ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563.

ประสาทปริญญาม.เนชั่น "สุทธิชัย หยุ่น" ยันทุกคนคือคนพันธุ์ "N"

3.4K 1.6K

มหาวิทยาลัยเนชั่น จัดงานประสาทปริญญาบัตร บัณฑิต-มหาบัณฑิต 463 คน จากผู้สำเร็จการศึกษา 540 คน "สุทธิชัย" ยันทุกคนคือคนพันธุ์ "N" ที่มีอุดมคติ-มีความสามารถ เป็นทั้งคนเก่ง-คนดี เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในทุกด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (26 ม.ค.) ที่มหาวิทยาลัยเนชั่น จ.ลำปาง ได้มีการจัดงานพิธีประสาทปริญญาบัตร ให้แก่บัณฑิตและมหาบัณฑิตที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ซึ่งมีผู้ปกครอง ญาติ และเพื่อนฝูง มาร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก นอกจากนั้นทางมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังได้ถือเอาาวันครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยเนชั่นเป็นวันที่จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรในทุกปี อีกด้วย

ผศ.ดร พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่นจังหวัดลำปาง กล่าวว่า การจัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 21ของมหาวิทยาลัยเนชั่นจังหวัดลำปางจะกำหนดเป็นวันที่ 26 มกราคมของทุกปีเนื่องจากเป็นวันครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยเนชั่น ซึ่งในปี 2558 นี้ ได้มีบัณฑิตและมหาบัณฑิตสำเร็จการศึกษา จำนวน 540 คน สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจำนวน 270 คนและระดับปริญญาโท จำนวน 270 คน ขณะที่มีบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่เข้ารับใบปริญญาบัตรทั้งสิ้น 463 คน

โดยพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์(พิเศษ) นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ ซึ่งในพิธีการมีการบรรยายธรรมะ โดยพระคณาจารย์จีนธรรม ปัญญาจริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) กรุงเทพฯ รวมถึงการบรรยายให้ข้อคิดกำลังใจในการทำงานแก่บัณฑิตและมหาบัณฑิตโดย นายบุญยเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

"มหาวิทยาลัยเนชั่นได้มีการตรวจสอบเปอร์เซ็นต์การทำงานของบัณฑิตที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีซึ่งพบว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์มีงานทำที่มั่นคงเนื่องจากทางมหาวิทยาลัยเนชั่นมีระบบการสนับสนุนให้นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยเนชั่นได้มีงานทำทุกคน"ผศ.ดร พงษ์อินทร์ กล่าว

นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเนชั่น กล่าวว่า ในวันนี้ถือเป็นการประสาทปริญญาบัตร ครั้งที่ 21 ของมหาวิทยาลัยเนชั่น ซึ่งเดิมทีมหาวิทยาลัยแห่งนี้คือมหาวิทยาลัยโยนก กระทั่งเครือเนชั่นได้เข้ามาบริหารการศึกษาและเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยเนชั่นเมื่อ 4 ปีก่อน วันนี้จึงเป็นวันที่มีความหมายเป็นพิเศษต่อบรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิต เพราะเป็นการจบออกไปเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ โดยยึดถือปรัชญาของความเป็นเครือเนชั่น นั่นคือให้มีทักษะสำคัญ 3 อย่างได้แก่ Profestional Skill หรือทักษะทางด้านวิชาชีพ English Skill หรือทักษะความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ และ Comunication Skill หรือทักษะความสามารถทางด้านการสื่อสาร

ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้สอนให้บัณฑิตและมหาบัณฑิต ได้สัมผัสกับมืออาชีพจริงๆ ได้ทำงานร่วมกันกับคนทำงานจริง ในทุกๆด้านของความเป็นสื่อ ทั้งนี้ ความเป็นสื่อไม่ใช่เพียงแต่การรายงานข่าว การวิเคราะห์ข่าว เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องของ การตลาด ดิจิตอล นิวมีเดีย รวมทั้งการตัดต่อ อนิเมชั่น และความสามารถในการบริหารในยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทางด้านเทคโนโลยี ฉะนั้น ทางเนชั่นจึงได้เตรียมพร้อมให้คนของเราทั้งหมด เมื่อจบออกไปสามารถทำงานได้ทันที

นายสุทธิชัย กล่าวว่า ในการเรียนจบจากมหาวิทยาลัยตามปกติ จบออกไปถึงเพิ่งจะเริ่มฝึกฝนในโลกของคนทำงาน และส่วนใหญ่จะมีการฝึกงานในช่วงระหว่างเรียน ปี 3 หรือปี 4 เท่านั้น ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยเนชั่น ตั้งแต่ปี 1-4 มีการฝึกงานตลอด รวมทั้งมีการให้นิสิต นักศึกษาตั้งเป้าชีวิตการทำงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 และเตรียมการให้นิสิตนักศึกษาสามารถไต่เต้าไปยังจุดมุ่งหมาย โดยมีการส่งเข้าฝึกงานยังบริษัท ชั้นนำของประเทศ ในด้านต่างๆตามสาขาที่เรียน ซึ่งก็หมายความว่าเมื่อเรียนจบก็สามารถทำงานได้ทันที มีประสบการณ์และมีประสิทธิภาพ ขณะที่หลายคน อยุ่ในช่วงเรียนหนังสืออยู่ชั้นปีที่ 3 หรือชั้นปีที่ 4 ก็มีรายได้ เพราะว่าได้ทำงานจริง ได้ช่วยบริษัททั้งนอก และภายในเครือเนชั่น ที่จะสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพ

"หลายครั้งที่คนภายนอกดูไม่ออกว่า นี่คือมืออาชีพ หรือนักศึกษา เพราะว่าเราสอนให้นักศึกษาทำงานอย่างมืออาชีพ ในทุกชั้นทุกระดับ เราจึงมีความภูมิใจที่เราสามารถผลิต นิสิต นักศึกษา บัณฑิตย์ และมหาบัณฑิตย์ ที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยม ทั้งนี้นอกเหนือจากความสามารถแล้ว เรายังเน้น ให้เป็นคนดี ต้องมีจริยธรรม จะต้องให้มากกว่ารับ และต้องพยายามที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคม"นายสุทธิชัย กล่าว

นายสุทธิชัย กล่าวอีกว่า การรับปริญญาครั้งนี้พ่อแม่ผู้ปกครองนอกจากยินดีที่ลูกหลานจบการศึกษาเท่านั้น แต่ยังยินดีที่ลูกหลานของตนเองจะได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ของเนชั่น จบออกไปทุกคนก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเนชั่น ที่หน้าผากของทุกคน ไม่ว่าจะเห็นหรือไม่เห็น จะมีตัว "N" ติดอยู่ เราเรียกว่าคนพันธุ์ N แปลว่าความเป็นเนชั่น ที่มีอุดมคติ และมีความสามารถ เป็นทั้งคนเก่ง และคนดี เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในทุกๆด้าน

ขณะที่นายนิมิตร จันทราช บัณฑิตคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยเนชั่น กล่าวว่า ตนเป็นคนต่างจังหวัดที่มีโอกาศได้ทุนการศึกษามาเรียนที่มหาวิทยาลัยเนชั่นจังหวัดลำปางจากการที่ตนได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยเนชั่นเป็นระยะเวลา 4 ปีทำให้รู้สึกว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสคน อีกทั้งมีอาจารย์ ที่ให้คำปรึกษาแนะนำที่ดี จึงทำให้ตนเองมีความรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยเนชั่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองที่มีความอบอุ่น ใกล้ชิด มีการดูแลนักศึกษาที่ดี ทำให้เมื่อตนจบการศึกษาไปแล้วตนมีความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ได้นำความรู้ที่ได้เรียนมาไปใช้ประโยชน์ในการทำงาน ซึ่งปัจจุบันตนได้ทำงานตำแหน่งหัวหน้าควบคุมความปลอดภัยทั้งหมดในองค์กรแห่งหนึ่ง

ด้านนางสาวญาดา อนุจร บัณฑิตคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยเนชั่น กล่าวว่า มีความรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเนชั่นแห่งนี้ซึ่งความเป็นเนชั่นเป็นสิ่งที่มีความเป็นคุณภาพมาก โดยจากการเรียนคณะนิเทศศาสตร์มีความรู้ในเรื่องการสื่อสารทำให้ตนเองสามารถนำความรู้ที่ได้เรียนมาได้นำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานได้เป็นอย่างดีซึ่งปัจจุบันตนได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพัน์ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาใหญ่ ที่กรุงเทพฯ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend