ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ย้อนชีวิต"สเตลล่า มาลูกี้" นางเอกฟ้าทะลายโจรชีวิต "ยังยิ้มได้แม้สูญเสียขา"

13.77K 463
ย้อนชีวิตสเตลล่า มาลูกี้ นางเอกฟ้าทะลายโจรชีวิต ยังยิ้มได้แม้สูญเสียขา

ข่าวคราวของพระเอกหนุ่ม "ปอ" ทฤษฎี สหวงษ์ ที่แพทย์ชี้แจงว่าจำเป็นต้องตัดขาซ้ายระดับเหนือข้อเท้า เพื่อควบคุมการติดเชื้อที่รุนแรง สร้างความตกใจให้แก่แฟนๆ ของพระเอกหนุ่มไม่น้อย หลายคนที่ทราบข่าวต่างส่งกำลังใจให้นักแสดงหนุ่มอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว และหวังว่าวันหนึ่งพระเอกหนุ่มจะลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับ สเตลล่า มาลูกี้ อดีตนางเอกชื่อดัง จากภาพยนตร์เรื่อง ฟ้าทะลายโจร และองคุลิมาล ที่เคยเปิดเผยเรื่องราวของเธอผ่านรายการ ตีสิบ เมื่อปี 2553 ถึงเรื่องราวที่ต้องสูญเสียขาไป 1 ข้าง หลังจากป่วยด้วยโรคแคลเซียมในปอดสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นโรคที่มีคนป่วยเพียง 5 คนในโลกเท่านั้น

ปัจจุบันชีวิตของเธอยังดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขกับสามี จีโอแวนนี่ เบอร์กามิน และลูกชายที่น่ารัก อเล็กซิโอ้ พร้อมกับทำธุรกิจของที่บ้าน นำเข้าวัสดุที่ทำรองเท้า กระเป๋า และเข็มกลัด

ล่าสุด "คม ชัด ลึก" ได้เปิดใจเรื่องราวของเธออีกครั้ง หลังจากผ่านชีวิตที่สูญเสียขามาแล้วเกือบ 6 ปี พร้อมกับส่งกำลังใจให้พระเอกหนุ่ม "ปอ" ทฤษฎี สหวงษ์ ที่เพิ่งสูญเสียขาซ้ายระดับเหนือข้อเท้า เพื่อควบคุมการติดเชื้อที่รุนแรง

"เวลาผ่านมา 5 ปีกว่าแล้ว มกราคมนี้จะครบ 6 ปี ที่สเตลล่าถูกตัดขาไป ตอนทราบข่าวของปอจากเพื่อนๆ และเข้าใจว่าหมอใช้เครื่องเอคโม่ที่ช่วยการทำงานของปอดและหัวใจ ซึ่งเพื่อนสเตลล่าบอกว่า เขาใช้เครื่องนี้เหมือนกัน หมอบอกว่าการใช้เครื่องนี้ต้องสอดเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งเส้นเลือดใหญ่จะอยู่ที่โคนขาข้างขวา ตอนนั้นหมอเกริ่นว่าอันตราย มีผลข้างเคียงเหมือนกัน อาจจะหัวใจวาย ติดเชื้อในกระแสเลือด บางคนเสียขาไป แต่ตอนนั้นเราตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องพึ่งญาติ ซึ่งญาติก็ตัดสินใจให้เปิดใช้เครื่องนี้ สำหรับตัวเองต้องขอบคุณที่ครอบครัวตัดสินใจตัดขา ถ้าไม่ได้เครื่องนั้น สเตลล่าคงไม่มีชีวิตรอดอยู่ถึงวันนี้"

อดีตนางเอกภาพยนตร์เปิดเผยต่อว่า ตอนนี้เข้าใจความรู้สึกญาติของพระเอกหนุ่ม และอยากให้นักแสดงหนุ่มตื่นขึ้นมาเลี้ยงลูกสาว เพราะหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่เหมือนกัน อีกทั้งทราบมาว่าลูกสาว "น้องมะลิ" พาขวัญ น่ารักและมีแต่คนเอ็นดู

"จริงๆ เราคงคิดแทนเขาไม่ได้ แต่ในความที่เขาเป็นพ่อ ถ้าเขาตื่นขึ้นมาเขาคงดีใจที่มีโอกาสได้เลี้ยงน้อง ตอนนั้นที่สเตลล่าได้ตื่นขึ้นมา เหมือนเราได้เกิดใหม่นะ ปอเขาเสียข้อเท้าไป ร่างกายเขายังมีตา มีมือ สเตลล่าเสียไปทั้งขาขวา ของเราหนักกว่าเขา เรายังทำได้หมดทุกอย่าง ใช้ชีวิตได้ปกติ เขายังทำอะไรได้อีกเยอะ เดี๋ยวนี้ขาเทียมดีมาก ถ้าเขารับตรงนี้ได้ รับการเปลี่ยนแปลงได้ สเตลล่ามั่นใจว่าชีวิตเขาเหมือนเดิมได้ มันอยู่ที่ใจด้วย"

นอกจากนี้ สเตลล่า ยังเปิดเผยอีกว่า ยอมว่ารับช่วงแรกๆ ที่ใช้ขาเทียมอาจจะยากบ้าง เนื่องจากไม่ชิน อีกทั้งรู้สึกอึดอัด แต่เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง มันกลายเป็นเพื่อนสนิทไปเลย เป็นคู่หูไปไหนไปด้วย ขาดไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเขาเราก็เดินไม่ได้ หากพระเอกหนุ่มหายดี อยากให้มองว่าร่างกายเราเป็นส่วนเล็กๆ อยู่ที่เรามอง อยู่ที่ว่าเราจะรับหรือเปล่า หากไม่มี

"ถ้าปอฟื้นขึ้นมา ขาคงจะรู้สึกเหมือนสเตล่า คือเซลล์ประสาทมันจะสั่งการว่าขามันยังอยู่ เหมือนส่งเมสเซสว่าขาเรายังอยู่ แต่ตามองไม่เห็น เราใช้เวลาอยู่ 7 วัน ถึงรู้ว่ามันไม่มีอยู่จริงๆ เพราะสมองไม่รับเลย ไม่รู้ว่าลืมหรืออะไร เราจะเชื่อและมั่นใจตัวเองว่ามันยังอยู่ จนวันที่เจ็ดถึงจะอยู่ว่าไม่มีแล้ว เขาถึงบอกว่าเราจำเป็นต้องเลือกขากับชีวิต เลือกอันไหน คือเราต้องปรับความเข้าใจ"

สเตลล่า เล่าต่อว่า จากประสบการณ์ หากตื่นขึ้นจะไม่มีแรง แม้แต่แก้วน้ำก็ไม่มีแรงจะจับ แต่สิ่งที่คนป่วยต้องทำคือ ต้องเชื่อมั่นในหมอ ฟังคำแนะนำของหมอ ต้องกายภาพทุกวัน กินอะไรที่ทำให้แผลหายเร็ว หากแผลหายแล้วจะได้ใส่ขาเทียม ถ้าจำไม่ผิดใส่ขาเทียมหลังจากตัดขาออกประมาณ 3 เดือน และอยากให้รักตัวเองมากๆ กำลังใจที่มาจากภายในตัวเองสำคัญ กำลังใจจากครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติ ขับรถไปส่งลูก เดิน ปั่นจักรยาน อยากฝากว่า กำลังใจที่ใกล้ชิดที่สุดคือภรรยา ช่วงที่ฟื้นมาภรรยาอาจจะเหนื่อย แต่สู้ไปด้วยกัน เพราะคนป่วยจะไม่มีแรงทำอะไรเลย ยอมรับว่าช่วงนั้นมีท้อบ้าง ฉะนั้นภรรยาสำคัญ ต้องช่วย ขอส่งกำลังใจให้ภรรยาของปอ


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย นิตยสาร Modern Mom
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend