ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ฎีกาพิพากษากลับจำคุก 5 ปี "ประมวล หุตะสิงห์-ปรีติ เหตระกูล"

4.34K 199

ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 5 ปี ประมวล หุตะสิงห์ - ปรีติ เหตระกูล 2 ผู้บริหาร บทม. ผิด พ.ร.บ.พนักงานในองค์กรรัฐฯ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แก้ไขราคากลางประมูลจ้างเหมาปรับปรุงคุณภาพดินหนองงูเห่าปี39แต่ทางนำสืบประมวล อดีต รอง ผจก.ใหญ่ เป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือคุก 3 ปี 4 เดือน ขณะที่ 2 จำเลย ไม่ศาลตามนัด ศาลให้ออกหมายจับมารับโทษ ภายในอายุความ 10 ปี

ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 11 พ.ย.58 เวลา 10.00 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.4126/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายประมวล หุตะสิงห์ อดีตรองผู้จัดการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) และคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจ้างเหมา และนายปรีติ เหตระกูล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บทม. เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ร่วมกันใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่องค์การหรือบริษัทจำกัด,เป็นพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502มาตรา 8 และ 11

คดีนี้อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 พ.ย.52 ภายหลัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สรุปสำนวนชี้มูลความผิด ซึ่งคำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า วันที่ 20 ก.ย.39 บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด(บทม.) ได้ประกาศ การประกวดราคาจ้างเหมาปรับปรุงคุณภาพดินท่าอากาศยานกรุงเทพแห่งใหม่ (หนองงูเห่า) โดยนายปรีติ จำเลยที่ 2 มีคำสั่งแต่งตั้งนายประมวล จำเลยที่1กับผู้มีชื่อ รวม7คน เป็นคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจ้างเหมา ต่อมาระหว่างวันที่27 29พ.ย.39วันเวลาใดไม่ปรากฏแน่ชัด จำเลยทั้งสอง ร่วมกันแก้ไขราคากลางให้สูงขึ้นกว่าราคาจ้างเหมา ด้วยการพิมพ์เอกสารขึ้นใหม่แล้วนำไปสับเปลี่ยนแทนฉบับเดิม โดยที่กรรมการอีก6คนไม่ได้รู้เห็นหรือเห็นชอบแต่ประการใด เหตุเกิดที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ขณะที่ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 มี.ค.54 เห็นว่าจำเลยทั้งสอง มีความผิดตาม พ.ร.บ.พนักงานในองค์การของรัฐฯ มาตรา 11ให้จำคุกคนละ5ปีต่อมาจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินเมื่อวันที่28ส.ค.56พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสอง ภายหลังอัยการโจทก์ และจำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาอย่างไรก็ดีเมื่อถึงเวลานัด จำเลยทั้งสองไม่ได้เดินทางมาศาล มีเพียงผู้รับมอบอำนาจของนายประมวล จำเลยที่ 1 มาศาลโดยก่อนหน้านี้ศาลเคยออกหมายจับจำเลยทั้งสองให้มาฟังคำพิพากษา ซึ่งครบระยะเวลา 1 เดือนแล้ว แต่จำเลยไม่มาศาลและยังไม่สามารถติดตามจับตัวได้ ศาลจึงอ่านคำพิพากษา โดยให้ถือว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองทราบคำพิพากษาแล้ว

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่ นายปรีติ จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกาสู้เรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ และการพิจารณาหลักฐานเพิ่มเติมของป.ป.ช. ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า ในชั้นของป.ป.ช.มีพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นและรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมรู้เห็นในการกระทำผิด ฎีกาของจำเลยในประเด็นนี้จึงฟังไม่ขึ้น

ส่วนจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามฟ้องโจทก์หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อคณะกรรมการพิจารณาการประกวดราคาที่มีจำเลยที่ 1 เป็นประธานทำการเปิดซองราคาแล้ว เรียกให้ผู้เสนอราคาที่ผ่านการพิจารณาขั้นต้นทั้ง 3 ราย มาเสนอราคาใหม่ และเรียกให้ผู้เสนอราคาต่ำสุดต่อรองราคาแล้วได้ทำบันทึกเมื่อเดือน พ.ย.39 เรื่องรายงานการพิจารณาผลการกระปวดราคาจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงเสนอจำเลยที่ 2 โดยระบุว่าราคากลาง ซึ่งปริษัทที่ปรึกษาตั้งไว้เป็นเงิน 10,860,743,889.38 บาท พร้อมเสนอความเห็นว่าควรจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในออปชั่น 1 เป็นเงิน 11,900,000,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 และกรรมการทุกคนลงลายมือชื่อในรายงานบันทึกข้อความครบถ้วนแล้ว

แต่ระหว่างที่จำเลยที่ 2 พิจารณาบันทึกข้อความดังกล่าว เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทผู้เสียหาย กลับมีการแก้ไขข้อความในบันทึกบางแผ่น โดยเฉพาะตัวเลขราคากลาง ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาตั้งไว้จากเดิม 10,860,743,889.38 บาท เป็น 12,200,000,000 บาท และแก้ไขข้อความอื่นให้สอดคล้องกับราคากลางที่แก้ไขใหม่ จากนั้น จำเลยที่ 1 ได้ลงรายมือชื่อทำบันทึกข้อความใหม่ ในฐานะประธานกรรมการฯ ในเอกสารที่แก้ไขใหม่เพียงผู้เดียว โดยนำเอกสารที่มีรายมือชื่อของกรรมการคนอื่นที่ได้ลงไว้เดิมแนบไปกับเอกสารชุดใหม่ที่แก้ไขด้วย การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำโดยพลการที่ไม่ได้เป็นไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการพิจารณาการประกวดราคา ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการฯ โดยมิชอบ

ส่วนนายปรีติ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งการแก้ไขบันทึกข้อความเกี่ยวกับราคากลางหรือไม่นั้น โจทก์มีพยานหลายปากเบิกความสนับสนุนสอดคล้องกันเกี่ยวกับเรื่องการจัดส่งเอกสารการประชุมให้กรรมการบริษัทผู้เสียหายว่า จำเลยที่ 2 ให้พยานจัดพิมพ์เอกสาร และนำไปตรวจสอบ โดยมีการแก้ไขใหม่อยู่หลายครั้ง จึงเห็นว่าเมื่อหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาประกวดราคาเสร็จสิ้นลง ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ที่ต้องพิจารณาต่อในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ เมื่อไม่ปรากฏเหตุที่ คณะกรรมการพิจารณาการประกวดราคาจะต้องเรียกเอกสารมาทำการแก้ไขแล้ว จึงทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ที่ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งการให้เรียกเอกสารที่อยู่ระหว่างการจัดส่งกรรมการบริษัทกลับคืนมาแก้ไขนั้น มีน้ำหนักให้รับฟังได้ อีกทั้งโจทก์ยังมีสำเนาเอกสารที่เป็นส่วนหนึ่งของรายงานการพิจารณาผลประกวดราคาที่ดำเนินการเสร็จแล้ว แต่กลับมีรอยขีดฆ่าและแก้ไขราคากลาง เขียนด้วยดินสอเป็นตัวเลขราคา 12,200,000,000 บาท รวมทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญ และผู้ตรวจพิสูจน์ลายมือเบิกความสนับสนุนด้วย

ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสอง นอกจากจะปกปิดข้อเท็จจริงต่อกรรมการบริษัทผู้เสียหายแล้ว ยังมีลักษณะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายผู้เสนอราคาที่ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายกับ บทม. ซึ่งเป็นการกระทำไปโดยรู้ว่าจะทำให้เกิดความเสียหาย จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานเป็นพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายตามฟ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

จึงพิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามพ.ร.บ.พนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยคนละ 5 ปี แต่ทางนำสืบของนายประมวล จำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 3 ปี 4 เดือนและให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสอง เพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป ภายในอายุความ 10 ปี


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend