ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

ไฟไหม้วอด ร้านสังฆภัณฑ์4ชั้น ย่านกาดหลวง

16.07K 11.81K
ไฟไหม้วอด ร้านสังฆภัณฑ์4ชั้น ย่านกาดหลวง

เชียงใหม่ 17 พ.ค.58 - ไฟไหม้หนัก ร้านสังฆภัณฑ์อาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น วอด ย่านตลาดต้นลำไย กลางเมืองเชียงใหม่ควบคุมเพลิงอย่างยากลำบาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ (17 พ.ค.) พ.ต.ท.สุวิทย์ ปัญโญ สารวัตรเวร สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้หนักใกล้กับตลาดเทศบาลนครเชียงใหม่ จึงรีบรุดเข้าตรวจสอบ พบว่าที่เกิดเหตุเพลิงได้มีไหม้อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ประมาณ 2 คูหา เลขที่ 2/20 ถนนราชวงศ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ย่าน ตลาดต้นลำไย กลางเมืองเชียงใหม่ หรือที่เรียกติดปากว่า กาดหลวง เบื้องต้นพบว่าอาคารดังกล่าวเป็นโกดังเก็บสินค้าจำพวกสังฆภัณฑ์ของร้านอี้จุ้นหลี โดยมี นางสาววรพรรณ วิศิษสุวรรณ อายุ 76 ปี เป็นเจ้าของร้าน โดยหลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 50 นายได้ระดมรถดับเพลิงนับ10 คันเข้าทำการฉีดน้ำเพื่อดับไฟ อย่างไรก็ตามไฟได้ไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในอาคารมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี อาทิ ประทัด เทียนพรรษา และกระดาษ  ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเริ่มมีการลุกลามไปยังอาคารที่อยู่ติดกันด้วย

ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบได้เต็มไปด้วยกลุ่มควันหนาแน่น และเพลิงได้ปะทุออกมาจากตัวอาคารซึ่งเป็นโกดังเก็บของอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามดับนานนับชั่วโมง ทั้งนี้ก็มีชาวบ้านและผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงได้ออกมาเฝ้าดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเล็งเห็นความไม่ปลอดภัย จึงได้กันพื้นที่ให้ชาวบ้านออกห่างจากพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งในเวลาต่อมานายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยพล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, นายชาตรี เชื้อมโนชาญรองเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและติดตามเฝ้าระวังรวมถึงออกคำสั่งการอย่างใกล้ชิด

นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานที่เกิดไฟไหม้เป็นโกดังเก็บของร้านขายสังฆภัณฑ์ ส่วนใหญ่จะเป็นธูป เทียน และประเภทพลาสติกต่างๆ โดยช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ จึงได้ระดมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รวมถึงรถดับเพลิงของกองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเทศบาลนครเชียงใหม่มายับยั้งเพลิงไหม้ดังกล่าว และได้ประสานไปยังส่วนการประปาเพื่อขอใช้น้ำในพื้นที่บริเวณตลาดต้นลำไย และตลาดวโรรส ในการดับไฟในครั้งนี้ ซึ่งจากการที่สอบถามจากร้านใกล้เคียงทราบว่า ไฟเริ่มไหม้มาจากด้านในของตัวอาคาร

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการเชียงใหม่ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของร้านกำลังขวัญเสียเป็นอย่างมาก โดยตนและผู้บัญชาตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้มีการพูดคุยกับหลานของเจ้าของโกดังที่เก็บสังฆภัณฑ์ โดยพื้นที่ของโกดังมีอยู่ 2 คูหา 4 ชั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมเพลิงและกำลังการกันพื้นที่เอาไว้เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียง ขณะที่ทราบเพิ่มเติมว่า ไม่มีคนอยู่ข้างในโกดังขณะที่ไฟไหม้ เพราะในส่วนโกดังเป็นเพียงพื้นที่ที่เอาไว้สำหรับเก็บของ ซึ่งจากการสังเกตดูเจ้าหน้าที่รื้อของเหล่านี้ออกมาจากตัวโกดังก็ว่า ส่วนใหญ่เป็น ธูปเทียน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงได้เอาส่วนเหล่านี้ออกมาก่อน และคาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ

จากการสอบถาม นายเกรียงไกร ใจตา อายุ 43 ปี ลูกจ้างของร้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุอาคารหลังดังกล่าวได้ถูกปิดไว้และไม่มีใครอยู่เฝ้าเนื่องจากเป็นอาคารโกดังเก็บสินค้าของร้าน ซึ่งตอนนั้นตนได้อยู่ด้านนอกกับเพื่อนที่เป็นลูกจ้างด้วยกันอีก 2 คน จนกระทั่งใกล้เวลาปิดร้านประมาณ 16.00 น. ขณะที่กำลังจะทำการปิดร้านอยู่นั้นได้มีคนขับรถประจำทางที่ต้องผ่านมารับคนใกล้กับตัวโกดังตะโกนบอกว่าเกิดไฟไหม้ ด้วยความตกใจตนจึงรีบมาดูก็พบกลุ่มควันไฟโพยพุ่งออกมาจากภายในนตัวอาคารและลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยระงับเหตุ พร้อมกับแจ้งให้ทางเจ้าของร้านทราบ แต่เนื่องจากว่าข้างในโกดังนั้นมีวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงอยู่จำนวนมากทั้ง 3 ชั้น จึงทำให้เพลิงลุกไหม้ได้เร็ว ซึ่งกว่าเจ้าหน้าที่จะมาเพลิงก็ไหม้ตัวอาคารจนไม่สามารถควบคุมไว้ได้ ทั้งนี้ในเวลาต่อมา

ด้านพล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า ขณะนี้ทางหน่วยดับเพลิงก็ทำการควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ในส่วนหนึ่ง จากการรับแจ้งเติมทราบว่า ณ เวลา 18.30 น. เพลิงยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง คาดว่าอาจจะใช้เวลาค่อนข้างมากในการระงับเพลิงดังกล่าว โดยได้ทำการกันพื้นที่ความเสียหายเอาไว้แล้วส่วนหนึ่ง ก็ได้มีการระดมพลเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง อีกทั้งด้านผู้เสียหายก็กำลังทำการประเมินค่าความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 50 นายได้ระดมรถดับเพลิงนับ10 คันเข้าทำการฉีดน้ำเพื่อดับไฟ อย่างไรก็ตามไฟได้ไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในอาคารมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ตามสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดจะต้องรอทางเจ้าหน้าที่ของหน่วยวิทยาการเข้าทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend