ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

"ดาว์พงษ์"แจงเลิกเรียนบ่ายสอง ไม่ใช่เด็กต้องกลับบ้านทุกคน

16.8K 3.2K
ดาว์พงษ์แจงเลิกเรียนบ่ายสอง ไม่ใช่เด็กต้องกลับบ้านทุกคน

ดาว์พงษ์ ย้ำนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มความรู้ เป็นแนวทางตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล- นายกฯที่ต้องการให้เด็กเรียนมีความสุข แจงเลิกเรียนบ่ายสองโมง ไม่ใช่ให้กลับบ้านทั้งหมด ดูความเหมาะสม ส่วนที่อยู่ ร.ร.ก็มีกิจกรรมพัฒนาเด็ก หรืออาจใช้เวลาทำการบ้านก่อนกลับได้ ย้ำเป็นเรื่องใหม่โดยจะนำร่องใน 3,500 โรงเริ่มเทอม 2 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงนโยบายการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ว่า ขณะนี้มีความเข้าใจผิดเรื่องนโยบายว่าการลดเวลาเรียนโดยเข้าใจว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ให้เลิกเรียนในเวลา 14.00 น.แต่ไม่มีการขยายความว่าเจตนาการปรับลดเวลาเรียนให้น้อยลง เป้าหมายเพื่อให้เด็กไม่ต้องเครียดจนเกินไป ตามนโยบายของรัฐบาล และได้มอบให้ศธ.มาทำการศึกษาดูความเป็นไปได้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ก็ได้ไปศึกษา และดูแล้วว่ามีความเป็นไปได้ คือสามารถลดการเรียนวิชาหลักลงได้ จากเดิมเด็กต้องเรียน1,200 ชั่วโมงต่อปี เหลือ 840 ชั่วโมงต่อปี โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งเด็กเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา และเห็นว่าน่าจะสามารถเลิกเรียนได้ในเวลา14.00 น.


อย่างไรก็ตาม ศธ.ก็ได้มาพิจารณาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยถ้าให้เลิกเรียนเวลาดังกล่าว ซึ่งก็พบว่า มีผู้ปกครองบางกลุ่มไม่พร้อมที่จะรับเด็กกลับบ้าน เพราะติดภาระหน้าที่การงาน กลัวลูกจะได้รับอันตราย และสบายใจที่จะให้ลูกอยู่ในโรงเรียนมากกว่าส่วนผู้ปกครองอีกกลุ่ม อาจจะมีภาระทางบ้ารที่อยากให้พี่มาช่วยเลี้ยงน้อง มาช่วยดูแลบ้าน

ทั้งสองส่วนนี้ไม่ได้ห้าม ถ้าจะกลับบ้านก็ได้ แต่ส่วนที่ไม่พร้อมรับเด็กกลับบ้านโรงเรียนจะมีกิจกรรมที่มีความสุขให้เด็กในช่วงบ่าย แนวทางนี้จะตอบคำถามของนายกรัฐมนตรี ที่ให้จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีความสุข ผู้ปกครองมีความสุข และครูมีความสุข หากเด็กได้เลิกเรียนเวลา 14.00 น.ไปทำกิจกรรม เล่นกีฬา ดนตรี ครูพาไปทำกิจกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ได้โดยกิจกรรมนั้นต้องไม่ใช่การเพิ่มการบ้านให้เด็ก ซึ่งตอนนี้สพฐ. อยู่ระหว่างจัดทำกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อให้โรงเรียนนำไปประยุกต์ใช้ โดยจะต้องเป็นกิจกรรมที่ไม่ทำให้เด็กเครียด แม้กระทั่งจะให้เด็กนั่งทำการบ้านในเวลาสองชั่วโมงก่อนกลับบ้านก็สามารถทำได้รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่าทั้งหมดนี้คือแนวคิดซึ่ง สพฐ.รับโจทย์ไปดำเนินการ และได้เริ่มวางแนวทางปรับลดเวลาเรียนดังกล่าวไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ และจะเริ่มนำร่องใน 3,500 โรงเรียนที่มีความพร้อมหรือคิดเป็น 10% ของจำนวนโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสพฐ.ทั้งหมด ในภาคเรียนที่ 2/2558 เดือนพฤศจิกายน จากนั้นจะประเมินผล ดูว่ามีผลตอบรับในด้านบวกหรือลบ เพื่อทำการปรับปรุงและขยายผลต่อไป ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่จึงต้องทำแบบนำร่อง ภายใต้หลักคิดดังกล่าว ไม่ใช่ให้เลิกเรียนแล้วเด็กกลับบ้าน ขอให้ใช้คำนี้ว่า ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้ไปทำกิจกรรมพัฒนาสมองเด็ก

ด้าน ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า การปรับลดเวลาเรียนโดยเลิกเรียนเวลา 14.00 น. เป็นไปตามข้อเรียกร้องของสังคมที่มองว่าเด็กเรียนมากเกินไป สพฐ.จึงปรับลดเวลาเรียนลงโดยในช่วงเช้าจนถึงเวลา 14.00 น.จะเรียนวิชาหลัก หลังจากนั้นจะให้เด็กเรียนวิชาที่ต้องลงมือปฏิบัติ อาทิ ศิลปะ นาฎศิลป์ ดนตรี พลศึกษา การงานพื้นฐานอาชีพหรือทำกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต อาทิ สอนว่ายน้ำ ทำกับข้าว เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านรวมทั้งการสอนเสริมโดยเฉพาะการสอนทำการบ้าน ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองโดยแต่ละโรงเรียนไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกัน

ทั้งนี้ เร็วๆนี้ สพฐ.จะเชิญ ผอ.เชตพื้นที่การศึกษา และผอ.โรงเรียนมาประชุมเพื่อร่วมกันออกแบบการจัดตารางกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งจะมีประมาณ 6-7 รูปแบบให้โรงเรียนนำร่องได้เลือกใช้ตามความสมัครใจ คาดว่ากลางเดือน ก.ย.นี้น่าจะได้รูปแบบที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าเลิกเรียนบ่าย 2 โมงแล้ว สพฐ.ไม่ได้ให้ปล่อยเด็กออกนอกโรงเรียน หรือให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน เพราะเข้าใจความจำเป็นของผู้ปกครองที่ต้องทำงาน เวลาเลิกเรียนยังคง เหมือนเดิม แต่ในระหว่างนี้จะให้เด็กทุกคนได้ทำกิจกรรมเสริมความรู้ เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านสังคม อารมณ์ และร่างกาย เพิ่มเติมจากเรื่องของสติปัญญา ยกเว้นเด็กที่มีความจำเป็นต้องกลับไปช่วยผู้ปกครองทำงานซึ่งก็จะมีเพียงเล็กน้อย

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่าเรื่องนี้ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกาและในยุโรปก็ทำอยู่ ส่วนที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าเด็กเรียนน้อยความรู้จะหดหายหรือไม่นั้น ที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนว่าเด็กเรียนมากแต่ไม่ได้เอาไปใช้สพฐ.จึงปรับลดเวลาเรียนวิชาหลักลง แต่ยังคงเนื้อหาไว้ที่เหลือนักเรียนจะต้องไปหาความรู้เพิ่มเติมโดยการลงมือค้นคว้าและทำกิจกรรม อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการได้สั่งกำชับว่าทุกกิจกรรมที่ทำห้ามเรียกเก็บเงินจากนักเรียนในทุกกรณี หากมีการเรียกเก็บเงินจะถือว่ามีความผิด.

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend