ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

สั่งล่าตัว "พ.อ.คชาชาต"

2.80K 545

ภายหลังชุดสืบสวน บช.ก.นำโดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เข้าตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งโครงการ หลังพบข้อมูล พล.ต.-พ.อ. แก๊งหมอหยองเข้าไปเอี่ยวในส่วนของการหล่อพระรูปบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ รวมทั้งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

กระทั่งพบว่า ได้ร่วมกับเซียนพระชื่อดัง ชักหัวคิวค่าเปอร์เซ็นต์การหล่อรูปปั้น 7 บูรพกษัตริย์ และส่อว่ามีการทุจริตอีกมาก ขณะเดียวกัน พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คสช. เข้าแจ้งความกับกองปราบปรามในการดำเนินคดี พ.อ.คชาชาติ บุญดี หรือผู้การโจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 หลังพบการกระทำผิดม.112 แอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ร่วมกับหมอหยอง-นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในความผิดตาม ม.112 พร้อมกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้า ระหว่างถูกขังในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี โดย พ.อ.คชาชาติ ถูกแจ้งดำเนินคดีแอบอ้างเบื้องสูงในกิจกรรมสำคัญที่จัดไปแล้ว เหตุเกิดที่กรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ กับ บ.ซีพีออล์ จก. (มหาชน) แขวงสีลม เขตบางรัก และคดีแอบอ้างเบื้องสูง ดำเนินการกิจกรรมสำคัญที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ เหตุเกิดที่ บ.คิงเพาเวอร์ จก. ซอยรางน้ำ แขวงพญาไท เขตราชเทวีภายหลังศาลทหารอนุมัติหมายจับผู้การโจ้ 2 ข้อหา ในความผิดตาม ม.112 และ ม.157 ร่วมกับ อาท ชัตเตอร์มหาเทพ เลขาฯคู่ใจอดีตหมอดูดัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากศาลทหารได้ออกหมายจับพ.อ.คชาชาต บุญดี นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่3 และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ หลังพบการกระทำความผิดเพิ่มเติม ตามหมายจับศาลทหารที่ 33-36/2558 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน ในข้อหาความผิดตาม ม.112 และ ม.157 นั้น เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี ได้เดินทางไปที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่ต้องสงสัย ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในส่วนของสำนวนคดีดังกล่าวนั้น ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมสำนวนเพื่อที่จะส่งถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรณีการส่อทุจริตโครงการสร้างอุทยานราชภักดิ์ การสอบสวนไม่ถึงตรงนั้น ยังเป็นการดำเนินการคดีความผิดตามมาตรา 112 โดยชุดแรกที่มีผู้ต้องหา 3 คนก่อน ส่วนการติดตามตัว พ.อ.คชาชาต ให้ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ และ พล.ต.ท.ฐิติราช บริหารจัดการคาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆนี้ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พ.อ.คชาชาต ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศพม่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 06.35 น. โดยใช้ช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ใช้หนังสือเดินทางราชการ (พาสปอร์ตเล่มสีน้ำเงิน) หมายเลข OF1088121 และใช้บัตร ตม.6 เลขที่ KG 44030 เดินทางออกจากประเทศไทย ซึ่งในเวลานั้นยังไม่ได้มีหมายจับกุม ทั้งนี้การสืบสวนสอบสวนข้อมูลพบว่า พ.อ.คชาชาต เดินทางไปประเทศเมียนมาร์ ใช้หนังสือเดินทางราชการพำนักอยู่ในประเทศเมียนมาโดยไม่ต้องขอตรวจลงตราวีซ่าที่ประเทศไทยทำความตกลงยกเว้นในช่วงการตรวจลงตราหนังสือ เดินทางราชการแล้วอยู่ได้ 30 วัน อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ว่า พ.อ.คชาชาต อาจเดินทางเข้าเมืองหลวงของประเทศเมียนมาแล้วออกจากประเทศเมียนมาไปยังประเทศที่สาม ซึ่งหนังสือเดินทางราชการของประเทศไทยสามารถเข้าได้อีกหลายประเทศทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป โดยไม่ต้องขอตรวจลงตราวีซ่าแล้วสามารถพำนักได้ตั้งแต่ 14-90 วันในแต่ละประเทศที่ทำความตกลง ยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางราชการ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend