ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

ไทยทีวีไม่จ่ายค่าใบอนุญาต

1.13K 0

พ้นกำหนดเด้ดไลน์ที่ กสทช.ให้เวลา เจ๊ติ๋ม ในการนำเงินมาชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอน ในช่วง 16.30 น.มาแล้ว นาทีนี้ ก็ยังไม่มีกระแสข่าวว่า เจ้ติ๋ม ได้นำเงินไปชำระตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ ก่อนจะทราบแน่ชัดว่าเจ๊ติ๋ม จ่ายหรือไม่จ่าย มาดูกัน ว่า ความมุ่งมั่นและความยากลำบากของเจ๊ติ๋มในการฟันฝ่าธุรกิจทีวีดิจิตอลมีที่มาจนถึงวันนี้อย่างไร

กลายเป็นกรณีตัวอย่างสุดแซบของธุรกิจทีวีดิจิทัล ที่คนในแวดวงกล่าวขานถึงมากที่สุด สำหรับกรณีของเจ้าแม่บันเทิงคนดัง อย่าง พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวีพูล จำกัด และบริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่ทุ่มประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลมาครอบครองได้ 2 ช่อง คือ ช่องข่าวสาระ ช่อง "ไทยทีวี" และช่องเด็ก โลก้า ด้วยมูลค่า 1,976 ล้านบาท ได้ตัดสินใจคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2ช่อง หลังจากที่เริ่มมาได้เพียงปีเดียว

กรณีนี้จุดชนวนขึ้นเมื่อไทยทีวีไม่ยอมชำระค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 2 ที่มีกำหนดชำระในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมยื่นจดหมายขอยกเลิกใบอนุญาตและประกอบการทีวีดิจิทัล โดยให้เหตุผลว่ากสทช.ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เพื่อให้มีการควบคุมหรือกำกับดูแลการเปลี่ยนผ่านจากแอนะล็อกสู่ทีวีดิจิทัล พร้อมกันนี้ ไทยทีวีเตรียมยุติการออกอากาศในวันที่ 26ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งศาลปกครองกลางนัดไต่สวนครั้งที่ 2 (21ก.ค.) ระหว่างบริษัท ไทยทีวี จำกัด และ กสทช. ซึ่งมีการเจรจากัน และสรุปร่วมกันว่า กสทช.ยอมให้ไทยทีวีได้ออกอากาศต่อไปอีก 3 เดือนหรือจนถึงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้ไทยทีวีได้หาผู้ร่วมทุนธุรกิจและดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลต่อเท่ากับว่าเป็นการต่อลมหายใจให้ไทยทีวีอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ "เจ๊ติ๋ม " บอกว่า ผู้ที่จะเข้ามาร่วมทุนจะต้องมีคุณสมบัติด้านคอนเทนต์และมีความพร้อมเรื่องเงิน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปโดยสัดส่วนการเข้ามาถือหุ้นจะอยู่ที่ 40% ตามกฎหมายกำหนด และอาจจะมาจากผู้ที่ประมูลไม่ได้ในครั้งแรก

เจ๊ติ๋มย้ำว่า เมื่อครบ 3 เดือน ยังหาผู้ร่วมทุนไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องจอดำตามแผนเดิม เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว ซึ่งขาดทุนเฉลี่ย 20 ล้านบาท ต่อเดือนต่อช่อง และขาดทุนสะสมตั้งแต่ออกอากาศมา 1 ปี หรือคิดเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท

ขณะที่ไทยทีวีเอง เรตติ้งอยู่ในลำดับที่ 17 ส่วนช่องโลก้า อยู่อันดับ 23

ด้านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ยอมรับว่า 2 สัปดาห์ก่อน เจ๊ติ๋ม ติดต่อมาว่าจะมีพาร์ตเนอร์ใหม่เข้าพบ เพื่อหารือทางออกของช่องไทยทีวีที่เกิดขึ้น ส่งสัญญาณว่า น่าจะได้พันธมิตรใหม่ ที่ตกลงปลงใจจะเข้ามาฉุดช่องไทยทีวีกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

แต่จนบัดนี้เจ๊ติ๋มและพันธมิตรใหม่ยังไม่นัดและไม่แวะไปพบที่ สำนักงานซอยสายลม เป็นปริศนาที่ว่ามีทุนใหม่เข้ามานั้น มารูปแบบไหนจะเช่าเวลา เซ้งกิจการ หรือแค่ลงขันร่วมทุน

แต่งานนี้ยังไม่ปิดดีลรายละเอียดปลีกย่อยบางข้อที่ไม่ได้ข้อยุติ กึ้ง เฉลิมชัย จึงไม่ใช่ตัวจริง แม้เปิดเจรจามาหลายรอบ ขณะที่ศุภิญโญ มั่นรู้ธรรม ผอ.ช่องไทยทีวี มือขวา เจ๊ติ๋ม ที่กลายเป็นอดีต เพราะตัดสินใจโบกมือลาไปแล้ว ทั้งที่เจ๊ติ๋มวิ่งไปวิ่งมา ร้อนใจกับเส้นตายที่ต้องเสนอแผนธุรกิจใหม่ให้ทันภายใน 7 วันข้างหน้า

สรุปว่าช่องของเจ๊ติ๋มต้องเข้าสู่กระบวนการ เริ่มจากพักใช้ใบอนุญาตครั้งละ 30 วัน ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง หรือ 90 วัน โดยระหว่างนั้นต้อง "จอดับ"หากพ้น 90 วันเข้าขั้นตอนที่ 2 คือ เพิกถอนใบอนุญาต และเรียกชำระเงินตามหลักประกันที่วางแบงก์การันตีไว้ ส่วนช่องทีวีที่ถูกยึดคืน จะยังไม่นำกลับมาประมูลในขณะนี้ รวมเฉียดๆ 300 ล้านบาท

ทีนี้มิหนำซ้ำเจ๊ติ๋มยังต้องกลับมาผ่าตัดองค์กรของตัวเองขนาดใหญ่ โดยลดจำนวนพนักงานลงกว่าครึ่ง ทั้งที่เมื่อแรกเริ่มเป็นข่าวนั้น ยังพูดเสียงดังฟังชัด ว่ายังไงก็ไม่มีทางลดคน มีแต่จะรับเพิ่มด้วยซ้ำ สุดท้ายก็ต้องกลืนน้ำลายยอมลดพนักงาน แถมพยายามควานหาพันธมิตรมาช่วยพยุงธุรกิจ ก่อนจะมาเป็นช่อง MVTV ของชัยยุทธ ทวีปวรเดช ที่คร่ำหวอดอยู่ในช่องทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีมานาน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนชื่อช่องจาก LOCA มาเป็น MVTV FAMILY รวมไปถึงการมีผู้ร่วมทุนรายใหญ่อย่าวกลุ่มกระจกไทยอาซาฮี และกลุ่มโอสถสภา อีกด้วย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend