขอสืบพยาน 8 ปาก แต่มีพยาน 2 ปากที่ซ้ำกับพยานของอัยการโจทก์ จึงเหลือพยานที่จะต่อสู้คดี 6 ปาก

คดีนี้ศาลให้อัยการโจทก์นำสืบพยาน 4 นัด ในวันที่ 17-18 ก.ย. และ 29-30 ก.ย. 2558 ส่วนจำเลยที่ 1-4 ให้สืบพยาน 5 นัด ในวันที่ 2, 8 ต.ค. และ 28 ,29,30 ต.ค. 2558

สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การฯ มาตรา 6 ฐานพนักงานเรียกรับสินบน ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท, มาตรา 8 ฐานเป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต โทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท และมาตรา 11 ฐานพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากนางพิชชาภา หรือชนาภา กระทำผิด ศาลก็จะใช้ดุลพินิจลงโทษตามอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนนายสรยุทธ, น.ส.มณฑา, บริษัทไร่ส้ม เมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็ต้องรับโทษ 2 ใน 3 ของอัตราโทษข้างต้น ฐานร่วมกันสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำความผิด

สำหรับพยานที่ถูกกล่าวอ้างในคดีีนี้ คือ ผู้อำนวยการสำนักหนึ่งในกรมสรรพากร ,ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สำนักกฎหมายแห่งหนึ่ง, รองประธานผู้อำนวยการ บริษัท อสมท.ฯ ,ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีบริษัท อสมทฯ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ด้านโฆษณา บริษัท อสมท ฯ และคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.สำหรับแนวทางการต่อสู้คดีของทางจำเลย ได้สู้กรณีการซื้อโฆษณา โดยนายสรยุทธ และบริษัท ไร่ส้มฯ อ้างว่าไม่ทราบเรื่องโฆษณาเกินเวลา ขณะเดียวกันในการสัมปทานโฆษณาระหว่างบริษัท อสมท.ฯ และบริษัท ไร่ส้มฯ ได้รับผลประโยชน์ในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์เท่ากันและพบว่ามีการโฆษณาเกินเวลากันทั้งคู่ และนางพิชชาภา ยอมรับว่า ได้รับเงินค่าเช็คจากบริษัท ไร่ส้มฯ จริง ซึ่งเป็นเป็นเช็คจากค่าประสานงาน แต่ไม่ได้เป็นเช็คที่เกี่ยวกับค่าโฆษณาเกินเวลา ส่วน น.ส.มณฑา ยอมรับว่า นำเช็คให้นางพิชชาภา แต่เป็นค่าประสานงาน ไม่เกี่ยวกับค่าโฆษณาเกินเวลา

นอกจากคดีอาญาแล้วยังมีคดีที่ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับ หลังศาลปกครองกลางให้ อสมท จ่ายเงินให้บริษัทไร่ส้มของพิธีกรดัง สรยุทธ สุทัศนะจินดา 55ล้าน เป็นไม่ต้องจ่ายค่าส่วนลดโฆษณาดังกล่าว

โดยคดีนี้ี่เมื่อ 17 ก.ค.58 ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา ในคดีที่บริษัทไร่ส้มจำกัด ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง ยื่นฟ้องบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นคู่สัญญาผลิตรายการโทรทัศน์ คุยคุ้ยข่าว ออกอากาศทางช่อง 9 กรณีเรียกเก็บค่าโฆษณาส่วนเกิน โดยไม่ให้ส่วนลดทางการค้า 30% ตามข้อสัญญา และค่าโฆษณาที่ บมจ.อสมท ได้โฆษณาเกินส่วนแบ่งตามเวลาที่ตกลงไว้

สำหรับคดีนี้บริษัทไร่ส้มฯ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2551 และศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2556 ว่า บมจ.อสมท ผิดจริง และให้จ่ายเงินให้กับบริษัทไร่ส้ม เป็นเงิน 55.777 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษากลับเป็น อสมท ไม่ต้องจ่ายส่วนลดค่าโฆษณากว่า 55 ล้านบาท ให้กับ บริษัท ไร่ส้ม เนื่องจากเห็นว่า ที่ผ่านมามีการโฆษณาเกินเวลามาโดยตลอด และบริษัท ไร่ส้ม ไม่ได้ทำหนังสือขอส่วนลดให้ถูกต้อง ดังนั้นที่บริษัท ไร่ส้ม ได้ชำระค่าโฆษณาเมื่อปี 2549 ที่ทาง อสมท เรียกเก็บ โดยไม่ได้รับส่วนลดทางการค้า 30% นั้น ถือว่าถูกต้องแล้ว

ล่าสุด วันนี้ (29 ก.พ. 59) ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษา จากกรณีฟ้องร้องบริษัทไร่ส้ม จำกัด ของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.สรุปสำนวนชี้มูลความผิด นายสรยุทธ กรรมการผู้จัดการบริษัท และเจ้าหน้าที่ อสมท.กับพวก ร่วมกันสนับสนุนยักยอกเงินโฆษณา ทำให้บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) เสียหายกว่า 138 ล้านบาท

โดยศาลได้สั่งจำคุกนายสรยุทธ กับลูกน้อง 20 ปี ลดเหลือ 13 ปี 4 เดือน ส่วนอดีตคนอสมท คุก 30 ปี ลดเหลือ 20 ปี ไม่รออาญา ปรับไร่ส้ม 80,000 บาท


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend