ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564

"ยิ่งลักษณ์" ยื่นฟ้องอัยการสูงสุดกับพวกคดีจำนำข้าว

14.35K 3.08K

29 ก.ย. -- "ยิ่งลักษณ์" ยื่นฟ้องอัยการสูงสุดกับพวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบไต่สวนไม่สมบูรณ์ บรรยายฟ้องเท็จคดีจำนำข้าว -แจ้งข้อกล่าวหาของป.ป.ช. นำเอกสารนอกสำนวนเข้าสู่สำนวนโดยมิชอบ

เมื่อเวลา 09.30 น.น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทนายความ ได้เดินทางไปที่ศาลอาญา เพื่อยื่นฟ้องนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด , นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ , นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และนายกิตินันท์ ธัชประมุข รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ซึ่งเป็นคณะทำงานพิจารณาคดี และมีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี คดีโครงจำนำข้าว ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4ในความผิดอาญา ฐานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 200 และมาตรา 83 โดยเป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันรวม 3 กรณีดังต่อไปนี้

1.การที่อัยการสูงสุดมีความเห็นชี้ข้อไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะดำเนินคดีได้รวม 4 ข้อ อันประกอบไปด้วย ประเด็นปัญหาเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ประเด็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นเรื่องการทุจริต และประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งเป็นคุณกับตน แต่กลับไม่ได้ไต่สวนให้เสร็จสิ้นตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและภายหลังกลับมีความเห็นสั่งฟ้อง 1 ชั่วโมงก่อนการพิจารณาถอดถอนตนที่ สนช.

2.การบรรยายฟ้องของอัยการสูงสุด ที่ยื่นฟ้องตนต่อศาลมีการเพิ่มเติมข้อกล่าวหาจากที่ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาเดิมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยไม่มีข้อกล่าวหาว่าทุจริต หรือสมยอมให้ทุจริต แต่คำฟ้องของ อสส.กลับบรรยายว่าตนรู้เห็นและสมยอมให้เกิดการทุจริต ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น

3. ในชั้นพิจารณาของศาล อัยการสูงสุดกลับนำเอกสารที่ไม่มีการไต่สวนในชั้นป.ป.ช. และในชั้นคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุดและป.ป.ช. ในคดีที่กล่าวหาดิฉันเข้ามาในสำนวนจำนวนกล่าว 60,000 แผ่น ซึ่งถือเป็นการนำเอกสารนอกสำนวน เข้ามาในสำนวนโดยมิชอบ

นอกจากนี้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ยังเห็นว่าการดำเนินการของอัยการสูงสุดทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงจำเป็นต้องรักษาสิทธิและใช้สิทธิตามกฎหมายที่ต้องฟ้องร้องกับทุกกรณีที่เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม และไม่เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ระเบียบ และ หลักนิติธรรม

ภายหลังยื่นฟ้อง น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า มายื่นฟ้องในวันนี้เป็นไปตามขั้นตอนและมีความพร้อมในด้านเนื้อหาเอกสาร และเป็นการขอใช้สิทธิ์ตามกระบวนการมากกว่า ซึ่งตนได้รับเอกสารนอกสำนวน ที่อัยการสูงสุด เสนอให้ศาลฎีกาฯ 60,000 แผ่นแล้ว ก็รู้สึกหนักใจ เพราะเราเตรียมการขึ้นศาลสู้คดี แต่กลับได้รับเอกสารเพิ่มเติมถึง 60,000 แผ่น ตัวเองในฐานะที่ถูกฟ้องก็อยากเตรียมตัวให้รอบคอบ ผูุ้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ศาลอาญามีคำสั่งไม่รับฟ้อง คดีที่นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จำเลยร่วม กับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ คดีระบายข้าว จีทูจี ที่ได้ยื่นฟ้องอัยการสูงสุดกับคณะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนทำเต็มที่มาใช้สิทธิ์ตามกระบวนการ หวังว่าศาลจะพิจารณา แต่ก็ไม่กล้าที่จะคาดหวังนายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทนายความ เปิดเผยว่า การฟ้องครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับที่นายตระกูล อัยการสูงสุด กำลังจะเกษียณจากตำแหน่งสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เพราะในคำฟ้องระบุอยู่แล้วว่า อัยการสูงสุดและคณะอัยการทั้ง 4 คน ขณะดำรงตำแหน่งนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการพิจารณาสำนวนอย่างไร ขณะที่การฟ้องก็ไม่ได้คิดขนาดว่าคดีอาญานี้จะมีประโยชน์อย่างไรต่อการพิจารณาคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ยื่นฟ้องคดีอาญากับคณะอัยการ เป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายที่จะให้ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งหากเราเห็นว่าอะไรกระทำโดยไม่ถูกต้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรมจะใช้สิทธิตามกฎหมายทุกช่องทางต่อไป สำหรับคดีนี้เบื้องต้นศาลได้รับไว้ในสารบบความหมายเลขดำ อท.25/2558 โดยอีก 7 วัน ศาลนัดให้คำสั่งอีกครั้งว่า จะรับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร ,NationPhoto
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend