ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

จับมาเฟียหักหัวคิวแรงงานต่างด้าว

2.48K 1.18K

กองปราบฯ รวบป้าเอื้อยกับพวกตั้งตนเป็นมาเฟียหักหัวคิวต่อใบอนุญาตแรงงานพม่า

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 บก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.อนรรฆ ประสงค์สุข รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. ทหารศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 1

ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.อภิญญา มีสมมนต์ หรือป้าเอื้อย อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/21 ซอยพหลโยธิน 44 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม. และ นายอากร ไกรฤกษ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/27 หมู่ 7 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกซองยาว 3 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 3 กระบอก และเครื่องกระสุนชนิดต่างๆ จำนวน 680 นัด โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสองราย ทั้งนี้

สำหรับทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2286 และ 2288/2558 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 ตามลำดับ ข้อหา ร่วมกันเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนหรือจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ประกอบมาตรา 83 และแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิ่มเติมกับนายอากร

พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวสืบเนื่องจากทางกระทรวงแรงงาน ได้รับร้องเรียนจากบริษัทจัดหางานหลายแห่ง ว่ามีการเรียกเก็บเงินค่าหัวคิวในการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย จึงประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จากนั้น พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ได้มอบหมายให้ บก.ป.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น

กระทั่งพบว่าการยื่นขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานสัญชาติเมียนมาร์ นั้น จะมีตัวแทนบริษัทจัดหางาน หรือโบรกเกอร์ เป็นผู้รวบรวมนำมายื่นให้เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เมื่อตรวจสอบแล้วก็จะส่งต่อไปยังสถานทูตเมียนมาร์ เพื่อรับรองสัญชาติของแรงงานทั้งหมด ก่อนส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงแรงงาน

พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่เรื่องถูกส่งกลับมาที่กระทรวงแรงงาน และต้องถูกส่งให้บริษัทจัดหางานเพื่อออกใบอนุญาตให้กับแรงงานแต่ละราย ก็พบพิรุธเมื่อมีการดำเนินการล่าช้า จนเกิดช่องโหว่ เปิดโอกาสให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ออกใบอนุญาตได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งมี น.ส.อภิญญา หรือป้าเอื้อย กับพวก เป็นผู้เรียกเก็บเงินจากบริษัทจัดหางาน

โดยคิดเงินจำนวน 250 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 คน หากบริษัทจัดหางานแห่งใดไม่ให้ความร่วมมือในการจ่ายค่าธรรมเนียมลักษณะนี้ ก็จะแกล้งประวิงเวลาให้ล่าช้าจนการต่อใบอนุญาตแรงงานช้าไปด้วย ทำให้บางรายวีซ่าของแรงงานหมดอายุลง เกิดความเสียหายต้องเสียเวลาดำเนินการอีกหลายขั้นตอน

หลังจากพบข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ เป็นที่แน่ชัดแล้ว พนักงานสอบสวนจึงขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมกันนั้น ทางชุดสืบสวน กก.1 และ กก.2 บก.ป.ร่วมกับเจ้าหน้าทีทหาร นำหมายค้นศาลอาญา และศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนจะจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางดังกล่าว โดยควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.นอกจากนี้เชื่อว่ายังมีเจ้าหน้าที่รัฐในหลายระดับ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของประเทศเมียนมาร์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำความผิดด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลการจับกุมต่อไปผบก.ป. กล่าว

สอบสวนนายอาการ ยังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่ามีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวจริง แต่ได้กระทำการตามหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากจากทางสถานทูตเมียนมาร์ โดยทำมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปี สำหรับแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์แต่ละรายที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และอาศัยอยู่จนครบกำหนดระยะเวลาขั้นตอนแรกในการขอต่อใบอนุญาต หรือออกวีซ่าเพื่ออยู่ในประเทศไทย จะต่อได้ครั้งละ 2 ปี รวม 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 ปี จากนั้นก็จะต่อได้อีก 2 ครั้ง ซึ่งขั้นตอนการเดินเอกสารตรงนี้ ทางบริษัทจัดหางานต้องรวบรวมเอกสารทั้งหมด นำส่งกระทรวงแรงงาน หลังจากนั้นเอกสารจะถูกส่งไปยังสถานทูตเมียนมาร์ เพื่อออกเอกสารรับรอง มีค่าธรรมเนียม 250 บาท ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตนดำเนินการ

นายอากร ให้การอีกว่า ที่ผ่านมาตนไม่แน่ใจว่าเป็นระยะเวลานานเพียงใด แรงงานต่างสัญชาติเมียนมาร์จำนวนมากที่วีซ่าขาดอายุ อาจจะล่าช้าไป 1 เดือน หรือมากกว่านั้น เมื่อมีการดำเนินการส่งเรื่องไปยังกระทรวงแรงงานแล้ว ขั้นตอนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ล่าช้า

ซึ่งจุดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ตนทำงานให้กับทางสถานทูตเมียนมาร์ เพราะเป็นเพียงฝ่ายที่รอรับเอกสารยืนยันสัญชาติให้เท่านั้น บางครั้งเมื่อเอกสารจำนวนมากไปค้างอยู่ที่กระทรวงแรงงาน ก็ส่งผลให้แรงงานหลายรายวีซ่าต้องขาดอายุ เรื่องนี้ตรวจสอบได้หมด โดยเงินจำนวน 250 บาท เป็นเพียงค่าธรรมเนียมในส่วนของสถานทูตเมียนมาร์

"ภายหลังทางสถานทูตเมียนมาร์ เห็นว่าผมทำงานมานานมากแล้ว จึงมอบหมายให้ น.ส.อภิญญา มาทำหน้าที่แทน โดยในส่วนของค่าธรรมเนียมดังกล่าวก็ยังคงดำเนินการเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินไว้เท่านั้น ยืนยันว่าไม่เคยดึงเรื่องไว้ หรือยึดเอกสารใครทำให้เกิดความเสียหาย และที่ผ่านมาผมได้รับเงินเดือนจากทางสถานทูตเมียนมาร์เท่านั้น ไม่ได้รับเงินจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด ส่วนอาวุธปืนที่ครอบครองไว้นั้น ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี เป็นเพียงความชอบส่วนตัวจึงมีสะสมไว้ แต่มีปืนเพียงกระบอกเดียวที่รับจำนำจากเพื่อน

เบื้องต้นชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งมอบพนักงานสอบสวนรับไว้ดำเนินคดี โดยจะขยายผลตรวจสอบไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบกรณีอาวุธปืนที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend