ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

ศาลนัดชี้ชะตา "นพดล" คดีเขาพระวิหาร

1.38K 0

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาชี้ชะตา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ นพดล ปัทมะ กับประเด็นร้อนที่ถูกจุดขึ้นเมื่อ 18 มิ.ย. 2551 ที่ลงนามในแถลงการณ์ร่วมยินยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

คดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นฟ้อง อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ นพดล ปัทมะ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเป็นผลจากที่ นายนพดล ปัทมะ ขณะที่ยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ยินยอมให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551

หลังการลงนามในแถลงการร่วม นายนพดล ยังเปิดแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องนี้ ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเสีย แต่เป็นความสำเร็จทางการทูต ส่วนที่มีการมองว่า อาจขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา190 เขาชี้แจงว่า แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ ไม่มีสถานะเป็นสนธิสัญญา เป็นเพียงคำแถลงทางการเมืองและไม่ได้เปลี่ยนแปลงอาณาเขตของไทย เพราะเมื่อกัมพูชา ส่งแผนที่มาให้พิจารณา พบว่า ได้ตัดส่วนพื้นที่ทับซ้อนออกไป

เดือน ก.ค.2551 พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องให้วุฒิสภายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญากับนายนพดล พร้อมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ แถลงการณ์ร่วมขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หรือไม่ จากนั้นไม่นานศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 190 ทำให้นายนพดล ประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 10 ก.ค.2551 เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

29 ก.ย. 2552 ป.ป.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ส่งเรื่องให้อัยการอัยการสูงสุด ฟ้องนพดล ปัทมะ และนายสมัครสุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ประเด็นสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญ เอาผิดนายนพดล ก็คือการวินิจฉัยว่า การออกแถลงการณ์ร่วมเข้าข่ายเป็นหนังสือสนธิสัญญา ที่จะต้องนำเข้าขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ตามมาตรา 190 แต่กลับไม่ได้นำเรื่องขออนุมัติต่อรัฐสภา จึงมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

30 ก.ย.2552 นพดล แถลงยืนยันว่า อีกครั้งว่า สิ่งที่ทำไปในขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ คือการ ปกป้องแผ่นดินไทย และพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่เป็นการทำคุณบูชาโทษ เมื่อผลที่ได้รับ คือ การถูกชี้มูลความผิด กระบวนการฟ้องร้อง ไม่ราบรื่น

เมื่อ 9 พ.ย.2552 สำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งกลับว่า สำนวนคำร้องของ ป.ป.ช.ไม่สมบูรณ์ กระทั่ง 27 ก.ย. 2554 คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้แต่งตั้งทนายความฟ้องคดีเอง ปี 2556 ป.ป.ช. ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ และ 26 เม.ย.2556 ศาลฎีกาฯก็รับฟ้องคดี นัดพิจารณาคดีครั้งแรก5 ก.ค.2556 และนัดพิพากษาชี้ขาด 4 ก.ย.2558


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend