ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

พริตตี้สาวรับโอนหุ้น"ชูวงษ์" รับเคยคบหาลูกชายรองผู้ว่าฯสุราษฎร์

6.51K 822
พริตตี้สาวรับโอนหุ้นชูวงษ์ รับเคยคบหาลูกชายรองผู้ว่าฯสุราษฎร์

พริตตี้สาวรับโอนหุ้น "ชูวงษ์"ให้ปากคำเพิ่ม รับเคยคบหาลูกชายรองผู้ว่าสุราษฎร์ ย้ำไม่เคยอยากได้ทรัพย์สินส่วนนี้

จากกรณีที่นายชูวงษ์ หรือเสี่ยจืด แซ่ตั๊ง อายุ50ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุน กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่20เสียชีวิต ขณะที่พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ ขับรถยนต์เล็กซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ1889กรุงเทพมหานคร ไปส่งนายชูวงษ์กลับบ้านพัก เมื่อวันที่26มิถุนายน ที่ผ่านมา และต่อมาญาติได้เข้าร้องเรียนกับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เพื่อให้สอบสวนรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากยังติดใจการเสียชีวิตในหลายประเด็นนั้น รวมทั้งร้องเรียนกับทางกองบังคับการปราบปรามให้ช่วยจรวจสอบ หลังพบการโอนหุ้นของเสี่ยจืด มูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท ให้ น.ส.กัญฐณา ศิวธนพล พริตตี้สาว และ น.ส.อรุชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวคนสนิทก่อนเสียชีวิต นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ในการทำธุรกรรมโอนหุ้นนั้น ปรากฏว่าไม่ใช่เบอร์ของนายชูวงษ์ แต่เป็นเบอร์ที่จดในนาม บริษัทจำกัด ของคนใกล้ชิด พ.ต.ท.บรรยิน

ล่าสุดเมื่อเวลา เวลา 13.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) น.ส.กัญฐณา และนายเสกสรร เสนาชู ทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต..อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. หลังจากตำรวจออกหมายเรียกเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม

นายเสกสรร กล่าวว่า ในวันนี้(17 ส.ค.) น.ส.กัญฐณา ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อให้การเพิ่มเติม ในหลายประเด็น โดยไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเรื่องใดบ้าง ซึ่งในส่วนที่ญาติของนายชูวงษ์ร้องขอให้ ผบ.ตร. โอนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์มารวมกับคดีการโอนหุ้นที่ บก.ป.รับผิดชอบนั้น ส่วนตัวขอไม่ออกความเห็น แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคำนึงถึงหลัก ป.วิอาญา ในส่วนของการตรวจดีเอ็นเอ ลูกในครรภ์ของ น.ส.กัญฐณา นั้น ตนมองว่าไม่อยากให้นำมาเกี่ยวข้องกับคดี และมองว่าการที่จะตรวจดีเอ็นเอไม่เกี่ยวกับการปลอมเอกสารหรือไม่ปลอมเอกสาร แต่หากผลดีเอ็นเอออกมาก็จะทำให้เอกสารสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงที่จะมาพูดเรื่องดีเอ็นเอ แต่ควรจะพูดว่าเอกสารเป็นการปลอมหรือไม่

ส่วนตัวผมมองว่าคุณชูวงษ์ อาจจะทำเอกสารปลอมขึ้นมาเอง เพราะจากที่ติดตามในข่าวพบว่าลายเซ็นในเอกสารก็เป็นลายเซ็นนายชูวงษ์จริง และผททองว่าไม่เอาดีเอ็นเอมาพูดตอนนี้ เพราะเราเป็นฝ่ายถูกกระทำ โดยตอนนี้น.ส.กัญฐณา ได้ไปตรวจดีเอ็นเอมาแล้ว แต่ไม่ขอบอกว่าผลเป็นอย่างไร ในส่วนของสภาพจิตใจนั้นปกติไม่ได้มีความกังวลใดๆ นายเสกสรร กล่าว

นายเสกสรร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่ว่าน.ส.กัญฐณา มีความสนิทสนมกับลูกชายของข้าราชการผู้ใหญ่ในจังหวัดสุราษฏร์ธานีนั้น เบื้องต้นจากการสอบถามพบว่า รู้จักจริง และมีความสนิทสนมคบหากัน โดยรู้จักกัน 3-4 ปี ก่อนที่จะเลิกรากันไป จากนั้น น.ส.กัญฐณา ก็ไปคบหากับนายชูวงษ์ โดยที่นายชูวงษ์ไม่รู้จักลูกชายของข้าราชการคนนี้แต่อย่างใด ขณะเดียวกันก็ยืนยันได้ว่า ผู้ชายคนดังกล่าวนี้ไม่ใช่คนที่พา น.ส.กัญฐณา ไปฝากครรภ์ที่ รพ.ศิริราช รายละเอียดในส่วนนี้ไม่ขอเปิดเผย เพราะเชื่อว่าต้องอยู่ในสำนวน ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นกังวลมาก หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าแหล่งข่าวเปิดเผยเรื่องของลูกชายของข้าราชการ โดยตนไม่ทราบว่าแหล่งข่าวที่ว่าเป็นใคร ได้มาอย่างไร แต่ข้อมูลดังกล่าวนี้เป็นสาระสำคัญมีผลต่อรูปคดีมาก ไม่ควรนำมาเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวถามว่าลูกชายของข้าราชการที่สุราษฏร์ใช่ ลูกชายของรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานีหรือไม่ นายเสกสรร ก็ตอบเพียงสั้นๆว่า ใช่ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาปิดบัง เราพูดความจริง จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามอีกว่า ทางญาตินายชูวงษ์ อยากให้มีการตรวจดีเอ็นเอ พร้อมระบุว่า หากผลดีเอ็นเอออกมาว่าเป็นลูกของนายชูวงษ์จริงก็ยินดีจะช่วยเหลือ ซึ่งนายเสกสรร ทนายความของ น.ส.กัญฐณา บอกว่า ตนมองว่าทางญาติคงไม่ยอม เพราะทางญาติผู้ตายพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อตั้งเงื่อนไขกับน.ส.กัญฐณา แต่ต่างจากเราที่ไม่ตั้งเงื่อนไขใดๆ ทั้งนี้ยอมรับว่าเกิดความกังวลใจที่ทางญาติของนายชูวงษ์ ออกมาร้องเรียนตามที่ต่างๆ จึงอยากบอกผ่านสื่อไปยังตำรวจว่า ขอให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ยึดพยานหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญ

นายเสกสรร กล่าวยืนยันด้วยว่า สำหรับกระแสข่าวที่ออกมาว่า น.ส.กัญฐณาได้หายตัวไป ติดต่อไม่ได้นั้น ตนขอชี้แจงว่าทางเราไม่ได้มีเจตนาหลบหนี แต่หลังจากเข้าให้ปากคำครั้งแรกที่ บก.ป. และเมื่อให้การเสร็จขณะเดินทางกลับ ระหว่างทางก็พบรถต้องสงสัย2-3คัน ติดตามตั้งแต่หน้า บก.ป. ไปถึงถนนเรียบด่วนรามอินทรา ซึ่งน.ส.กัญฐณา เปลี่ยนรถเพื่อกลับบ้านที่ย่านจรัญสนิทวงศ์ จากนั้นก็พบชายฉกรรจน์จำนวนหลายคนมาซู่มสังเกตดูอยู่นอกบริเวณบ้าน ด้วยความหวาดกลัว น.ส.กัญฐณาก็ได้ปรึกษาตน โดยตนแนะนำให้ไปพักที่บ้านญาติในจ.กาญจนบุรี โดยไม่ทราบมาก่อนว่าชายฉกรรจน์ดังกล่าวเป็นใคร และนอกจากเหตุการณ์นี้ยังมีบุคคลรอบข้างน.ส.กัญฐณาถูกคุกคาม เช่นเพื่อนสาวของน.ส.กัญฐณาก็ถูกติดตาม หรือแม้กระทั่งตนก็ถูกเช็คโทรศัพท์ และมีชายปริศนาโทรศัพท์ไปยังบุคคลที่อยู่ในสมุดโทรศัพท์เพื่อสอบถามความเคลื่อนไหวของตน

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.บรรยิน ได้ติดต่อกับ น.ส.กัญฐณา อยู่หรือไม่ นายเสกสรร กล่าวว่า ทาง พ.ต.ท.บรรยิน ก็ติดต่อมายัง น.ส.กัญฐณา อยู่บ้าง และได้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นไปด้วยความห่วงใยในฐานะที่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ก็ไม่ได้เดินทางมาพบกัน และไม่ได้เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ตนมาทำหน้าที่ทนายความในกรณีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด รวมทั้งกรณีเอกสารที่ได้นำมายื่นให้กับพนักงานสอบสวนในวันเดียวกันนี้ ก็เป็นหนังสือทวงถามความคืบหน้ากรณีที่ได้ร้องขอให้มีการถอดอายัดการทำธุรกรรมซื้อขายหรือโอนหุ้นในส่วนของ น.ส.กัญฐณา เนื่องจากภายหลังตกเป็นข่าวผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ หุ้นของ น.ส.กัญฐณา ได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหายกว่า 10 ล้านบาทแล้ว

ด้าน น.ส.กัญฐณา กล่าวว่า ตนไม่ได้ต้องการทรัพย์สินในส่วนนั้น แต่ทราบว่านายชูวงษ์จะโอนหุ้นให้ โดยไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีจำนวนมากมายขนาดนี้ ถึง 228 ล้านบาท สำหรับสาเหตุที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้นั้น นายชูวงษ์ให้เหตุผลว่าต้องการให้เพื่อให้ตนเลี้ยงดูตนเอง หลังจากที่ตนตั้งครรภ์ก็ได้ไปอัลตร้าซาวด์แล้ว ปรากฏว่าเป็นลูกชาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวได้สอบถาม น.ส.กัญฐณา ว่า หลังจากนี้จะวางแผนเลี้ยงลูกอย่างไร แต่ น.ส.กัญฐณา ปฏิเสธไม่ขอตอบคำถามดังกล่าว

ต่อมาเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ พร้อมด้วย พล.ต.ต..อัคราเดช ได้เดินทางมารับตัว น.ส.กัณฐณา ไปสอบปากคำที่ห้อง ศปก.กก.1บก.ป. ชั้น 2 บก.ป. ก่อนที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ จะพูดเพียงสั้นๆว่า ในวันนี้เดินทางมาร่วมสอบปากคำน.ส.กัณฐณา ด้วยตนเอง โดยในเบื้องต้นทราบว่าหลังจากสอบปากคำครั้งแรกนั้น ทางน.ส.กัญฐณา ถูกคุกคาม มีชายฉกรรจน์ติดตาม ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการสืบสวน ว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นใคร และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ซึ่งหากจะทางน.ส.กัญฐณา เกรงว่า จะไม่ได้รับความปลอดภัยก็สามารถที่จะร้องขอตำรวจช่วยคุ้มกันให้ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนการโอนคดีการเสียชีวิตนายชูวงษ์มาให้ทาง บก.ป. ดำเนินการนั้น ต้องทำเรื่องเสนอไปยัง ผบ.ตร. ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันพรุ่งนี้(18 ส.ค.) เวลา13.00น. น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาว บริษัทหลักทรัพย์ เออีซีเอส จำกัด (มหาชน) จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากพนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกให้เข้ามาให้ปากคำในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับเรื่องการโอนหุ้นของนายชูวงษ์


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend