ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564

พบแคมป์-สุสานฝังศพชาวโรฮิงยา 32 หลุม

4.97K 3.34K

สงขลา - พบแคมป์และสุสานฝังศพชาวโรฮิงยา32หลุม บนยอดเขาชายแดนไทยมาเลเซีย คาดเสียชีวิตจากอาการป่วยระหว่างถูกนำตัวมากักไว้รอส่งไปยังประเทศ ที่3

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนำโดย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ตำรวจสภ.สะเดา ทหารร้อย ร.5021เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจ.สงขลา ตำรวจกองปราบและฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า100นายทั้งในพื้นที่อ.สะเดาและอ.หาดใหญ่ได้เข้าพื้นที่ตรวจสอบแคมป์ที่พักชาวโรฮิงญาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว บ้านตะโล๊ะ หมู่8ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากสันปันน้ำฝั่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียประมาณ300เมตร

ลักษณะยังเป็นป่าดิบมีการเปิดพื้นที่ตั้งแคมป์ชั่วคราวประมาณ2ไร่ มีสิ่งปลูกสร้าง39หลัง แยกเป็นโรงนอน26หลัง ที่เหลือเป็นโรงครัว ที่อาบน้ำ ห้องน้ำ รวมทั้งหอคอยสังเกตการณ์ ลักษณะเป็นแคมป์เก่าถูกสร้างมานานบางหลังเหลือเพียงโครงไม้ห่างจากแคมป์ออกไปประมาณ50เมตร พบว่าถูกแผ้วถางสำหรับใช้เป็นสุสานฝั่งศพ เนื้อที่ประมาณ1ไร่แบบเดียวกับหลุมฝังศพของชาวมุสลิม มีการน้ำไม้และปลูกต้นไม้มาปักหัวท้ายหลุมฝังศพเพื่อเป็นเครื่องหมาย ซึ่งมีทั้งหลุมใหม่และเก่าประมาณ32หลุม และยังพบคันหามศพที่สร้างแบบง่ายๆโดยใช้กระสอบมาขึงกับไม้วางอยู่ด้วย

หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในแคมป์ยังพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในแคมป์1รายเป็นชายทราบชื่อ นายคูตันซา และนอนล้มป่วยอยู่ในแคมป์ซึ่งเป็นชายอีก1รายซึ่งเสียชีวิตราว1-2วัน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานทั้งเสื้อผ้าและเครื่องใช้ที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในแคมป์เพื่อนำไปเป็นหลักฐานประกอบการสอบสวน

หลังเจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่บริเวณโดยรอบเสร็จทางที่กู้ภัยได้ทำการขุดหลุมศพจำนวน5หลุม แต่พบศพเพียง4ศพ ซึ่งลักษณะศพที่พบเสียชีวิตมาหลายวันเริ่มเน่า ส่วนหลุมศพมีทั้งขุดลึกลงไปตั้งแต่ความลึกระดับหัวเข่า1เมตร และ2เมตรและต้องยุติการขุดชั่วคราวเพราะเกรงว่าอาจจะทำลายหลักฐานต้องรอให้เจ้าหน้าที่นิติเวชน์เข้าตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคลก่อน ส่วนศพทั้ง4ศพได้ส่งไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อรอการพิสูจน์

พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบหลุมฝังศพจำนวน30หลุม แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีศพอยู่กี่ศพ และต้องมีการขุดศพขึ้นมาตรวจพิสูจน์ถึงสาเหตุการตาย โดยได้ประสานไปยังฝ่ายนิติเวชน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่มาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจากอาการป่วยหรือสภาพร่างกายอ่อนแอ ระหว่างที่ถูกนำมาพักอยู่ที่แคมป์เพื่อรอการส่งต่อไปยังประเทศที่3เนื่องจากลักษณ์เป็นแคมป์เก่าห่างจากฝั่งรัฐเปอร์ลิสประเทศมาเลเซียเพียง300เมตร และเป็นเพียงแคมป์เดียวในบริเวณนี้หลังจากที่ทหารออกลาดตระเวนก็ไม่พบชาวโรงฮิงยาเพิ่มเติม เป็นการนำมาพักไว้ชั่วคราวก่อนส่งไปยังประเทศที่3ส่วนในทางคดีเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนในรายละเอียดของที่มาที่ไปของชาวโรฮิงญากลุ่มนี้รวมทั้งกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้ามา

ด้านพล.ต.ต.ธัชชัยปิตะนีละบุตร ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง6เปิดเผยว่า จากการสอบสวนในเชิงลึกของขบวนการนำชาวโรฮิงยาเข้า ในจ.สงขลมีอยู่3กลุ่มใหญ่ แต่เป็นลักษณะของการนำเข้ามาและกักไว้ชั่วคราวเพื่อรอส่งต่อไปยังประเทศที่3ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลอยู่แล้วโดยแคมป์ที่พบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นของกลุ่มใด


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend