ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ญี่ปุ่นคุมตัว "คำรณวิทย์" ไม่น้อยกว่า 20 วัน

23.47K 0

กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาจากพนักงานอัยการประเทศญี่ปุ่น ในเย็นวันนี้ และตามกฏหมายของญี่ปุ่น ข้อหาพกพาอาวุธนี้ มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และเบื้องต้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะยังต้องอยู่ในประเทศญี่ปุ่นไม่น้อยกว่า 20 วัน

สำหรับอาวุธปืนที่ถูกตรวจพบ เป็นปืนประจำกาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ซึ่งผ่านเครื่องสแกน เพราะอาวุธมีขนาดเล็ก อยู่ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน ล่าสุดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทำการตรวจสอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว

รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตำหนิเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ที่มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องอาวุธและสิ่งของที่ผิดกฎหมาย ที่จะออกไปต่างประเทศจากสนามบินสุวรรณภูมิ/หลังพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ถูกเจ้าหน้าที่สนามบินนาริตะจับ ข้อหาพกพาอาวุธปืน และย้ำต้องเพิ่มความเข้มงวดทั้งกับเจ้าหน้าที่และเครื่องมือในการตรวจสอบ ด้าน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ได้รับแจ้งล่าสุดจากกระทรวงการต่างประเทศ ว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาจากพนักงานอัยการประเทศญี่ปุ่น ในเย็นวันนี้ และตามขั้นตอนกฏหมายของญี่ปุ่น ข้อหานี้มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี เบื้องต้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะยังต้องอยู่ในประเทศญี่ปุ่นไม่น้อยกว่า 20 วัน

สำหรับอาวุธปืนดังกล่าว เป็นปืนประจำกายตั้งแต่ตอนรับข้าราชการตำรวจ และที่ผ่านเครื่องสแกนของไทยได้ เพราะอาวุธปืนมีขนาดเล็ก อยู่ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ทำการตรวจสอบในขั้นตอนของตำรวจแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นการผิดพลาดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. และหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของท่าอากาศยานที่จะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป

จากกรณีตำรวจญี่ปุ่น จับกุม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (อดีต ผบช.น.) ที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าอาวุธดังกล่าวหลุดลอดผ่านสนามบินสุวรรณภูมิไปได้อย่างไรล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลกับ พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผบก.ตม.2 ถึงการตรวจคัดกรอง ขั้นตอนการตรวจอาวุธ วัตถุอันตราย หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ หรือการพกพาอาวุธปืนในการเดินทางด้วยเครื่องบินทั้งในและต่างประเทศ โดย พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อธิบายว่า ในส่วนของ ตม. จะตรวจเฉพาะตัวบุคคล และยานพาหนะ เช่นการตรวจเอกสารการเดินทาง ยืนยันตัวบุคคล ส่วนการตรวจสัมภาระ กระเป๋าเดินทางต่างๆ เพื่อหาอาวุธ วัตถุอันตราย หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ต้องผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์เป็นอำนาจหน้าที่ของท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท.โดยตรง

พล.ต.ต.สุวิชญ์พล กล่าวด้วยว่า การพกอาวุธปืนขึ้นเครื่องจะต้องมีการสำแดงอาวุธ ซึ่งแต่ละสายการบินจะเป็นผู้เก็บรักษา และส่งมอบคืนเมื่อถึงปลายทาง โดยขั้นตอนการขออนุญาต เอกสารสำแดงอาวุธต่างๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จำเป็นต้องพกพาไปปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานเป็นผู้ตรวจสอบและอนุญาตตามขั้นตอน เพราะเป็นอำนาจนอกเหนือของ ตม.


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Fuji Television network
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend