ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สนช.เปิดแถลงสำนวนคดีถอดถอน "บุญทรง"

1.04K 650

ที่ประชุม สนช.เปิดแถลงสำนวนคดีถอดถอนบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ พร้อมพวก ในคดีทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจีแล้ว ขณะที่บุญทรง เข้าแถลงคัดค้านสำนวนด้วยตัวเอง ยืนยันไม่หนักใจ

การแถลงเปิดสำนวนคดีถอดถอนครั้งนี้ เริ่มต้นจากฝ่ายผู้กล่าวหา โดยกรรมการ ป.ป.ช.วิชา มหาคุณ เป็นผู็ชี้แจงถึงพยานหลักฐานต่างๆ ที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ และพวกรวม 21 คน กรณีทุจริตการขายข้าวแบบจีทูจี ทั้งทางวินัย และอาญา จนนำมาสู่การถอดถอน นายบุญทรง นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยนายวิชา บอกด้วยว่า ทั้งสามคนขณะดำรงตำแหน่งในกระทรวงที่มีความสำคัญ แต่กลับทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายมหาศาล ซึ่งในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ รวมทั้งยังมีพฤติกรรมจงใจปกปิดความเสียหาย จึงเป็นมูลเหตุสู่การถอดถอนครั้งนี้

ขณะที่นายบุญทรง ได้เดินทางมาแถลงคัดค้านสำนวนการถอดถอนด้วยตัวเอง โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนเข้าห้องประชุมว่า ไม่รู้สึกหนักใจ ก่อนจะแถลงคัดค้านปฏิเสธข้อกล่าวหาฮั้วประมูลข้าว ยืนยันทำนโยบายอย่างสุจริตโดยยึดประโยชน์ประชาชน

ด้านโฆษกวิป สนช.น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ บอกว่า การแถลงเปิดคดีครั้งนี้ จะเหมือนกับกรณีการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกประการ ซึ่งเมื่อแถลงเปิดคดีเสร็จแล้ว ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการซักถามคู่กรณีขึ้นหนึ่งคณะ และกำหนดวันซักถามคู่กรณี ซึ่งเบื้องต้นวิป สนช.กำหนดไว้วันที่ 30 เมษายน นี้ ก่อนที่จะแถลงปิดคดีวันที่ 7 พฤษภาคม และลงมติว่าจะถอนถอนทั้ง 3 คนหรือไม่ ในวันที่ 8 พฤษภาคม นี้

สำหรับคดีทุจริตการขายข้าวแบบจีทูจี เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม 2555 เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.พิษณุโลก ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบโครงการทุจริตของรัฐบาล หนึ่งในนั้นคือการขายข้าวแบบจีทูจีระหว่างไทย-จีน ที่ นพ.วรงค์ เชื่อว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง โดยอ้างว่ามีหลักฐานเส้นทางการชำระเงินค่าข้าวหลายพันล้านบาทจากบริษัทเอกชน ซึ่งไม่ได้มาจากรัฐบาลจีน แต่มาจากบุคคลใกล้ชิดกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด

ต่อมาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีพาณิชย์ขณะนั้น กับพวก รวม 15 ราย ก่อนพบว่าพยานหลักฐานที่อ้างว่ามีการขายข้าวแบบจีทูจี ไทย-จีน ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และยังพบว่ามีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิดด้วย ก่อนที่ ป.ป.ช.จะมีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ในวันที่ 20 ม.ค.2558 ชี้มูลความผิดนายบุญทรง และพวกรวม 21 ราย กรณีทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจี ทั้งทางวินัย และอาญา

โดยล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ประทับรับฟ้องคดีนี้ไว้แล้ว โดยคดีนี้มีโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต และอาจถูกเรียกค่าปรับสูงกว่า 35,000 ล้านบาท


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend