ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เผยผลสอบ 'คำรณวิทย์' ชี้เจตนาเอาปืนขึ้นเครื่องบินกลับไทย

110.94K 11.87K
เผยผลสอบ คำรณวิทย์ ชี้เจตนาเอาปืนขึ้นเครื่องบินกลับไทย

อ่วม! 'คำรณวิทย์' ผลสอบส่อเจตนาเอาปืนขึ้นเครื่องกลับไทย ตร.ญี่ปุ่นนำของกลางตรวจปืนที่มีทะเบียนหรือไม่

จากกรณีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.58 ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 640 เวลา 21.00 และถูกตรวจจับอาวุธปืนได้ที่สนามบินนาริตะ ขณะจะเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 มิ.ย. 2558

ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก ได้ประสานงานไปยังแหล่งข่าวระดับสูง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผบช.น. เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทราบจากตำรวจญี่ปุ่นว่า ในวันที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะเดินทางกลับประเทศไทยด้วยเครื่องบินที่ ทีจี 640 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้มีกระเป๋าสะพายเดินผ่านช่องตรวจบุคคล เพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย ระหว่างการตรวจค้นตัวของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ พบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด แต่กระเป๋าสะพายและสัมภาระบางส่วนที่จะนำขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่จุดตรวจค้นที่ทำหน้าที่ดูกระเป๋าสัมภาระที่จะถือขึ้นเครื่องผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ ได้พบความผิดปกติภายในกระเป๋าสะพายของพล.ต.ท.คำรณวิทย์

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ๆดูเครื่องเอ็กซเรย์ พบความผิดปกติมีสิ่งของขนาดเล็กอยู่ในกระเป๋าบรรจุยาจึงเรียกพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ให้มาเปิดกระเป๋าดู พบว่า ภายในกระเป๋ายานั้นเมื่อหยิบออกมาเป็นอาวุธปืนขนาด.22 ที่ถูกบรรจุกระสุนจำนวน 5 นัด โดยเบื้องต้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีสีหน้าที่ตกใจและจากการสอบถามผ่านล่าม ซึ่งเป็นไกด์ที่พาคณะไปดูงาน ได้แปลเป็นภาษาไทยว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ อ้างว่า ไม่ได้มีเจตนานำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน ซึ่งอาวุธปืนกระบอกนี้เป็นอาวุธปืนที่ตนเองกำลังหาอยู่ แต่ไม่คิดว่าจะอยู่ในกระเป๋ายา ทางตำรวจญี่ปุ่นจึงควบคุมตัวสอบสวน ซึ่งการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า การเดินทางออกจากประเทศไทย กระเป๋ายาได้อยู่ในกระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ก่อนกลับประเทศไทย ได้นำกระเป๋ายามาใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายและไม่ได้เปิดดู โดยไม่คิดว่าจะมีอาวุธปืนที่ตนเองหาอยู่ๆในกระเป๋ายาใบนี้

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยอีกว่า ตำรวจญี่ปุ่นได้นำอาวุธปืนนอร์ธอเมริกัน.22 นำส่งไปยังสำนักงานพิสูจน์หลักฐานของตำรวจญี่ปุ่น เพื่อทำการทดสอบว่าอาวุธปืนดังกล่าวมีอานุภาพความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และอาวุธปืนดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายไทยหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดสรุปเสนอให้อัยการญี่ปุ่นพิจารณาประกอบสำนวนว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง

แหล่งข่าวระดับสูง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศญี่ปุ่นคนเดิม กล่าวอีกว่า ในประเทศญี่ปุ่นกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนมีโทษหนัก ประชาชนของญี่ปุ่นไม่สามารถที่จะพกพาหรือมีไว้ในความครอบครองของอาวุธปืนพกสั้นได้ แต่จะอนุญาตให้ประชาชนในบางจังหวัดของประเทศญี่ปุ่นมีไว้ในความครอบครองได้ คืออาวุธปืนประเภทปืนยาวที่ใช้สำหรับการล่าสัตว์และใช้ฤดูกาลล่าสัตว์เท่านั้น ซึ่งผู้ที่จะสามารถครอบครองอาวุธปืนประเภทนี้ได้ต้องอายุเกิน 20 ปีขึ้นไปและต้องมีการตรวจสุขร่างกายและสภาพจิตใจอีกครั้ง ต้องเข้ารับการอบรมตามกฎหมายและเมื่อก่อนถึงฤดูกาลล่าสัตว์จะต้องถูกอบรมทุกครั้ง

นอกจากนี้ประชาชนชาวญี่ปุ่นสามารถครอบครองอาวุธปืนได้อีกประเภทหนึ่งคือ เป็นอาวุธปืนที่ใช้สำหรับการกีฬาเท่านั้นถึงจะสามารถครอบครองได้ ส่วนกรณีของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถึงแม้ว่าจะอ้างไม่มีเจตนาและลืมไว้ แต่การพกพาเข้าไปในเขตท่าอากาศยานและอยู่ระหว่างการเตรียมตัวที่จะขึ้นเครื่องบินกลับถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงสำหรับประเทศญี่ปุ่น

มีรายงานว่าวันนี้นายตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง หรือโบว์ลิ่ง ลูกชาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์พร้อมทนายความได้เดินทางเข้าเยี่ยมพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ในกรุงโตเกียว โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้บอกกับบุตรชายว่า สบายดีไม่ต้องเป็นห่วงและได้บอกถึงเจ้าหน้าที่มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง และคลินิกแพทย์แผนไทยกับผู้ป่วยที่มารักษาแพทย์ทางเลือก ได้บอกเจ้าหน้าที่ให้ดูแลผู้ป่วยให้ดี และไม่ต้องเป็นห่วง

รายงานข่าวระบุว่าอาวุธปืนนอร์ธอเมริกัน.22 ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ครอบครองไว้และอ้างว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของเพื่อนที่ให้มาล่าสุด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มอบหมายให้ผู้ใกล้ชิดติดต่อหาเพื่อนคนดังกล่าว เพื่อนำเอกสารการครอบครองและหมายเลขทะเบียนปืนดังกล่าวมามอบให้กับผู้ใกล้ชิดแล้วนำมาที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานแล้วนำมาแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐานว่าอาวุธปืนขนาดดังกล่าวเป็นปืนที่ถูกต้องตามกฏหมายของประเทศไทย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีอาการของโรคความดันโลหิตสูง จึงจำเป็นที่จะต้องพกพายารักษาโรคติดตัวไว้เวลาเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Photo : Fuji Television network
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend