ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

บุกยึดยาบ้าเฉียด 1 ล้านเม็ด

1.64K 190

บช.ปส. ---เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.(ปส.1) พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปส.13) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ผบก.ปส.4 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 12 คน ของกลางยาบ้าจำนวน 1,146,524 เม็ด ยาไอซ์ กว่า 5 กิโลกรัม และกัญชาอีกจำนวนหนึ่ง

คดีแรก เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 6 คน คือ นายจักรกฤช ทิพพชัย อายุ 26 ปี ชาว จ.ขอนแก่น นายนรินทร์ แพงคำอุ้ย อายุ 33 ปี ชาว จ.นครพนม น.ส.จันทิมา รัตนวงค์ อายุ 29 ปี ชาว จ.นครพนม นายพงษ์พิพัฒน์ สุวรรณศรี อายุ 26 ปี ชาว จ.นครพนม น.ส.กรรณิการ์ สุวรรณศรี อายุ 30 ปี ชาว จ.พิษณุโลก และนายอุทิศ ทรทึก อายุ 20 ปี ชาว จ.นครพนม พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ลักษณะเม็ดกลมแบนสีส้ม จำนวน 1,002,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซุกิ รุ่นเซียส สีขาว ทะเบียน (ป้ายแดง) ก-0633 นครพนม จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ตอนครึ่ง รุ่นดีแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน บจ 7597 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ตอนครึ่ง รุ่นดีแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน ฒย 5767 กทม. จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง

พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนหาข่าว กระทั่งทราบว่าจะมีกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขนยาเสพติดไปส่งภาคใต้ โดยใช้รถยนต์ซูซุกิ รุ่นเซียส สีขาว ทะเบียน (ป้ายแดง) ก-0633 นครพนม จึงสะกดรอยติดตามรถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งถึง บริเวณเสาไฟฟ้าแรงสูง พื้นที่ ม.1 บ้านคลองไอ้โต ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง โดยมีนายจักรกฤชได้จอดรถและเดินหายไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าตรวจค้นเปิดรถยนต์คันดังกล่าว พบยาบ้า 495 มัด จำนวน 1,002,000 เม็ด ต่อมาสามารถจับนายนรินทร์ และ น.ส.จันทิมาซึ่งทำหน้าที่ขับรถนำทาง ที่ด่านตรวจท่าซี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลไปสกัดจับรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน ฒย 5767 กทม.ที่ นายจักรกฤช พร้อมกับ นายพงษ์พิพัฒน์ น.ส.กรรณิการ์ และนายอุทิศ ใช้หลบหนีที่ด่านตรวจยานพาหนะบ้านพละ ต.มาบอมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดของกลางพร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดีตามกฎหมาย และทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลถึงผู้กระทำความผิดต่อไป

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบอำมฤต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.414 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือนายซาตา สามะ อายุ 32 ปี ชาว จ.ปัตตานี นายรอมือลี ยาแม อายุ 39 ปี ชาว จ.ปัตตานี และ นายบัฮรุดดีน บินอุเซง อายุ 30 ปี ชาว จ.นราธิวาส พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ลักษณะเม็ดกลมแบนสีส้ม จำนวน 144,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม รถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กว 740 สงขลา จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพรได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงทางภาคใต้ โดยใช้รถยนต์อีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กว-740 สงขลา เป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านชุมพรจึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.414 , สภ.ท่าแซะ , สภ.บ้านมาบอำมฤต , สภ.ปะทิว , สภ.สลุย , และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) กระทั่งพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น พบนายซาตา เป็นผู้ขับขี่ และพวกนั่งโดยสารมาด้วย จึงขอตรวจค้นรถยนต์ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 144,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว

คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกของแก็งโอรส ประกอบด้วยนายบารมีแสงศิริหรือ บาส โอรสอายุ 25 ปี น.ส.รัชฎา คำสาสาสินธ์ อายุ 26 ปี นายจักรกฤษ เจ๊ะวังมา อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 24.4 กรัม ยาบ้า จำนวน 524 เม็ด และกัญชา จำนวน 2.7 กรัม

พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นปส.นิลพัทธ์ กก.2 บก.ปส.1 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า สามารถติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจากนายบารมี และน.ส.รัชฎา ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้สายลับติดต่อเจรจาซื้อยาเสพติดจากบุคคลทั้งสอง ผลการเจรจาตกลงซื้อขายไอซ์ จำนวน 100 กรัม ในราคา 130,000 บาท และยาบ้า จำนวน 200 เม็ด ในราคา 20,000 บาท ร่วมเป็นเงินทั้งสิ้น 150,000 บาท โดยมีการส่งมอบที่ร้านซาวน์เซ็ค คาราโอเกะ ชั้นที่ 7 ห้างสรรพสินค้าย่านห้วยขวาง ในวันที่ 11 พ.ย. เวลา 15.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้อำพรางตัวในการล่อซื้อ เมื่อถึงเวลานัดหมายผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้มาพบและเจรจากัน ก่อนที่ น.ส.รัชฎา ได้ส่งมอบของให้กับเจ้าหน้าที่ล่อซื้อ เมื่อตรวจพบว่ามียาเสพติดอยู่ภายในกระเป๋าดังกล่าวจริง จึงได้แสดงตัวจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 4 พ.ต.อ.ภวินทร์ ภานุมาส ผกก.2 บก.ปส.1 และเจ้าหน้าที้ตำรวจในสังกัด สามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย คือ นายฟุ้ง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นายอลงกต แป้นทอง หรือเติ้ล อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 94.4 กรัม สามารถจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าร้านเมืองทองเครื่องเขียน ถ.พะเนียง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ในวันที่ 12 พ.ย. 58 เวลา 14.05 น. โดยการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 11 พ.ย. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นปส.นิลพัทธ์ กก.2 บก.ปส.1 ได้ร่วมกันจับกุมนายบารมี แสงศิริ หรือ บาส โอรส ซึ่งจากการสอบสวนนายบารมี ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ ซัดทอดขบวนการที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการวางแผนล่อซื้อยาไอซ์จากนายอลงกตก่อนที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมได้พร้อมพวกในที่สุด

ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ ระบุว่า ตำรวจได้เร่งทลายเครือข่ายยาเสพติดแก๊งโอรส เนื่องจากเป็นการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่น และเยาวชน และพบว่ามีการขยายเครือข่ายจากฝั่งธนบุรี ไปย่านบางบัวทอง โดยขอยืนยันว่าจะปิดตำนวนแก๊งโอรสให้ได้ ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงไม่กี่คน พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend