ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

รวบ ผจก.แบงก์กับ ผอ.คลัง เทคโนลาดกระบังยักยอกเงิน 1.6 พันล้าน

17.13K 4.43K

ตำรวจแถลงข่าวการจับกุมอดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซีศรีนครินทร์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกันลักทรัพย์ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 1,663 ล้านบาท

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ รรท.ผบช.ก. ร่วมกับ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1 บก.ป.แถลงข่าวการจับกุม 2 ผู้ต้องหา ร่วมกันลักทรัพย์ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มูลค่าความเสียหาย 1,663 ล้านบาท

ประกอบด้วยนายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ถ.รัชดา ที่ 2320/2557 ลงวันที่ 22 ธ.ค.2557 และน.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ถ.รัชดา ที่ 2321/2557 ลงวันที่ 22 ธ.ค.2557

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายทรงกลดมาร่วมแถลงข่าวเพียงผู้เดียว เนื่องจาก น.ส.อำพร ผู้ต้องหาอีกคน ยังรักษาอาการป่วยโรคเบาหวานอยู่ที่ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางนา แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและแจ้งข้อหาไว้แล้ว

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังได้ตรวจสอบพบมีการลักทรัพย์ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ดังนั้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ทางสถาบันฯจึงมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับนายทรงกลด และน.ส.อำพร ในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันลักทรัพย์

โดยเมื่อวันที่ 1 และ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา น.ส.อำพร ซึ่งมีตำแหน่งเป็น ผอ.ส่วนการคลังของสถาบันฯ ทำเรื่องอนุมัติถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสถาบันฯ ซึ่งฝากไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำนวน 50 ล้านบาท และบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยอีก 30 ล้านบาท รวมยอดเงิน 80 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะนำเงินไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากของสถาบันฯอีกบัญชีเงินฝากหนึ่งซึ่งเป็นชื่อบัญชีของสถาบันฯเช่นกัน ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซีศรีนครินทร์ ที่มีนายทรงกลดเป็นผู้จัดการสาขาอยู่ ซึ่งอ้างว่าจะได้อัตราดอกเยี้ยสูงกว่าในอัตราพิเศษ

พล.ต.ท.ประวุฒิ ระบุเมื่อทางสถาบันฯ เกิดความสงสัยจึงทำการตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่ น.ส.อำพร กล่าวอ้างปรากฏมีการปลอมบัญชีเงินฝากดังกล่าวเป็นชื่อของสถาบันฯ และเงินฝากจำนวน 80 ล้านบาทได้สูญหายไป จากนั้นทางสถาบันฯ ได้ทำการตรวจสอบย้อนหลังบัญชีเงินฝากของสถาบันฯ จำนวน 3 บัญชีธนาคารที่เปิดไว้เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2555 ,วันที่ 26 ตุลาคม 2555 และวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555

พบมีการปลอมบัญชีธนาคารขึ้น เพื่อให้ดูเหมือนมีความเคลื่อนไหวทางบัญชีปกติ แต่ยอดเงินทั้งหมดได้สูญหายไปเหลือเพียงศูนย์บาทในบัญชีเงินฝากทั้ง 3 บัญชี รวามมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 1,663 ล้านบาท พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ในข้อหาข้างต้นกระทั่งวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายทรงกลดได้ที่ย่านอ่อนนุช ส่วน น.ส.อำพร เจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะเข้ารับการรักษาอาการป่วยโรคเบาหวานที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งย่านบางนา เจ้าหน้าที่จึงอายัดตัวแจ้งข้อหาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนนายทรงกลด ในเบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่ารู้จักกับ น.ส.อำพร ในฐานะพนักงานธนาคารกับลูกค้า โดยรู้จักกันมานานร่วม 10 ปี มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในการทำธุรกรรมการเงินทุกครั้งจะเดินทางไปพบกับ น.ส.อำพร เพื่อรับเอกสารการเบิกถอน หรือโอนเงิน ซึ่งที่ผ่านมาในการทำธุรกรรม น.ส.อำพร จะนำเอกสาร มีลายเซ็นต์การมอบอำนาจครบถ้วน

ประกอบกับ น.ส.อำพร เป็นข้าราชการระดับสูง และเป็นหน่วยงานน่าเชื่อถืออย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ไม่คิดว่าจะเกิดการทุจริต จึงดำเนินการให้ตามที่น.ส.อำพร ทุกครั้งด้วยความเชื่อใจ ไม่คิดว่าจะมีผลลัพท์เช่นนี้ ซึ่งขณะนี้ตนเป็นเพียงอดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซีศรีนครินทร์ เพราะออกจากงานมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากไม่ผ่านโปร

ขณะที่ พ.ต.อ. จิรภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแจ้งความและจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนดังกล่าวเกิดจากนายเผ่าภัค ศิริสุข รักษาราชการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบข้อพิรุธเกี่ยวกับเงินกองกลางของสถาบันฯ เมื่อมีการแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. จึงดำเนินการตรวจสอบเงินกองกลางที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารต่างๆ

พบว่า น.ส.อำพร ได้ทำเอกสารในนามของสถาบันฯ เพื่อสั่งจ่ายในรูปแบบแคชเชียร์เช็ค 2 ใบ ใบละ 50 ล้านบาท กับ 30 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.อำพรได้ทำเรื่องอนุมัติถอนเงินแบบแคชเชียร์เช็ค ซึ่งฝากไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 50 ล้านบาท

ต่อมาวันที่ 2 ต.ค. น.ส.อำพร ได้ทำลักษณะเดิมถอนเงินฝากของสถาบันฯจากธนาคารกรุงไทย สาขานิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง จำนวน 30 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 80 ล้านบาท ออกไปโดยอ้างว่าจะนำเงินไปฝากรวมกับบัญชีของสถาบันอีกบัญชีหนึ่งเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราเดิม

โดยนำไปฝากที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ซึ่งมีนายทรงกรดเป็นผู้จัดการสาขาอยู่ แต่บัญชีนี้เป็นบัญชีปลอม เพราะเป็นบัญชีของบุคคลอื่น และบัญชีนี้ได้ถูกปิดไปก่อนหน้าแล้ว โดยแคชเชียร์เช็คดังกล่าวน่าจะถูกนำฝากเข้าบัญชีของนายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์

พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวอีกว่าเมื่อทำการตรวจสอบย้อนหลังของบัญชีเงินฝากสถาบันฯ ซึ่งเปิดบัญชีตั้งแต่เดือน มิ.ย.55 ถึงปัจจุบันพบความเสียหายเนื่องจากมีการปลอมความเคลื่อนไหวทางบัญชีของสถาบันฯ พบความเสียหายเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,583 ล้านบาท เป็นบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีนายทรงกลดทำงานอยู่ในขณะนั้น จำแนกเป็นเงิน 3 ส่วน คือ 510 ล้านบาท ,314 ล้านบาท และ 759 ล้าทบาท รวมความเสียหายทั้งหมดจนถึงปัจจุบันแล้วเป็นจำนวน 1,663 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.อ.อัครเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบแคชเชียร์เช็คพบว่ามีการนำเงินเข้าไปฝากในบัญชีของนายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่านายพูลศักดิ์เป็นใครและมีความเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามคดีนี้เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน ซึ่งหลังจากนี้ได้ประสานไปยังทางสำนักงานปปง.เพื่อมาร่วมทำการตรวจสอบบัญชี รวมทั้งความเคลื่อนไหวของเส้นทางการเงิน ซึ่งหากมีพยานหลักฐานไปถึงตัวผู้ใดก็จะนำตัวมาดำเนินคดีทันที

รายงานข่าวจากฝ่ายสืบสวน ระบุว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีจำนวน 1,663 ล้านบาท มีการยักย้ายถ่ายโอนไปบัญชีบุคคลที่สามหลายบัญชี ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีผู้รู้เห็นหรือผู้ร่วมขบวนการอย่างน้อย 2-3 คน รวมทั้งตัวของนายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์ ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยเฉพาะการประสานงานตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ง. ซึ่งจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่ามีใครเกี่ยวข้องและร่วมกันกระทำผิดในครั้งนี้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend