ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

รัฐบาลยันไทยทำตามขั้นตอน"ส่งอุยกูร์กลับจีน"

4.30K 2.04K
รัฐบาลยันไทยทำตามขั้นตอนส่งอุยกูร์กลับจีน

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2558 เวลา 11.00 น. พล.ต.วีรชน สุนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ทางการไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กลับตุรกีและจีน จนเกิดเหตุการณ์บานปลายอยู่ที่สถานกงสุลไทยในตุรกีว่า เรื่องราวของชาวอุยกูร์กับประเทศไทยมีมานานเป็นปีแล้ว ซึ่งชาวอุยกูร์มีปัญหากับทางการของจีนแล้วอพยพหลบหนีเข้ามาในไทย และทางการไทยได้ดูแลชาวอุยกูร์มาเป็นปีแล้วเช่นเดียวกับการที่เราดูแลชาวม้งที่อพยพจากสปป.ลาวมาอยู่ในไทย แต่ทั้งนี้กรณีของชาวอุยกูร์ทางการไทยได้มีการหารือกับรัฐบาลของตุรกีและรัฐบาลจีนถึงรูปแบบการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยในขั้นต้นทางการไทยได้มีการพิสูจน์สัญชาติอย่างต่อเนื่องว่าใครเป็นชาวตุรกี ใครที่เป็นชาวจีน มีถิ่นพำนักหลักฐานว่าเป็นชาวจีน

รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนการพูดคุยกับทางการของ 2 ประเทศมีการหารือกันเรื่อยๆบนพื้นฐานของกติกา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายระหว่างประเทศ กระบวนการยุติธรรมต่างๆ และด้านมนุษยธรรม เมื่อมีการพิสูจน์สัญชาติชัดเจนว่าเป็นชาวตุรกีประมาณ 170 คนเศษ จะต้องได้รับการส่งตัวกลับไปที่ตุรกี ซึ่งประเด็นนี้ทางการจีนไม่เห็นด้วยกับประเทศไทยเท่าที่ควร เพราะเขามองว่าคนเหล่านี้ไปเคลื่อนไหวในประเทศจีน แต่สุดท้ายมีการเจรจากันว่าตามหลักกติกาสากลที่ต้องเคารพก็ต้องส่งคนเหล่านั้นกลับ

ส่วนหนึ่งก่อนหน้านี้ที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวเพราะเราถือว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องของความมั่นคงก็มีการส่งกลับไปที่ตุรกี แต่ยืนยันว่าไทยดูแลชาวอุยกูร์ที่พิสูจน์ชัดเจนว่าเป็นชาวตุรกี และไม่มีเรื่องของการกระทำผิดในประเทศจีน แม้รัฐบาลจีนอาจจะทัดทานขอให้ตรวจสอบ และไทยพิสูจน์แล้วว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ส่งกลับไปสู่ตุรกีพล.ต.สรรเสริญ กล่าว

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า ตามปรากฏเป็นข่าวว่ามีการส่งกลับคนอุยกูร์ประมาณ 100 คนกลับไปที่จีน โดย 100 คนที่ส่งกลับจีนมีการพิสูจน์แล้วเช่นเดียวกันว่าเขาเป็นคนจีนที่เกิดในประเทศจีนและมีถิ่นพำนักในจีนแต่อพยพหลบหนีพร้อมกันกับกลุ่มใหญ่ แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้วในฐานะที่ไทยเป็นผู้รับผิดชอบในการส่งกลับจึงมีการพูดคุยเรื่องข้อกังวลต่างๆกับรัฐบาลจีนแล้วว่าคนเหล่านี้มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงมีการสอบถามจีนให้ด้วยว่าถ้าคนเหล่านี้กลับไปจะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งจีนยืนยันในหลักการว่าเขามีการดูแลเรื่องความปลอดภัย การจะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและมีการจัดดูแลตามหลักพื้นฐานของมนุษยธรรม ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของสองประเทศที่ได้พูดคุยกัน จึงมีการส่งกลับไป

อย่างไรก็ตาม ยังเหลือชาวอุยกูร์อยู่อีกประมาณ 50 คนที่ยังไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ และหากพิสูจน์ไม่ได้ก็จะไม่มีการดำเนินการกับเขาและต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา รวมทั้งฝ่ายตุรกีหรือจีนต้องมีหลักฐาน มีสิ่งที่บอกว่าเขาเป็นคนของเขา โดยจะมานำกลับโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้

ถามว่าเมื่อชาวอุยกูร์ที่มีสัญชาติจีนเข้ากระบวนการของจีนแล้วถ้าเขาไม่ปรากฏว่ามีการกระทำความผิดใดๆทางการจีนก็จะดำเนินการในเรื่องของการหาที่อยู่พำนัก อาชีพ ให้ บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นการพูดคุยโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องที่อยู่ๆมีการดำเนินการตามใจใคร หรือว่าทำโดยไม่มีหลักการ แต่มีการประสานงานเป็นขั้นตอนเป็นระบบทุกอย่างพล.ต.วีรชน กล่าว

มีรายงานกระทรวงการต่างประเทศ ว่าตามที่สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ถูกบุกรุกและทรัพย์สินเสียหาย ในค่ำคืนที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่มีคนไทยบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบ และได้เตือนคนไทยให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้นและติดตามข่าวสารจากสถานทูตฯอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ คนไทยที่พักอาศัยอยู่ทั่วประเทศตุรกีมีประมาณ 1,300 คน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์บุกรุกสำนักงานสถานกงสุลใหญ่กิตติมาศักดิ์ ณ นครอิสตันบลูนั้น เกิดจากประชาชนในพื้นที่แสดงความไม่พอใจต่อกระแสข่าวว่า ไทยเตรียมส่งกลุ่มชาวอูยกูร์ที่ลักลอบเข้าประเทศไทยคืนให้กับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่พวกเขาเดินทางออกมาเพื่อจะไปยังตุรกี

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้รับการยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ขณะนี้ ทางการไทยไม่มีนโยบายส่งผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวอุยกูร์กลับคืนให้กับจีน และที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ทางการไทยยังไม่เคยมีการนำตัวชาวอูยกูร์ที่ลักลอบเข้าไทยส่งกลับไปยังจีน แต่อย่างใด


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย ภาพ @jeerapong_nna
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend