ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"จักรทิพย์" เปิดใจ เนชั่น ย้ำตำรวจให้รักประชาชน

2.71K 2.55K

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์รายการชุมชนคนชอบช่วย ทางเนชั่นทีวี เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 58 ถึงแนวนโยบายในการทำงานในฐานะผบ.ตร.คนที่ 11

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ในรายการชุมชนคนชอบช่วยทางช่องเนชั่นทีวี หลังได้รับตำแหน่งว่า นโยบายเชิงรุกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องปลดป้ายจอดรถของผกก.และรองผกก.เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้าไปติดต่อราชการ ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนไม่สามารถหาที่จอดรถในสถานีตำรวจได้ ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีสถานีตำรวจทั้ง 1,468 โดยให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ (รอง ผบ.ตร.) เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด รวมถึงตำรวจทุกสถานีต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้าไปใช้บริการ โดยในวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) จะมีการประชุมตำรวจกว่า 1,000 นายที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตำรวจชั้นผู้น้อยทราบทิศทางในการปรับขององค์กรว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่านโยบายเปิดโรงพักดำเนินการ 24 ชม.ลักษณะคล้ายเซเว่น โดยให้แจ้งความที่โรงพักสามารถได้ตลอด 24 ชม. แต่โรงพักมีช่องว่างระหว่างตำรวจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าปรับให้ดีเชื่อว่าองค์กรตำรวจสามารถทำได้ไม่ยาก มีคนไม่กี่ประเภทที่กลัวตำรวจคือโจร มิจฉาชีพ คนร้าย ซึ่งตำรวจไม่เป็นกับมิตรกับพวกนี้อยู่แล้วแต่เป็นมิตรกับประชาชน อย่างแรกต้องให้ตำรวจรักประชาชนก่อนแสดงให้ประชาชนเห็นให้มีความเชื่อมั่นในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราช ไม่ใช่ไปข่มขู่แต่อาจจะมีตำรวจบางนายที่เป็นเช่นนั้นแต่จะนำคนพวกนั้นไปปรับทัศนคติเพื่อต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น

 ส่วนนโยบายเสียค่าปรับ 24 ชม .เพื่อต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าต้องการอำนวยความสะดวกประชาชนปรับโรงพักให้มีการดำเนินการตลอด 24 ชม.ในการชำระค่าปรับ ไม่ใช่ให้ประชาชนไปเสียค่าปรับในช่วง 12.00 น. -13.30 น. เพราะปกติตำรวจทำงานในสถานีตำรวจู่ตลอด 24 ชม. ซึ่งตนกำลังหาแนวทางการชำระค่าปรับใบสั่งให้ได้ภายใน 24 ชม. เพราะว่าตำรวจส่วนหนึ่งจะมีหน้าที่ป้องกันปราบปราม สืบสวน จราจรและธุรการ ซึ่งกำลังจะเริ่มดำเนินการในไม่ช้านี้ โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับนโยบายปลดป้ายที่จอดรถผกกและรองผกก.เน้นให้บริการประชาชนรวมถึงการปรับทัศนคติของตำรวจชั้นผู้น้อย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังกล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาภาพลักษณ์องค์กรตำรวจถูกมองไปในทางที่ไม่ดีแต่ตนเชื่อในองค์กรตำรวจว่า 70 %ยังดีอยู่ถึงได้ขับเคลื่อนมาโดยตลอดก็ต้องให้โอกาสให้ความเป็นธรรมบ้าง ส่วนน้อยมีแต่ผมสามารถดำเนินการได้ เพราะตนมีลูกน้องอยู่กว่า 200,000 คน ตำรวจคนไหนไม่ดีตนดุด่าว่ากล่าวเฆียนตีเอา หากไปทำอะไรแล้วถูกจับได้ก็ต้องอยู่ในกติกาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้องค์กรตำรวจสำหรับนโยบายลดปัญหาอาชญากรรมทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดมักไปเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์ เหตุอาชญากรรมต่างๆเกือบ 80% ซึ่งได้มอบหมายงานให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ให้ไปดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หากเราจับผู้เสพยาเสพติดต้องมาสังเกตุว่าคดีอาชญากรรมลดลงหรือไม่เพราะที่ผ่านมาหากปัญหายาเสพติดลดลงปัญหาอาชญากรรมจะลดลงไปด้วย

ในการปรับโครงสร้างตำรวจ หากพบว่ามีตำรวจไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือพวกมิจฉาชีพ อย่างที่บอกผมมีลูกน้องกว่า 200,000 คน หากคนไหนไปทำอะไรแล้วจับได้ก็ต้องถูกดำเนินการไปตามกฏหมายและระเบียบวินัยตำรวจหากผิดมากก็ไล่ออกไป ผมไม่เอาอยู่แล้ว เพราะนี้คือตัวบั่นทอนองค์กรผม ตอนนี้ก็บอกเขาทำอย่างไรให้ประชาชนศรัทธาเป็นที่รักของพี่น้องประชาชนให้เป็นที่พึ่งของประชาชน ผมเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดแล้วผบ.ตร.กล่าว

สำหรับตำรวจอาสาที่เข้ามาช่วยงานตำรวจและมีการกระทบกระทั่งกับพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้บางครั้งกำลังของตำรวจไม่เพียงพอ ซึ่งอาสาที่เข้ามาร่วมงานกับตำรวจเชื่อว่าจะต้องมีการคัดกรองต้องเคยทำความดีจึงถูกคัดกรองให้มาเป็นผู้ช่วยแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถือกฏหมาย แต่ได้ดำเนินการไปบ้างแล้วหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรนำมาปฎิบัติงานร่วมตำรวจ ส่วนด่านลอย ด่านจ๊ะเอ๋ ไม่ควรมีเพราะสุ่มเสี่ยงเกรงประชาชนอาจได้รับอันตราย ซึ่งหากไปเก็บเงินรีดไถ่ประชาชนมันก็เป็นลบ แต่หากเป็นการสกัดจุดเมื่อมีเหตุก็เป็นเรื่องดี แต่อย่างไตรมาศแรกต้องการให้พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่นก่อนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่มีหรือให้เริ่มดีขึ้น จึงอยากให้ประชาชนเกิดความสบายใจ ให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend