ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"จักรทิพย์" เปิดใจ เนชั่น ย้ำตำรวจให้รักประชาชน

2.71K 2.55K

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์รายการชุมชนคนชอบช่วย ทางเนชั่นทีวี เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 58 ถึงแนวนโยบายในการทำงานในฐานะผบ.ตร.คนที่ 11

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ในรายการชุมชนคนชอบช่วยทางช่องเนชั่นทีวี หลังได้รับตำแหน่งว่า นโยบายเชิงรุกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องปลดป้ายจอดรถของผกก.และรองผกก.เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้าไปติดต่อราชการ ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนไม่สามารถหาที่จอดรถในสถานีตำรวจได้ ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีสถานีตำรวจทั้ง 1,468 โดยให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ (รอง ผบ.ตร.) เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด รวมถึงตำรวจทุกสถานีต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้าไปใช้บริการ โดยในวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) จะมีการประชุมตำรวจกว่า 1,000 นายที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตำรวจชั้นผู้น้อยทราบทิศทางในการปรับขององค์กรว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่านโยบายเปิดโรงพักดำเนินการ 24 ชม.ลักษณะคล้ายเซเว่น โดยให้แจ้งความที่โรงพักสามารถได้ตลอด 24 ชม. แต่โรงพักมีช่องว่างระหว่างตำรวจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าปรับให้ดีเชื่อว่าองค์กรตำรวจสามารถทำได้ไม่ยาก มีคนไม่กี่ประเภทที่กลัวตำรวจคือโจร มิจฉาชีพ คนร้าย ซึ่งตำรวจไม่เป็นกับมิตรกับพวกนี้อยู่แล้วแต่เป็นมิตรกับประชาชน อย่างแรกต้องให้ตำรวจรักประชาชนก่อนแสดงให้ประชาชนเห็นให้มีความเชื่อมั่นในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราช ไม่ใช่ไปข่มขู่แต่อาจจะมีตำรวจบางนายที่เป็นเช่นนั้นแต่จะนำคนพวกนั้นไปปรับทัศนคติเพื่อต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น

 ส่วนนโยบายเสียค่าปรับ 24 ชม .เพื่อต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าต้องการอำนวยความสะดวกประชาชนปรับโรงพักให้มีการดำเนินการตลอด 24 ชม.ในการชำระค่าปรับ ไม่ใช่ให้ประชาชนไปเสียค่าปรับในช่วง 12.00 น. -13.30 น. เพราะปกติตำรวจทำงานในสถานีตำรวจู่ตลอด 24 ชม. ซึ่งตนกำลังหาแนวทางการชำระค่าปรับใบสั่งให้ได้ภายใน 24 ชม. เพราะว่าตำรวจส่วนหนึ่งจะมีหน้าที่ป้องกันปราบปราม สืบสวน จราจรและธุรการ ซึ่งกำลังจะเริ่มดำเนินการในไม่ช้านี้ โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับนโยบายปลดป้ายที่จอดรถผกกและรองผกก.เน้นให้บริการประชาชนรวมถึงการปรับทัศนคติของตำรวจชั้นผู้น้อย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังกล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาภาพลักษณ์องค์กรตำรวจถูกมองไปในทางที่ไม่ดีแต่ตนเชื่อในองค์กรตำรวจว่า 70 %ยังดีอยู่ถึงได้ขับเคลื่อนมาโดยตลอดก็ต้องให้โอกาสให้ความเป็นธรรมบ้าง ส่วนน้อยมีแต่ผมสามารถดำเนินการได้ เพราะตนมีลูกน้องอยู่กว่า 200,000 คน ตำรวจคนไหนไม่ดีตนดุด่าว่ากล่าวเฆียนตีเอา หากไปทำอะไรแล้วถูกจับได้ก็ต้องอยู่ในกติกาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้องค์กรตำรวจสำหรับนโยบายลดปัญหาอาชญากรรมทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดมักไปเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์ เหตุอาชญากรรมต่างๆเกือบ 80% ซึ่งได้มอบหมายงานให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ให้ไปดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หากเราจับผู้เสพยาเสพติดต้องมาสังเกตุว่าคดีอาชญากรรมลดลงหรือไม่เพราะที่ผ่านมาหากปัญหายาเสพติดลดลงปัญหาอาชญากรรมจะลดลงไปด้วย

ในการปรับโครงสร้างตำรวจ หากพบว่ามีตำรวจไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือพวกมิจฉาชีพ อย่างที่บอกผมมีลูกน้องกว่า 200,000 คน หากคนไหนไปทำอะไรแล้วจับได้ก็ต้องถูกดำเนินการไปตามกฏหมายและระเบียบวินัยตำรวจหากผิดมากก็ไล่ออกไป ผมไม่เอาอยู่แล้ว เพราะนี้คือตัวบั่นทอนองค์กรผม ตอนนี้ก็บอกเขาทำอย่างไรให้ประชาชนศรัทธาเป็นที่รักของพี่น้องประชาชนให้เป็นที่พึ่งของประชาชน ผมเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดแล้วผบ.ตร.กล่าว

สำหรับตำรวจอาสาที่เข้ามาช่วยงานตำรวจและมีการกระทบกระทั่งกับพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้บางครั้งกำลังของตำรวจไม่เพียงพอ ซึ่งอาสาที่เข้ามาร่วมงานกับตำรวจเชื่อว่าจะต้องมีการคัดกรองต้องเคยทำความดีจึงถูกคัดกรองให้มาเป็นผู้ช่วยแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถือกฏหมาย แต่ได้ดำเนินการไปบ้างแล้วหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรนำมาปฎิบัติงานร่วมตำรวจ ส่วนด่านลอย ด่านจ๊ะเอ๋ ไม่ควรมีเพราะสุ่มเสี่ยงเกรงประชาชนอาจได้รับอันตราย ซึ่งหากไปเก็บเงินรีดไถ่ประชาชนมันก็เป็นลบ แต่หากเป็นการสกัดจุดเมื่อมีเหตุก็เป็นเรื่องดี แต่อย่างไตรมาศแรกต้องการให้พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่นก่อนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่มีหรือให้เริ่มดีขึ้น จึงอยากให้ประชาชนเกิดความสบายใจ ให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend