ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เปิดภาพถ่ายดาวเทียม พบต้นตอคราบน้ำมันปล่อยจากเรือบรรทุกน้ำมันในปากแม่น้ำแม่กลอง

5.61K 2.06K
เปิดภาพถ่ายดาวเทียม พบต้นตอคราบน้ำมันปล่อยจากเรือบรรทุกน้ำมันในปากแม่น้ำแม่กลอง

"ทช.-เจ้าท่า"ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมขอตัวอย่างเทียบดีเอ็นเอ "ฟ้องร้องเอาผิด"

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ(จีสด้า) เปิดผยจากการตรวจสอบภาพถ่ายจากดาวเทียมแลนแซท-2 ซึ่งบันทึกภาพไว้ในวันที่ 24 ตุลาคมเวลา 18.30 น.และพบมีพื้นที่คราบน้ำมันตั้งแต่ บริเวณปากน้ำแม่กลอง รอยต่อของจังหวัดสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ลงมาจนถึงแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ระยะทางประมาณ 38 กิโลเมตรคิดเป็นพื้นที่ 111 ตารางกิโลเมตร

ขณะที่จากการคาดการณ์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน วิเคราะห์ด้วยข้อมูลจากกระแสน้ำรายชั่วโมงจากระบบเรดาร์ใช้ฟังระหว่าง 24 ถึง 28 ตุลาคมพบว่าคราบน้ำมันเคลื่อนที่ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ด้วยความเร็ว 0.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ด้วยสถานีเรดาร์ตำแหน่งชะอำ ขัดข้องช่วงระหว่าง 22-27 ตุลาคมนี้ จึงยังไม่มีข้อมูลกระแสน้ำบริเวณชะอำและหัวหิน

ภาพจากจิสด้า

แต่ทางจีสด้า ได้คาดการณ์ลักษณะการเคลื่อนที่ของของคราบน้ำมันระหว่างวันที่ 24 -28 ตุลาคม จากความเร็วกระแสน้ำ พบว่าภาพนี้มันน่าจะเคลื่อนตัวต่อเนื่องไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะทาง 50.4 กิโลเมตร ซึ่งสอดคล้องกับการพบคราบน้ำมันเข้าที่ชายหาดเขาตะเกียบและหัวหิน ระยะทางไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตรในวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแนวโน้มของการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันลงไปทางใต้อาจจะหลุดไปแถวปราณบุรี แต่ยังจะต้องดูภาพถ่ายล่าสุดแต่เท่าที่คาดการณ์น้ำมันที่เข้าถึงชายฝั่งเขาตะเกียบจนเกือบหมดแล้ว

นายอานนท์ บอกอีกว่า สันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้ที่ต้นตอของคราบน้ำมันจะมาจากแม่กลอง ซึ่งภาพของเราพบกลุ่มเรือจำนวนมากในบริเวณดังกล่าวจากภาพถ่าย แต่จะประสานของภาพถ่ายดาวเทียมจากต่างประเทศเพื่อสืบค้นหาต้นตอของเรือที่ปล่อยน้ำมัน เพราะยังไม่ชัดว่าเป็นการจงใจลักลอบปล่อยทิ้ง หรือน้ำมันรั่ว เพื่อใช้ประกอบในการฟ้องร้องหาคนผิด

ด้านนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บอกว่าขณะนี้ได้มีการส่งเรือตรวจการณ์ของทช. ตรวจสอบคราบน้ำมันรอบๆบริเวณพื้นที่ทะเลหัวหิน-ปราณบุรียังไม่พบคราบน้ำมันนี้มันกระจายตัวส่วนการสอบสวนหาต้นตอของคราบน้ำมันบริเวณปากน้ำแม่กลอง มีการประสานกรมเจ้าท่าเข้าตรวจสอบเรือเหล็กทุกลำ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นเรือที่บรรทุกน้ำมันอยู่แล้ว โดยจะต้องนำตัวอย่างน้ำมันจากเรือทุกลำ มาเทียบกับคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันที่พบซัดเข้าชายฝั่ง เพื่อเทียบดีเอ็นเอแหล่งที่มา เพราะลักษณะของดีเอ็นเอ จากแหล่งต่างๆจะไม่เหมือนกัน ใช้ประกอบในการฟ้องร้องค่าเสียหายต่อไป

ขณะเดียวกัน นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กล่าวว่า จากการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่เกิดคราบน้ำมันที่ชายหาด อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก ทั้งวาฬบรูด้าและโลมา และไม่กระทบต่อพืชทะเลในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากหญ้าทะเลอยู่ห่างจากคราบน้ำมัน 80 กิโลเมตร , ป่าชายเลนอยู่ห่างจากคราบน้ำมัน 25 กิโลเมตร และปะการังบริเวณเกาะทราย เกาะขี้นก และเกาะสะเดา 5 กิโลเมตร โดย ทช.ยังคงเฝ้าระวังสัตว์ทะเลและพืชทะเลในบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย จิสด้า
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend