ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ทูลเกล้าฯถ้วยแชมป์ คลื่นมหาชนทะลัก รับแข้งช้างศึกทั่วกรุง

2.55K 6
ทูลเกล้าฯถ้วยแชมป์ คลื่นมหาชนทะลัก รับแข้งช้างศึกทั่วกรุง

ทัพนักเตะ ทีมชาติไทยเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 แด่ในหลวง พร้อมเตรียมถวายพระพรที่ รพ.ศิริราช ขณะที่ประชาชนร่วมแสนคน ต้อนรับนักเตะที่แห่ถ้วยแชมป์ฉลองในหัวเมืองใหญ่ของกรุงเทพฯ

หลังจากที่นักเตะทีมชาติไทย บุกแพ้ มาเลเซีย 2-3 ที่สนามบูกิต จาลิล เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่สกอร์รวม ไทย ชนะ 4-3 (นัดแรก ไทย ชนะ 2-0) ประกาศศักดาคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014" มาครองเป็ยสมัยที่ 4 มากที่สุดในอาเซียนเทียบเท่าสิงคโปร์ และถือเป็นแชมป์ที่รอคอยมานาน 12 ปีเต็ม นอกจากนั้นยังได้รับเงินอัดฉีดทั้งหมด 33 ล้านบาท จากสมาคมฟุตบอล และบริษัท โหลทอง รวม 25 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเกณฑ์เดียวกับอัดฉีดซีเกมส์รวม 7 ล้านบาท และสยามพารากอน 1 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทัพนักเตะทีมชาติไทยเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ที่สนามบินดอนเมือง ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินเอฟดี 320 โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล รัฐมนตรีว่าการกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้อนรับ พร้อมญาติพี่น้องของนักเตะและแฟนบอล รวมถึงประชาชนทั่วไปแห่ต้อนรับร่วม 2 พันคนจนสนามบินแทบแตก ซึ่งบางคนมารอตั้งแต่ 08.00 น. และด้วยสภาพอากาศร้อนทำให้บางคนเป็นลมล้มลงไป ต้องปฐมพยาบาลกันยกใหญ่

ก่อนที่เวลา 15.45 น. ทัพนักเตะไทยจะเดินออกมาจากห้องรับรองวีไอพี แฟนบอลพร้อมใจส่งเสียงกรี๊ดเพื่อต้อนรับ โดย "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย และนักเตะต่างให้เวลาแฟนบอลถ่ายรูปและขอลายเซ็นอย่างเต็มที่ พร้อมนำถ้วยแชมป์มาให้แฟนบอลได้เห็นอย่างใกล้ชิด โดยบางคนถึงกับร้องไห้เมื่อได้เห็นนักเตะในดวงใจ โดยเฉพาะ ชาริล ชัปปุยส์ ที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ

จากนั้นทั้งหมดได้ขึ้นรถบัสเปิดประทุนเพื่อฉลองแชมป์ครั้งนี้ โดยใช้เส้นทาง ถ.วิภาวดีรังสิต ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, พญาไท, ราชเทวี, ประตูน้ำ, เซ็นทรัลเวิลด์, ถ.พระราม 1, สยาม และสิ้นสุดที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่สนามศุภชลาศัย โดยตลอดทางมีแฟนบอลรวมกว่า 1 แสนคนร่วมกันส่งเสียงร้องยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ของทีมชาติไทย จนเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ของวงการกีฬาไทย ซึ่งใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ในการฉลองความสำเร็จครั้งนี้

"ซิโก้" เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่เห็นแฟนบอลชาวไทยต้อนรับเยอะขนาดนี้ ซึ่งสมัยที่ตนเองเป็นนักฟุตบอลก็ยังไม่เคยเจอแฟนบอลต้อนรับมากขนาดนี้มาก่อน ซึ่งขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่ให้ความสำคัญกับทีมชาติไทย

"ทุกคนมีความสุขมากที่เห็นแฟนบอลให้การต้อนรับมากมาย และเราก็ดีใจที่เห็นแฟนบอลมีความสุข แม้แชมป์นี้จะเป็นเพียงระดับอาเซียนแต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของวงการฟุตบอลไทย"

ด้าน "กาเซ็ม" นายเกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย เผยว่า จะหารือกับ "ซิโก้" และผู้ใหญ่ในสมาคม เรื่องทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยแชมป์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งวันที่ 22 ธันวาคม จะไปถวายพระพรที่ รพ.ศิริราช เวลา 11.00 น.ด้าน พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็กซ้ายตัวเก่งที่เป็นตัวหลักของทีมชาติไทย และหลั่งน้ำตาออกมาหลังจบเกมกับมาเลเซีย กล่าวว่า ขออุทิศแชมป์ครั้งนี้ให้พ่อที่เสียชีวิตตั้งแต่ตนเองอายุเพียง 5 ขวบ ซึ่งพ่ออยากให้ตนเป็นนักกีฬาฟุตบอล

"ผมอยากให้คุณพ่อรับรู้ว่าผมสามารถคว้าแชมป์ให้ทีมชาติไทยได้สำเร็จ ซึ่งหวังว่าคุณพ่อจะได้รับรู้จากสรวงสวรรค์ ทั้งนี้ผมวางแผนที่จะอุปสมบทในปีนี้แต่ดูแล้วคงไม่มีเวลา ซึ่งมองว่าปีหน้าน่าจะมีเวลาอุปสมบท"

ส่วนกำหนดการของนักเตะทีมชาติไทย วันที่ 22 ธันวาคมนี้ จะไปออกรายการโทรทัศน์ทางช่อง 7 สี จากนั้นเวลา 11.00 น. จะเดินทางไปถวายพระพร ที่ รพ.ศิริราช ขณะที่วันที่ 24 ธันวาคม สมาคมฟุตบอล และบริษัท โหลทอง จะมอบเงินอัดฉีดรวม 25 ล้านบาท ให้แก่นักเตะที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย ชาลินี ถิระศุภะ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend