ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

ผบช.น.เผยโยกย้ายตำรวจ ทำตามระเบียบ

2.78K 1.00K

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีที่จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในระดับ รองผู้บังคับการ ผู้กำกับการ ว่าตนนั้นได้ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแล้วซึ่งใครคนไหนที่ทำผิดก็จะได้รับโทษ โดยได้ปฏิบัติตามคำสั่งของ คสช.ฉบับที่88

สำหรับกรณีที่มีนายตำรวจบางรายที่คาดว่าจะถูกโยกย้ายซึ่งได้เข้าไปร้องเรียนกับ ผบ.ตร. นั้นตนไม่ทราบ ซึ่งหากมีการไปร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองก็สามารถทำได้ตามสิทธิของแต่ละคนที่มี แต่ทุกอย่างทำไปนั้นล้วนแต่ตามกฎระเบียบและตามประกาศ คสช. ซึ่งใครทำผิดก็ต้องดำเนินการ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ทางกองบังคับการได้ทำการสอบสวนและรายงานมาเกี่ยวกับผู้ที่ได้สังกัดอยู่ในหน่วยซึ่งพบว่ามีความผิดจริง พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า จากการกระทำผิดที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นส่วยน้ำมันเถื่อน บ่อนการพนัน สถานบันเทิง จะให้ตนรายงานว่าเป็นเรื่องที่เรียบร้อยดีก็คงไม่ใช่ ซึ่งสิ่งที่ได้ทำไปนั้นสามารถชี้แจงต่อคณะกรรมการได้ว่าใครทำความผิดใด และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการล้างบ้างแต่เกิดจากการกระทำที่ทำให้รัฐเสียหายก็ต้องดำเนินการทางวินัยทั้งทางกฎหมายอาญาและแพ่งทั้งนี้ได้มีการทำบัญชีสรุปจำนวน รอง ผบก. ผกก จำนวน 73 ราย แบ่งเป็นระดับ รอง ผบก. ไม่สมัครใจออกนอกสังกัด บช.น. จำนวน 7 ราย กรณีที่สมัครใจและหน่วยต้นสังกัดอื่นขอ จำนวน 7ราย ในระดับ ผกก. ไม่สมัครใจย้ายออกนอกหน่วย จำนวน 44ราย กรณีที่สมัครใจและหน่วยต้นสังกัดอื่นขอ จำนวน 15ราย ทั้งนี้แยกเป็นกรณีคือ จากกรณีป้ายจราจรไม่สมัครใจย้ายออกนอกหน่วย 38 ราย สมัครใจย้ายออกนอกหน่วย 7ราย กรณีถูกตั้งกรรมการเรื่องบ่อนการพนัน ไม่สมัครใจ1ราย กรณีทหารรายงานความมั่นคง ไม่สมัครใจ1ราย จากการบกพร่องรับเสด็จ ไม่สมัครใจ2ราย กรณีจากสถานบริการถูกจับกุม สน.ประเวศ ไม่สมัครใจ1ราย กรณีน้ำมันเถื่อน ไม่สมัครใจ1ราย นอกจากนี้ยังมีข้าราชการตำรวจที่ลาออกก่อน 2รายคือป่วยและจะเกษียณเพื่อไปทำธุรกิจ และขอย้ายกลับภูมิลำเนาประมาณ20คนอย่างไรก็ตาม การโยกย้ายนั้นไม่ได้พิจารณาเพียงแต่ระเบียบการเท่านั้น แต่เกิดจากการทำผิดกฎหมายซึ่งต้องโดนย้าย ซึ่งหากไม่ดำเนินการก็จะถือว่าตนก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากการกระทำที่ก่อให้รัฐเสียหายนั้นจำเป็นต้องเอาผิดและการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้มีความผิดเฉพาะป้ายจราจรเท่านั้นแต่ยังมีเรื่องน้ำมันเถื่อน สถานบันเทิง เป็นต้น ซึ่งไม่ได้กระทำเพื่อรังแกรุ่นน้องแต่อย่างใด แต่เมื่อใครทำผิดก็จะต้องได้รับโทษ

มีรายงานด้วยว่า สำหรับรายชื่อที่ได้รับการยุติเรื่องจากคณะกรรมการสอบสวนระดับ บก.ในพื้นที่ บก.น.1 ได้แก่ พ.ต.อ.บันลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.ดุสิต พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สามเสน สำหรับรายชื่อที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ในพื้นที่ บก.น.1 ได้แก่ พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล ผกก.สน.ดินแดง และ พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท 

สำหรับรายชื่อที่อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงในพื้นที่ บก.น.1 ได้แก่ พ.ต.อ.กิติ ยุกตานนท์ ผกก.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.นรินทร์ อารีย์วงศ์ รอง ผกก.จร.สน.มักกะสัน พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม พ.ต.อ.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.บางโพสำหรับรายชื่อที่ได้รับการยุติเรื่องจากคณะกรรมการสอบสวนระดับ บก.ในพื้นที่ บก.น.6 ได้แก่ พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.จักรวรรดิ พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงศ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย2 

สำหรับรายชื่อที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงในพื้นที่ บก.น.6 ได้แก่ พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.รัชพล บุญนาค ผกก.สน.บางรัก พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิต ผกก.สน.พระราชวัง พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สน.พลับพลาไชย1 พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.สำราญราษฎร์ พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา สำหรับรายชื่อที่ได้รับการยุติเรื่องจากคณะกรรมการสอบสวนระดับ บก.ในพื้นที่ บก.น.8 ได้แก่ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.บางมด พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.อ.ไพรัช แทนศิริ ผกก.สน.ปากคลองสาน พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.บางคอแหลม สำหรับรายชื่อที่โดนภาคทัณฑ์ได้แก่ พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.อ.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผกก.สน.สำเหร่ พ.ต.ท.ประพันธ์ จิตรสำราญ รอง ผกก.จร.สน.สำเหร่ พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคิรีโรจน์ ผกก.สน.บุคคโล อย่างไรก็ตามในส่วนของ พ.ต.อ.ไพรัช แทนศิริ ผกก.สน.ปากคลองสาน แม้จะได้รับการยุติเรื่อง แต่พบว่ามีความผิดในสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็น รอง ผกก.จร.สน.บุปผาราม จึงโดนภาคทัณฑ์ย้อนหลัง และมีรายงานว่า สำหรับนายตำรวจที่ถูกยุติเรื่องจากคณะกรรมการสอบสวนระดับ บก. นั้น อาจจะมาจากในขั้นสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า การให้ตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมตำรวจเป็นที่ส่วนบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับที่ราชพัสดุ 

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) และ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันพุธที่ 7 มกราคม นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมกราข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. ในวาระเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการประจำปี ทั่วประเทศ โดยในกองบัญชาการตำรวจนครบาล อาจมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งในระดับผู้กำกับการหลายตำแหน่ง โดยมีเหตุผลทั้งเรื่องความผิดวินัย ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และ การอนุญาตให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาบนป้อมจราจรทั้งที่ไม่มีอำนาจ และปล่อยปะละเลย หากผู้ถูกโยกย้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ 

เรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นที่ว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีเหตุผล เพื่อนำพวกพ้องเข้ามาดำรงตำแหน่งในพื้นที่ทำเลทองในกองบัญชาการตำรวจนครบาล นั้นที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยนั้นอาจมีบ้าง โดยเหตุผลที่ว่าต้องการคนที่ไว้ใจได้และสนิทเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ก็มีเพียงจำนวนไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามการโยกย้ายในครั้งนี้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสับเปลี่ยนตำแหน่งในกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีการย้ายระดับผู้กำกับการในสังกัดมากกว่า50 ตำแหน่ง เป็นการโยกย้ายที่เป็นผลจากการมีความเกี่ยวข้องการขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน การซื้อขายตำแหน่ง และบ่อนการพนัน ในขบวนการของพลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมการทุกคน พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend