ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ผู้ต้องหาสารภาพแล้วปมหึงหวงฆ่าหั่นศพสาวใหญ่เจ้าของร้านสปา

5.67K 542

เชียงใหม่ - ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพสาวใหญ่ เจ้าของร้านสปา สารภาพแล้ว ปมหึงหวงพบฝ่ายหญิงคุยไลน์กับชายอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจาก คดีฆ่าหั่นศพ และอำพรางดีโดยการตั้งเวลาเผา นางสุรีย์ อ่อนสนิท อายุ 46 ปี เจ้าของร้านนวดจัสมิน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ถูกพบศพวานนี้ ( 14 ก.พ.) เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 85/178 หมู่บ้านพัชรพรปาร์คโฮม หมู่ที่ 1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายพิพัฒน์ กันธิมา อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 373/676 ถ.มหิดล ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ มาสอบสวนได้แล้ว

โดยเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนำตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดได้เดินทางย้อนไปยังสำนักสงฆ์ เพื่อนำหลักฐานสำคัญ คือ ชุดที่ผู้ต้องสงสัยใส่ในวันเกิดเหตุซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่ โดยนายพิพัฒน์ ให้การว่าซุกซ่อนที่สำนักสงฆ์ ทั้งนี้พฤติกรรมของคนร้ายลงมืออย่างเหี้ยมโหด โดยได้ลงมือนางสุรีย์ ก่อนจะหั่นศพ แยกชิ้นส่วนออกเป็น 6 ชิ้น และพยายามจะอำพรางด้วยการจุดไฟเผาบ้าน แต่เนื่องจากปิดบ้านไว้หมดจนไม่มีอากาศถ่ายเททำให้ ไฟไม่ลุกลาม

พ.ต.ท.ฐานันดร วิทยาวุฑฒิกุล นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้เข้าตรวจ สอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะรอยนิ้วมือแฝง และรอยลากศพ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า ผู้ต้องหาได้ลงมือฆ่าก่อนจะหั่นศพออกเป็นชิ้นๆแล้วแยกใส่ถุงพลาสติกเพื่อเตรียมนำไปทิ้ง แต่มาเปลี่ยนแผนภายหลัง โดยนำศพกลับมาประกอบร่างวางไว้บนที่นอน และพยายามจุดไฟเผาบ้านแต่ไฟไม่ลุกลาม เพราะไม่มีอากาศถ่ายเท

ขณะที่การสอบปากคำในเบื้องต้นนายพิพัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุฆ่า นางสุรีย์ เจ้าของร้านนวดจริง ซึ่งตนกับผู้ตายนั้นอยู่กินด้วยกันมานานหลายปีแล้ว ตนก็เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างไทยกับประเทศตุรกี เนื่องจากตนทำงานก่อสร้าง ช่วงที่ทำงานอยู่ก็มีเงินและส่งเงินมาให้นางสุรีย์ ใช้จ่ายและเก็บไว้ตลอด จำนวนหลักล้านบาท และตนเพิ่งกลับมาจากการทำงานที่ตุรกีได้เพียงเดือนเศษแล้วก็มาอยู่บ้านหลังนี้พร้อมกับนางสุรีย์ ก็พบว่าเงินที่มีอยู่ได้ถูกนำไปลงทุนเป็นร้านนวด และเงินส่วนอื่นๆ ก็ไม่เหลือแล้ว

กระทั่งต่อมาในช่วงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะที่นางสุรีย์ ได้เข้าไปอาบน้ำนั้น ก็มีเสียงแอพพลิเคชั่นไลน์จาก โทรศัพท์มือถือดังตลอด ด้วยความสงสัย จึงได้เปิดดู ก็พบว่ามีการพูดคุยกับชายหนุ่มคนอื่นลักษณะชู้สาว ซึ่งหลังจากที่นางสุรีย์ อาบน้ำเสร็จ จึงได้สอบถามนางสุรีย์ และเกิดการทะเลาะ กระทั่งตนบันดาลโทสะลงมือตบตี เพราะตนคิดว่านางสุรีย์ ได้นำเงินที่ตนส่งมาให้ใช้จ่ายและเก็บไว้ นำไปเลี้ยงดูชายอื่น ต่อมานางสุรีย์ ได้นำอาวุธมีดมาข่มขู่ จึงได้เกิดการ แย่งมีดกัน ตนถูกมีดบาดเข้าที่มือด้านซ้ายของตนจนเป็นแผลเลือดออก ตนจึงได้แย่งมีดและทำให้อาวุธมีดพลาดไปแทงโดนตัวนางสุรีย์ทำให้นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ซึ่งตนก็กลัวความผิดและคิดว่าจะจัดการหาวิธีอำพรางคดีดังกล่าวไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกจับได้อย่างไร

ประกอบกับเคยดูหนังเกี่ยวกับคดีฆ่าหั่นศพมาก่อน จึงได้คิดเลียนแบบหนังดังกล่าว ด้วยการหั่นศพนางสุรีย์ ออกเป็นชิ้นๆ แล้วตั้งใจจะนำไปทิ้งลงในแม่น้ำปิง และแม่น้ำอื่นๆ โดยแยกชิ้นส่วนกันไป แต่เพราะมือเจ็บ จึงทำให้หั่นศพได้เพียงแค่ 6 ชิ้นเท่านั้น จากนั้นจึงได้หาหนทางใหม่ ให้ดูเหมือนว่าที่บ้านเกิดไฟไหม้ และนางสุรีย์ ถูกไฟคลอกเสียชีวิต จึงได้วางแผนเพื่อทำการเผาอำพราง ด้วยการนำเทียนมาวางไว้บนไส้ที่ใช้สำหรับจุดโคมลอย จากนั้นก็ได้หลบหนีออกไปบวชที่สำนักปฏิบัติธรรม ก่อนจะถกติดตามจับกุมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีรายงานว่า พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จะร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ ในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ ( 16 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend