ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"สมคิด" ดันแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ

1.13K 1

หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ โพสต์ทูเดย์ และเอ็มทูเอฟ จัดงานเสวนาโพสต์ ฟอรัม2015 หัวข้อร่วมสร้างเศรษฐกิจไทย โดยมีทีม ครม.เศรษฐกิจใหม่ร่วมเสวนา ระบุจากนี้จะเข้าสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาว หลังจากที่ผ่านมาทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ติดตามจากคุณภาพิมล วิสาโรจน์

เสวนาโพสต์ ฟอรัม2015 ในหัวข้อร่วมสร้างเศรษฐกิจไทย พูดคุยกับทีมเศรษฐกิจใหม่ นำทีมโดยรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขึ้นกล่าวปาฐกถาบนเวที และได้เปิดเผยแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศจากนี้รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวปาฐกถาในงานโพสต์ ฟอรัม2015 ว่าในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ทยอยออกมาตรการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวถือเป็นการยับยั้งการซบเซาของภาวะศก.ในระยะสั้นให้ขับเคลื่อนไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบ การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี การกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่จากนี้ม.กระตุ้นศก.จะออกมาน้อยลงเนื่องจากเห็นว่าม.ที่ทยอยออกมาน่าจะประคองศก.ในระยะสั้นให้ขับเคลื่อนไปได้ แต่ในส่วนระยะยาวหลังจากนี้จะเป็นการเข้าสู่การปฏิรูปศก.ภายในปท. โดยรัฐบาลจะใช้เวลาที่เหลือในช่วง1ปีกว่าๆ เพื่อแก้ปัญหาจากรากฐาน แบ่งเป็น4กลุ่มงานที่จะต้องทำ ผ่านการมีส่วนร่วมของรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม คือการปรับโครงสร้างความสมดุลให้ศก.ไทย เน้นการดูแลภายในประเทศเป็นหลัก ผ่านระบบการขับเคลื่อนของกรอ.ระดับจังหวัด ส่งเสริมการทท.ท้องถิ่น ระบบสาธารสุข วิสาหกิจชุมชนเพื่อสร้างระบบเงินหมุนเวียนแต่ละพท. ต่อมาคือ การแแปรสภาพการผลิตเน้นนวัตกรรม เพิ่มคุณค่าสินค้าเพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขันกับตปท. โดยก.อุตสาหกรรมและบีโอไอจะส่งเสริมผปก.ให้ลงทุนในด้านนวัตกรรม คุณค่าสินค้ามากขึ้นไม่เพียงแต่การเน้นปริมาณการผลิต การสร้างระบบเครือข่าย/สร้างคอนเนคชั่น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่เออีซีช่วงปลายปี ให้ไทยมีจุดตัดเน้นการเชื่อมโยงแต่ละภูมิภาคไปสู่ ปท.เพื่อนบ้าน ขณะที่ระบบการเงิน การคลังต้องให้ลดภาระการเงิน การคลังของรัฐบาลโดยการใช้ระบบพีพีพี จากการกู้เงินจากภาคเอกชน โดยจะมีการทำให้ระบบกู้เงินง่ายขึ้นนอกจากนั้นยังมีทีมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจร่วมเสวนาเรื่อง สร้างเศรษฐกิจไทย เช่น ทางด้าน รมว.ว่าการกระทรวงคมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้บอกถึงภาระกิจของกระทรวงที่จะขับเคลื่อนภายในครึ่งปีหน้าในการพัฒนาระบบรางรองรับการคมนาคมขนส่ง สินค้า การลงทุน โดยทางด้านระบบรางในปัจจุบันที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจะดำเนินการทำเป็นลักษณะรางคู่ติดตั้งระบบราง และรั้ว ซึ่งจะผลักดันในไตรมาส1ปีหน้า ขณะที่ระบบรางระหว่างเมืองมีความร่วมมือไทยจีน ไทยญี่ปุ่น และภายในปท.เอง ส่วนระบบรางใน กทม.ที่กำลังเปิดให้บริการคือสายสีม่วงเหนือ ช่วงบางใหญ่ บางซื่อมีการดำเนินการเร็วกว่ากำหนด โดยช่วงพ.ค.หรือมิ.ย.ปีหน้าจะเปิดทดลองนั่ง และให้บริการจริงส.ค.ปีหน้า ส่วนสายสีม่วงใต้อยู่ระหว่างรอ ครม.อนุมัติดำเนินการ

นอกจากนั้นทางด้านรมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบคลัสเตอร์ โดยบีโอไอได้กำหนดแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น หรือมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามามากขึ้น เช่นยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์หรือในกลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม โดยขณะนี้ก.อุตกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนแต่ละคลัสเตอร์ ผ่านมาตรการจูงใจด้านภาษี และสนับสนุนให้มีนักวิจัยในประเทศที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อให้ไทยมีความเข้มแข็งด้านการวิจัย พัฒนา

ส่วนการขับเคลื่อนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รมว.ไอซีที ดร.อุตตม สาวนายน ระบุว่ากระทรวงจะทำหน้าที่สนับสนุนศก.ดิจิทัลให้เดินต่อโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเพิ่มศักยภาพ ยกระดับความเป็นอยู่ ความสามารถประเทศ เช่นการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อเชื่อมโยงระบบค้าขาย การใช้สมาร์มไอดีการ์ด13หลักแทนสำเนาบัตร ปชช.โดยเริ่มช่วงปลายปีนี้ที่7กระทรวงหลัก รวมถึงการสร้างความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเวลาทำธุรกรรมของปชช.โดยการทบทวนกฎหมายดิจิทัลเพื่อกำหนดใช้ปีหน้าเป็นการรองรับศก.ดิจิทัลโดยแผนการดำเนินการขับเคลื่อนศก.จะเป็นการขับเคลื่อนโดยผ่านความร่วมมือของรัฐบาล เอกชน และภาคประชาสังคม เน้นสร้างความเข้มแข็งให้ศก.ในประเทศ.


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend