ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564

พบแล้ว! ต้นตอแฮกเกอร์ ถล่มเว็บไซต์ศาลไทย ยัน!เชื่อมโยง "Anonymous Myanmar"

3.84K 455
พบแล้ว! ต้นตอแฮกเกอร์ ถล่มเว็บไซต์ศาลไทย ยัน!เชื่อมโยง  Anonymous Myanmar

โฆษกศาลยุติธรรมระบุ พบแล้วแฮกเกอร์ถล่มเว็บศาล BLINK HACKER GROUP เชื่อมโยงAnonymous Myanmar Hacker ใช้10 IP ADDRESS ที่รุกระบบมาจากต่างประเทศ

โฆษกศาลยุติธรรม เผยตรวจสอบแล้วพบแฮกเกอร์ ถล่มเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมดำเนินคดีตามความผิดบ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ มาตรา 10,12 โทษจำคุก 3-15 ปี เชื่อผลพวงการตัดสินคดีเกาะเต่า หลังพบข้อความภาษาอังกฤษเรียกร้องความยุติธรรม ย้ำการกระทำแฮกเกอร์ ไม่อาจเปลี่ยนคำพิพากษาได้ สู้คดีต้องใช้สิทธิ์อุทธรณ์-ฎีกาตามกฎหมาย --ศาลยุติธรรม--13 ม.ค.59-- นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่หน้าเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม ถูกแฮกเกอร์บุกรุกจนไม่สามารถใช้งานได้ว่า จากการตรวจสอบการเชื่อมต่อโครงข่ายข้อมูลหน้าเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรมนั้นไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยครั้งแรกที่ตรวจสอบพบว่า หน้าเว็บเพจหน้าแรกของสำนักงานศาลยุติธรรม กลายเป็นบนพื้นสีดำ และมีรูปสัญลักษณ์คล้ายหน้ากากสีขาว พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ เขียนว่า BLINK HACKER GROUP และ Failed Law We Want Justice ! # Boycott Thailand และจากการสืบค้นพบว่า BLINK HACKER GROUP เชื่อมโยงกลุ่มที่ใช้ชื่อ Anonymous Myanmar Hacker ซึ่งเหตุดังกล่าวจนถึงวันนี้ (13 ม.ค.) หน้าเว็บไวต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม ยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ แต่ก็เป็นเพียงการที่บุคคลภายนอกไม่สามารถใช้งานได้เท่านั้น แต่ระบบปฏิบัติงานภายในระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมกับหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับความเสียหายใดๆ โดยระหว่างนี้เรายังเฝ้าระวังตรวจสอบหาช่องโหว่ที่จะป้องกันการบุกรุกทางคอมพิวเตอร์ต่อไป และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขให้มีการเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารภายในได้ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบเพื่อหาผู้กระทำผิดนั้น ในส่วนของระบบโครงการข่ายคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เกิดเหตุสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ประสานสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน โดยศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ให้ตรวจสอบหาการบุกรุกและช่องโหว่ระบบเครือข่าย ขณะที่การตรวจสอบรายละเอียด IP ADDRESS พบว่ามีประมาณ 10 IP ADDRESS ของผู้ที่เข้ามาบุกรุกระบบโครงข่ายหน้าเว็บไวต์ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ แต่ยังไม่ขอระบุรายละเอียดในส่วนนี้  โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว ที่ทำให้หน้าเว็บแรกของสำนักงานศาลยุติธรรมเสียหายครั้งนี้ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษตาม มาตรา 10 ฐานรบกวน ขัดขวาง ระบบคอมพิวเตอร์ ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 12 ผู้ใดกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการใก้บริการสาธารณะหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ระวางโทษตั้งแต่ 3 - 15 ปี และปรับ 60,000 - 300,000 บาท โดยสำนักงานศาลยุติธรรม จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไปภายใต้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ  ลักษณะข้อความของผู้บุกรุกทางคอมพิวเตอร์ที่ได้เขียนไว้ในหน้าเว็บเพจของสำนักงานศาลยุติธรรมนั้น ทำให้เห็นได้ว่าอาจเชื่อมโยงการพิพากษาคดีเกาะเต่า ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรม ขอเรียนว่า การกระทำที่เกิดขึ้นของผู้บุกรุกทางคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการพิจารณา และคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีเกาะเต่าได้ที่ศาลได้ดำเนินการตามบทบัญญัติกฎหมาย แต่ทางคดี คู่ความสามารถใช้สิทธิ์อุทธรณ์-ฎีกาได้ตามกฎหมายต่อไป โฆษกศาลยุติธรรมย้ำ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend