ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ไฟไหม้ตึก 10 ชั้น สุดสลด คลอกอาม่าดับขณะร้องให้ช่วยที่ระเบียงชั้น 6

21.81K 1.75K
ไฟไหม้ตึก 10 ชั้น สุดสลด คลอกอาม่าดับขณะร้องให้ช่วยที่ระเบียงชั้น 6

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ. วัชระ แสงเพชร พนักงานสอบสวน สน. บางโพงพาง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารสูง 10 ชั้น เลขที่ 2204/5 ภายใน ซ.นราธิวาส 18 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานงานรถดับเพลิง กับรถกระเช้า เพื่อเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างภายในตัวอาคาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน! ไฟไหม้อาคาร ซ.นราธิวาส 18 มีคนติดภายใน จนท.เร่งช่วยเหลือ เสียชีวิตแล้ว 3 ราย 

ไฟไหม้ ซ.นราธิวาส 18 เสียชีวิตแล้ว 3 ราย 

"สุขุมพันธุ์" ยืนยัน ไฟไหม้อาคาร 10 ชั้น มีผู้เสียชีวิตรายเดียว 

ภาพชุด เหตุเพลิงไหม้บนอาคารสูง 10 ชั้น  ซ.นราธิวาส ซ.18 

ภาพมุมสูง เหตุเพลิงไหม้ อาคารสูง 10 ชั้น  ซ.นราธิวาส ซ.18 

ที่เกิดเป็นอาคารพักอาศัยชื่อ ซีเค เรสซิเด้นท์ สามารถเข้าได้ทั้งทาง ซ.นาราธิวาส 18 และอีกด้าน ซ.จันทร์ 11 ถ.จันทร์มีกลุ่มควันสีดำและแสงเพลิงพวยพุ่งเกิดขึ้นที่บริเวณชั้น 3 ของอาคาร แล้วลุกลามขึ้นชั้นด้านบนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันจุดเกิดเหตุเป็นซอยแคบเจ้าหน้าไม่สามารถปฏิบัติงานได้สะดวก มีรถดับเพลิงสามารถเข้าพื้นที่เกิดเหตุได้เพียง 1 คัน ที่เหลือต้องจอดรอบนอกแล้วใช้วิธีต่อสายฉีดน้ำ ลากจากปากซอยเข้าไปประมาณ 100 เมตร เพื่อฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลาม แต่ไม่สามารถฉีดไปยังจุดเกิดเหตุได้ จึงได้ใช้รถกระเช้ายกตัวขึ้น แสงเพลิงยังโหมลุกลามเต็มบริเวณชั้น 3 แล้วลุกลามไปยังชั้น 4 ,5 และ 6 อย่างรวดเร็ว

โดยในอาคารดังกล่าวรับแจ้งว่ามีผู้ติดค้างอยู่บนอาคาร และได้ออกมายืนขอความช่วยเหลือที่บริเวณ ริมระเบียงชั้น6 ทราบชื่อ นางอังคนา โอสิริ หรือ อาม่า อายุประมาณ 65 ปี ซึ่งได้ร้องขอความช่วยเหลือ โดยช่วงนั้นแสงเพลิงเริ่มลุกลามมาใกล้ตัวของ นางอังคณา จากนั้นไม่ถึง 20 นาที สังเกตเห็น นางอังคณา ทรุดตัวลงที่ริมระเบียง โดยมีบรรดาญาติๆ ที่หนีออกมาได้ก่อนหน้านี้ ต่างพากันตะโกนกรีดร้องขอความช่วยเหลือให้กับ นางอังคณา บางคนถึงกับเป็นล้มฟุบอยู่บริเวณข้างถนน และเป็นภาพที่สลดหดหู่เนื่องจากนางอังคณาได้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา เนื่องจากเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการดับไฟ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงก็ยังไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติการในตัวอาคารเพื่อให้การช่วยเหลือได้ เพราะไฟลุกไหม้รุนแรงจนทำให้เกิดเหตุสลดขึ้นดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่เกิดเหตุเป็นที่พักอาศัย อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ อยู่กันประมาณ 30 คน ประกอบกิจการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีโรงแรมที่เชียงราย และก่อนเกิดเหตุได้ไหว้เจ้าที่บริเวณชั้น 3 จากนั้นได้ลงมาที่ชั้นล่าง โดยไม่มีใครอยู่ ต่อมาไฟได้ลุกไหม้ครั้งใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นศูนย์วิทยุแจ้งว่า อาคารที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนายวิกรม อัยศิริ เป็นอดีต ส.ว.จังหวัดระนอง

ต่อมาเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถดับเพลิงให้สงบได้ โดยเพลิงยังโหมลุกไหม้ โดยได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ที่บริเวณริมระเบียงชั้น 6 นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย เนื่องจากกระโดดหนีไฟจากบริเวณชั้น 3 ลงมาได้รับบาดเจ็บ และบางรายสำลักควัน เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ทราบชื่อคือ นายเชษฐา ง้วนโคกสูง อายุ 46 ปี กระโดดจากชั้น 3 บาดเจ็บศีรษะแตก และเจ็บที่เท้า เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ส่วน น.ส.พิมรภัส จิระศุภเชษฐ์ อายุ 46 ปี สำลักควัน ส่งโรงพยาบาลเลิดสิน สำหรับอีกคนไม่ทราบชื่อนำส่ง โรงจุฬาลงกรณ์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังขอสนับสนุนรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในตัวอาคารเพิ่มเติม

ในเวลาต่อมา พล.ต.ต.กำพล กุศลสถาพร ผบก.กองบินตำรวจ สั่งการให้นำเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยพร้อมทีมกู้ภัยทางอากาศจากกองบินตำรวจ เข้าสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างในตัวอาคาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ในตัวอาคาร เนื่องจากเกรงว่าอาคารจะทรุดตัว เพราะมีรอยแตกร้าวจากความร้อนที่ถูกไฟไหม้เป็นเวลานาน ขณะเดียวกันก็ได้อพยพเด็กนักเรียนอนุบาลที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัย

กระทั่งเวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงไฟยังคงลุกไหม้อยู่ชั้นบนสุดบริเวณชั้นที่ 9 และ 10 ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้ เพราะแรงดันน้ำไปไม่ถึงชั้นบนสุด และได้ใช้ความพยายามยกกระเช้าเพื่อดับเพลิง และยังยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยสังเกตเห็นดัวยสายตาบริเวณระเบียงชั้น 6 ยังไม่สามารถดำเนินการขึ้นไปตรวจสอบผู้ติดค้างในตัวอาคาร และผู้เสียชีวิตที่พบเห็นอยู่ในขณะนี้ เพราะต้องรอให้เพลิงสงบเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปปฏิบัติภารกิจภายในตัวอาคาร และมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าได้ปิดถนนจันทร์ทั้งเส้น เพื่อให้รถน้ำสามารถเข้ามาได้สะดวก และกันประชาชนไม่ให้เข้ามายังจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเพลิงได้ไหม้มาเป็นเวลานาน ทำให้เสี่ยงต่อการพังถล่มลงมาของอาคาร ขณะเดียวกันได้มีเฮลิคอเตอร์ จากกองบินตำรวจ บินวนรอบพื้นที่่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบสภาพเพลิง และประเมินสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 12.15 น. เพลิงยังคงลุกไหม้อยู่ที่บริเวณชั้น 10 โดยการทำงานหลังจากนี้หากสามารถดับเพลิงให้สงบแล้วจะต้องทำการระบายควันออกจากตัวอาคาร จากนั้นต้องให้เจ้าหน้าที่วิศกรรมโยธา ทำการประเมินตัวอาคารว่าจะสามารถเข้าไปในพื้นที่ตรวจสอบภายในตัวอาคารได้หรือไม่ เพราะอาคารถูกไฟไหม้อย่างหนักและเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัวถล่มลงมาได้ ภายหลังเพลิงได้ลุกไหม้นานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงสงบในเวลา 12.45 น. เพราะใช้รถกระเช้านำเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมสายฉีดน้ำยกตัวขึ้นไปดับไฟบริเวณชั้น 9 และชั้น 10 ได้เป็นผลสำเร็จ

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าสามารถน้ำหัวฉีดเข้าไปภายในอาคารได้ จนแสงเพลิงหมดไปทั้งหมด แต่คงมีกลุ่มควันสีขาวอยู่ แต่ยังไม่สามารถนำร่างของผู้เสียชีวิตที่บริเวณระเบียงชั้น 6 ลงมาได้ ต้องรอให้ความร้อนภายในตัวอาคารลดลงก่อน เพราะอาจจะทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่จะไปเคลื่อนย้ายศพเป็นอันตรายได้

นายศรานุชิต งามวิไล นักผจญเพลิงที่เข้าไปปฏิบัติงานภายในตัวอาคารเป็นชุดแรก ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว จากนี้ให้เจ้าหน้ากู้ภัยจะเข้าไปภายในอาคารเพื่อตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียเพิ่มเติม โดยขณะนี้พบว่าโครงสร้างของตัวอาคารเกิดรอยร้าวที่ผนังกำแพงจากเพลิงไหม้ ขณะเดียวกันภายในตัวอาคารไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัย หรือไม่มีสปริงเกอร์ จึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ในที่เกิดเหตุเสี่ยงว่าจะเกิดการทรุดตัว จึงต้องกั้นพื้นที่เป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้าเด็ดขาด ป้องกันประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในที่เกิดเหตุ เพราะอาคารนอกจากได้รับความเสียหายจากไฟไหม้อย่างหนักแล้วยังอุ้มน้ำที่ใช้ดับอาจทำให้พังถล่มลงมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของอาคาร เพื่อสอบถามข้อมูลว่า ภายในอาคารมีผู้อยู่อาศัยทั้งหมดกี่คนในขณะเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้สูญหายหรือไม่หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น และยังยืนยันพบผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวเพียงรายเดียว คือ นางอังคณา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ตรวจสอบล่าสุดมีจำนวน 4 คน เป็นผู้พักอาศัยที่กระโดดจากชั้น 3 คนที่สำลักควัน และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดำเนินการดับไฟ ถูกนำตัวกระจายส่งที่โรงพยาบาลเลิดสิน 1 คน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 2 คน และโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 2 คน ทั้งนี้ที่บริเวณปากซอยนราธิวาส 18 เป็นที่ตั้งของ โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ มีนักเรียนอายุตั้งแต่ 2 ถึง 6 ขวบจำนวน 350 คน ขณะเกิดเหตุทางครูของโรงเรียนดังกล่าวได้ทำการช่วยเหลือ โดยให้มารวมตัวที่บริเวณลานจอดรถตรงลานเทนใกล้ซอยนราธิวาส 20 จากนั้นจึงแจ้งให้ผู้ปกครองมารับเด็กนักเรียนออกไป ซึ่งไม่มีครูหรือนักเรียนคนใดได้รับบาดเจ็บ


เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช | ภาพโดย อดิศร ฉาบสูงเนิน / ชัยกานต์ พานทอง
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend