ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ย้อนรอย...คดีรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิท

22.82K 1.61K
ย้อนรอย...คดีรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิท

12 ปีมาแล้วแล้ว สำหรับคดี "รื้อบาร์เบียร์"ย่านสุขุมวิทย์ ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และพวก ตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ ทีมข่าวเนชั่น จึงขอย้อนรอยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

- 04.00 น. 26 ม.ค. 2546 ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายร้อยคนแต่งกายชุดซาฟารี พร้อมรถแบ็กโฮบุกเข้าทำลายร้านบาร์เบียร์ 60 ร้านซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ บริเวณสุขุมวิทสแควร์ ซอยสุขุมวิท 10 จนเสียหายราบเป็นหน้ากลอง โดยกลุ่มนายทุนกลุ่มใหม่ได้ว่าจ้างให้เข้าไปรื้อร้านค้าของผู้เช่าเดิมเพื่อจะใช้พื้นที่ทำประโยชน์

-13 มี.ค. 2546 หลังการสอบสวน พนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้อง -อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ จำเลยทั้งหมด 131 คนให้การปฏิเสธ จำเลย ได้แก่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตผู้บริหารบริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์, พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสงสุด, พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร หรือ เสธ.แอ๊ป อดีตนายทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กับพวก ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ

-13 ก.ค. 2549 ศาลชั้นต้นยกฟ้องผู้ต้องหาเกือบทั้งหมด ยกเว้นนายชาญเวทย์ มาลัยบูชา จำเลยที่ 49 ซึ่งเป็นทนายความ ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน จำคุก 8เดือน

-11 ก.ย.2555 ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ว่านายชูวิทย์, พ.ท.หิมาลัย และ พ.ต.ธัญเทพ กับพวกรวม 66 คน มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน จึงพิพากษาจำคุกคนละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยอีก 64 คน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้น

- ชูวิทย์ได้รับการปล่อยตัวเพราะมีเอกสิทธิ์การเป็น ส.ส.ในขณะนั้นคุ้มครอง ส่วน พ.ท.หิมาลัย และ พ.ต.ธัญเทพ ได้ยื่นเงินสด 5 แสนบาท ประกันตัว-13 ส.ค. 2558 ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา ซึ่งวันนั้นนายชูวิทย์เดินทางมาศาล ถือถุงใส่แปรงสีฟัน ยาสีฟัน รวมทั้งของใช้ส่วนตัวมาพร้อม และประกาศขอน้อมรับทุกคำตัดสิน แต่เนื่องจากวันดังกล่าวมีการแจ้งต่อศาลว่ามีจำเลยบางคนเสียชีวิตแล้ว ศาลจึงต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 15 ต.ค. 2558

-เช้า 15 ต.ค. 2558 นายชูวิทย์ ได้ไปทำบุญโลงศพต่อชะตาที่บริเวณโรงทานเจใกล้กับศาลอาญากรุงเทพใต้ เนื่องจากเป็นวันที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาแต่จำเลยที่ยื่นฎีกาจำนวน 44คน เดินทางมาศาลไม่ครบ ศาลอาญากรุงเทพใต้จึงเลื่อนไปอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในช่วงบ่าย

-บ่าย 15 ต.ค 2558 ศาลฯได้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากนายชูวิทย์ ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธ และเปลี่ยนคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง พร้อมทั้งขอให้ศาลลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกและนายชูวิทย์ขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องของตนให้ศาลฎีกาพิจารณา

-วันเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้ส่งคำร้องให้ศาลฎีกาทางแฟกซ์ จากนั้นศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน และให้ส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนศาลฎีกาเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องของนายชูวิทย์ต่อไป

- 28 ม.ค 2559.ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง

- 9 พ.ย. 2558 ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊คโดยมีคลิปวิดีโอออกกำลังกายในฟิตเนสแห่งหนึ่ง พร้อมถ้อยคำว่า หลังจากขึ้นศาลเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ตนเดินทางมาสหรัฐอเมริกา ประเทศที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่หากยังมีโอกาส ผมวางแผนจะใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายอยู่ที่นี่"ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่านายชูวิทย์ จะหนีคดีหรือไม่

-10 พ.ย. 2558 นายชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊คยืนยันว่าไม่เคยคิดหนี

- 17 พ.ย 2558 นายชูวิทย์ เดินทางกลับประเทศไทย ตามที่ประกาศไว้ทางเฟซบุ๊ก

- 28 ม.ค 2559 นายชูวิทย์ เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา


เรื่องโดย โอภาส บุญล้อม | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend