"รมต.กีฬาฯ" วางแผน จัดบอลโลก-อลป.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เอาจริง ตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดกีฬา เอเชี่ยนเกมส์โอลิมปิกเกมส์ และฟุตบอลโลก และวางยุทธศาสตร์แผนการพัฒนากีฬาของชาติ ในอนาคตอีก 20 ปี

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 (ค.ศ.2023) และฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23 (ค.ศ.2026) โดยได้มีการประชุมนัดแรกไปแล้ว เพื่อพิจารณาองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ  และความเป็นไปได้ทั้งหมด ในการวางยุทธศาสตร์การเป็นเจ้าภาพ และการพัฒนากีฬาของชาติใน 20 ปี จากนี้ไป
ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าว ได้พิจารณาถึงการเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติ นอกเหนือจากระดับเอเชี่ยนเกมส์แล้ว ได้มองไปถึงกีฬาโอลิมปิกเกมส์ไปพร้อมกันด้วย โดยระหว่างทาง จะมีการวางแผนในการเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ หรือฟุตบอลชิงแชมป์โลก 17 ปี, 21 ปี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์และสนามแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ และความสำคัญของการเป็นเจ้าภาพกีฬารายการใหญ่ ๆ ว่า จัดแล้วได้ประโยชน์อย่างไร, เกิดความคุ้มค่าหรือไม่ และเกิดประโยชน์อย่างไรกับวงการกีฬาไทย ตลอดจนถึงการมองภาพรวมในระดับสังคมและเศรษฐกิจของชาติ พร้อมกันนี้ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อรวบรวมข้อมูลดังกล่าว โดยมี อ.หรั่ง นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน คาดว่าจะใช้เวลาราว 2 เดือน ก่อนจะสรุปได้ทั้งหมด และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานั้น ได้หารือกันอย่างกว้างขวาง ถึงความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าภาพ โดยยกตัวอย่างการจัดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณระดับหมื่นล้านบาท แต่ประโยชน์ที่ได้รับกลับมาอาจจะมีไม่มากนัก ประกอบกับเสถียรภาพทางการเมืองหากไม่มั่นคง ก็จะกระทบต่อการเตรียมการจัดการแข่งขันเหมือนที่ไทยเคยประสบมา แต่ถ้าจัดการแข่งขันกีฬาระดับสปอร์ตอีเวนท์ อาทิ วอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาเพียงชนิดเดียว ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท น่าจะเกิดความคุ้มค่ามากกว่า