ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564

ตร.อุดรรวบ 3 ร้านคาราโอเกะค้ามนุษย์

1.74K 345

ชุดปฏิบัติการพิเศษ เข้าตรวจค้นร้านคาราโอเกะ 3 แห่ง ในเขตเทศบาล ต.บ้านผือ จ.อุดรธานี รวมถึงโรงแรมใกล้เคียงอีก 2 แห่ง พบมีการหลอกลวงเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 จากลาว มาค้าประเวณี จนท.แจ้งข้อกล่าวหา ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและตั้งสถานค้าประเวณีผิดกฎหมาย

เวลา 20.00 น. วันที่ 5 ม.ค.ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง นำโดยนายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนการสอบสวนคดีอาญา สำนักการสอบสวนและนิติกร หรือ สน.สก.นายณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับและตรวจสอบ สน.สก. พร้อมด้วย นายกองโทปราโมทย์ ธัญญพืช ปลัด จ. อุดรธานี นายภูมิชัย ราชพิตรภักดีวิเศษ นายอำเภอบ้านผือ นายภูมิพัฒน์ รนาสิทธิ์ตานนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ปปท.เขต 4 และ ร.ต.จักรเพชร บุตรวงษ์ ชุดปฎิบัติการพื้นที่ ที่ 1322 ร.13 พัน 2 พร้อมกำลัง อส. 30 นาย และอาสาสมัครองค์กรพัฒนาเอกชน วางแผนเข้าตรวจค้นร้านคาราโอเกะ 3 แห่ง ในเขตเทศบาลตำบลบ้านผือ คือ ร้านเลดี้ ร้านเทียนทอง และร้านบ้านสวน รวมถึงโรงแรมใกล้เคียง 2 แห่ง หลังจากได้รับการร้องเรียนว่า มีการหลอกลวงเด็กสาวจาก สปป.ลาว ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี มาค้าประเวณี ซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์ โดยการอำนวยการของ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง และ นายชยาวุธ จันทร ผวจ. อุดรธานี 

จากนั้นได้นำกำลังเข้าทำการตรวจค้นร้านคาราโอเกะทั้ง 3 แห่ง ที่ใช้เป็นสถานที่ทำงานของเด็กสาว และสถานที่นัดพบของผู้มาซื้อบริการ ส่วนโรงแรม 2 แห่ง เป็นสถานที่ใช้ค้าประเวณี ที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้ส่งสายลับเข้าไปล่อซื้อ พบเด็กสาวชาวลาวทั้งหมด 16 คน มีเอกสารที่เป็นหนังสือเดินทางประจำตัวทุกคน ที่ระบุอายุมากกว่า 18 ปี จึงได้นำตัวมาทำการสอบสวนที่ที่ทำการปกครองอำเภอบ้านผือ แต่การสอบปากคำพบว่าอายุต่ำกว่า 18 ปี 6 คน พร้อมควบคุมตัว นายสมคิด บุญคง เจ้าของร้านเลดี้ นางเสาวคนธ์ แก้วคำ เจ้าของร้าน และ นายสุริยา ศรศิริ ผู้ดูแลร้านเทียนทอง และ น.ส.น้อย วงษ์จันทร์ ผู้ดูแลร้านบ้านสวน 

เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของและผู้ดูแลร้านทั้ง 3 ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและตั้งสถานค้าประเวณีผิดกฎหมาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จาก พมจ.อุดรธานี และ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านผือ พร้อมด้วยพนักงานฝ่ายปกครอง ได้ร่วมทำการสอบสวนสัมภาษณ์หญิงสาวชาวลาวทั้ง 16 คน เพื่อคัดแยกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของร้านและผู้ดูแลร้านในข้อหาค้ามนุษย์เพิ่มเติมซึ่งจะทำการส่งหญิงสาวตรวจอายุจริงจากมวลกระดูก เพื่อยืนยันอายุของเด็กสาวทั้งหมดอีกครั้ง 

จากนั้นเวลา 00.00 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ห้องประชุม ที่ทำการปกครอง อ.บ้านผือ นายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนการสอบสวนคดีอาญา พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวการบุกเข้าจับกุมครั้งนี้ ว่า ได้รับการร้องเรียนจากองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม ก.มหาดไทย ว่าในพื้นที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี มีร้านคาราโอเกะ นำเด็กผู้หญิงชาวลาวอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาค้าประเวณี ซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และจากการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ายังมีพฤติกรรมหลอกลวงเด็กหญิงชาวลาวว่าจะพาเข้ามาทำงานโรงงาน แต่กลับนำมาทำงานที่ร้านคาราโอเกะ และเด็กต้องจำยอมค้าประเวณี เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ

    ซึ่งปฎิบัติการครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายปราบปรามการค้ามนุษย์ของกระทรวงมหาดไทย โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ที่สั่งการให้ ผวจ.และนายอำเภอ เข้มงวดกวดขันป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ ทั้งการค้าประเวณีเด็ก การบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานประมง ขบวนการนำพาคนต่างด้าว ปัญหาชาวโรญิงจา เพราะเป็นที่จับตามองจากต่างประเทศว่าไทยจริงใจกับการแก้ปัญหาหรือไม่อย่างไรและการเข้าทำการจับกุมในพื้นที่ จ.อุดรธานี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรก 27 ม.ค.58) 

ซึ่งการดำเนินการที่ให้มีการค้าประเวณีและค้ามนุษย์ ต้องมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 4 จะดำเนินการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนร้านคาราโอเกะที่ถูกจับกุมจะอาศัยอำนาจตามประกาศคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 50 สั่งปิดสถานที่ทั้ง 3 แห่ง อย่างถาวรต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend