ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เวทีซักถาม "ป.ป.ช.-ยิ่งลักษณ์" วุ่น หลังอดีตนายกฯ ไม่มาตอบคำถามเอง

5.78K 31
เวทีซักถาม ป.ป.ช.-ยิ่งลักษณ์ วุ่น หลังอดีตนายกฯ ไม่มาตอบคำถามเอง

รัฐสภา/16 ม.ค. 58 --- เวทีซักถาม ป.ป.ช.-ยิ่งลักษณ์ วุ่น หลังอดีตนายกฯ ไม่มาตอบคำถามเอง กลุ่ม 40 ส.ว.จี้ตัดสิทธิ ขวางทีมทนาย-อดีตรมต.ตอบคำถามแทน

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาดำเนินกระบวนการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยปละเลยไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว โดยเป็นขั้นตอนของการตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการซักถามจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายคือป.ป.ช. และน.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางมาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง โดยมอบหมายให้ทีมทนายความและอดีตรัฐมนตรีจำนวน 9 คนมาเป็นผู้ตอบข้อซักถามแทน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการซักถามได้เตรียมคำถามที่จะใช้ซักถามไว้ถึง 49 คำถาม จากเดิมที่มีทั้งหมด 83 คำถาม โดยแบ่งเป็นการถามป.ป.ช. 14 คำถามจากเดิม 23 คำถาม และถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ 35 คำถามจากเดิม 60 คำถาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเริ่มการประชุม นายพรเพชรได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าห้องประชุม โดยฝ่ายกล่าวหาคือ ป.ป.ช.มีนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. เป็นตัวแทน ส่วนฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้ทีมทนายความและอดีตรัฐมนตรีจำนวน 9 คนมาเป็นตัวแทน ทั้งนี้ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. ได้ลุกขึ้นทักท้วงว่า ก่อนหน้านี้คู่กรณีทราบขั้นตอนว่าต้องมาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมมาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้ ดังนั้น ขอให้สมาชิกได้หารือกันในประเด็นนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม นายพรเพชรได้ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ในวันแถลงเปิดคดีเคยบอกคู่กรณีไว้ว่า ใครที่มาพูดในวันแถลงเปิดคดีก็ควรจะมาตอบคำถามเองด้วย ซึ่งวันนี้แม้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางมา แต่เมื่อเปิดดูข้อบังคับการประชุมแล้วไม่มีการบังคับว่าจะต้องมาด้วยตัวเอง ซึ่งการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มานั้นก็คงจะไม่มีผลประการใด

นายทวีศักดิ์ ได้ลุกขึ้นทักท้วงอีกว่า หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่กำกับดูแลบริหารราชการแผ่นดิน แต่ไม่ยอมมาตอบโครงการจำนำข้าวก็เข้าเงื่อนไขว่ามีความบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดิน การให้คนอื่นมาตอบก็เหมือนมาล้วงข้อสอบแล้วเอาไปทำรายละเอียดแถลงปิดคดีอีกครั้ง หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาก็ควรถามผู้แทนป.ป.ช.เพียงฝ่ายเดียว ส่วนผู้ถูกกล่าวหายังมีโอกาสให้มาชี้แจงอีกครั้งในการแถลงปิดคดี ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิเองในการทราบคำถาม ก็ต้องไปทำคำตอบจากการคาดเดาเอาเองเพื่อมาแถลงปิดคดี ซึ่งจะเกิดความเป็นธรรมมากกว่า อย่างไรก็ตาม นายพรเพชรชี้แจงอีกว่า ต้องทำตามข้อบังคับ การที่ใครจะทำหรือไม่ทำสิ่งใดนั้นคงพูดอะไรมากไปไม่ได้ เพราะตามกฎหมายกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา คงพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้

ด้านน.ส.นิสดารภ์ เวชยานนท์ สนช. ลุกขึ้นอภิปรายว่า อยากทราบเหตุผลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาตอบข้อซักถามในครั้งนี้ ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สนช. ลุกขึ้นกล่าวว่า คำถามที่สนช.อยากถามนั้นเป็นคำถามที่ต้องการถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้วตัวแทนที่มานั้นจะตอบคำถามเหล่านี้ที่สนช.ต้องการจะถามผู้ถูกกล่าวหาได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม นายพรเพชรยืนยันว่า เมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาผลก็เป็นไปตามกลไกการพิจารณา แต่ข้อบังคับไม่ได้ห้ามไว้จึงต้องให้ผู้แทนเข้ามาเพื่อมาตอบข้อซักถาม จากนั้นจึงอนุญาตให้ทีมทนายชี้แจงเหตุผลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาตอบข้อซักถาม

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงว่า ได้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมข้อ 154 ที่ระบุให้ผู้เกี่ยวข้องมาตอบข้อซักถามได้ ซึ่งเป็นการทำตามข้อบังคับ ไม่ใช่ขอยกเว้นข้อบังคับ นอกจากนี้ ในการหารือเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาก่อนการแถลงเปิดคดีก็ไม่มีข้อตกลงว่าจะให้น.ส.ยิ่งลักษณ์มาชี้แจงข้อซักถามด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. นายทวีศักดิ์ และนายสมชาย ยังคงคัดค้านว่า ไม่ควรให้มีการซักถามฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง นายพรเพชรจึงต้องตัดบทให้เข้าสู่กระบวนซักถามโดยระบุว่า ไม่มีข้อห้ามว่าผู้ถูกกล่าวหาต้องมาตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง หากเห็นว่าคำถามใดที่จะถามน.ส.ยิ่งลักษณ์แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มานั้น เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการซักถามที่จะไม่ถามก็ได้ อย่างไรก็ตาม พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานกรรมาธิการซักถามคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ไม่มีสิทธิตัดสินเองว่าจะถามหรือไม่ถามคำถามใด ดังนั้น ขอเสนอให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายออกจากห้องประชุมไปก่อนเพื่อให้สนช.ประชุมลับว่า คำถามใดควรจะถามหรือไม่ควรถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ จากนั้นนายพรเพชรได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายออกจากห้องประชุมทันที

นายพรเพชร กล่าวด้วยว่า กฎหมายไม่สามารถบังคับให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องมาตอบคำถามเอง สามารถส่งตัวแทนมาได้ แต่เมื่อส่งมา 9 คนก็ต้องไปตกลงกันว่าใครเป็นตัวแทนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนจะไม่ให้ตอบทั้ง 9 คน จากนั้นนายสมชายได้เสนอให้ที่ประชุมมีมติประชุมลับเพื่อหารือกับสนช.ที่ยื่นญัตติคำถามทั้ง 13 คนว่า กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาตอบคำถามเองนั้นจะถามหรือไม่ ซึ่งในที่สุดที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ประชุมลับด้วยคะแนน 153 ต่อ 1 เสียง และงดออกเสียง 21 เสียง จากนั้นเป็นการประชุมลับในเวลา 11.09 น.


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend