ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ตำรวจเร่งสรุปสำนวนคดี "พงศ์พัฒน์"

3.09K 918

ตำรวจเร่งสรุปสำนวนคดี อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กับพวกเรียกเก็บผลประโยชน์และผิดมาตรา 112 คาดภายใน 10 วันหลังจากนี้ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้ ไปติดตามรายงานนี้

ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์กระทบความเชื่อมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างรุนแรง เมื่อมีตำรวจใหญ่ระดับผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และพวกอีกหลายคน ถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเบื้องสูง เรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจนอกกฎหมาย และยังถูกพาดพิงถึงความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

คดีนี้เริ่มต้นจากคำสั่งย้ายฟ้าผ่า ที่พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เซ็นคำสั่งกลางดึกย้าย พลตำรวจโทพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจตรีโกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพลตำรวจตรีบุญสืบ ไพรเถื่อน ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม ตามด้วยแจ้งข้อหาดำเนินคดีความผิดร้ายแรงมาตรา 112 หมิ่นเบื้องสูง และข้อหาเรียกรับผลประโยชน์จากธุรกิจน้ำมันเถื่อน บ่อนการพนัน และซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

การขยายผลพบว่าเครือข่ายนี้มีทั้งตำรวจและพลเรือนซึ่งมีความใกล้ชิดบุคคลสำคัญ อีกหลายคนมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งพนักงานสอบสวน แยกการทำคดีเป็น 2 ส่วน คือคดีแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อคอรัปชั่น และแอบอ้างเบื้องสูงข่มขู่บุคคลอื่นและฉ้อโกงทรัพย์

ล่าสุดพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้สามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีได้ 38 คน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกควบคุมตัวแล้ว มีเพียง 4-5 ราย ที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว

ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นบุคคลใกล้ชิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไล่ตั้งแต่ พล.ต.ต.โกวิทย์ เพื่อนร่วมรุ่น นรต.31 พล.ต.ต.บุญสืบ พ.ต.อ.อัครวุฒิ หลิมรัตน์ ผกก.1 กองบังคับการตำรวจปราบปราม ซึ่งฆ่าตัวตายหลังเรื่องราวเปิดเผย พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รองผกก.6 กองปราบปราม พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 บก.ปคม. ดาบตำรวจฉัตรินทร์ เหล่าทอง ดาบตำรวจสุรศักดิ์ จันทร์เงา นายทรงพล ทองสิน นางปิยพรรณ และนายชอบ ชินนะประภา น้องสาวและน้องเขยของ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ นางสวงค์ มุ่งเที่ยงและนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช เจ้าของร้านของเก่าที่มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ นายสหชัย เสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ นักธุรกิจค้าน้ำมัน ซึ่งถูกล่าวหาว่าจ่ายส่วยให้กับเครือข่ายนี้

ผู้ต้องหาที่เหลือเป็นเครือญาติของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว "สุวะดี" คือนายณัฐพล สุวะดี นายสิทธิศักดิ์ สุวะดี นายณรงค์ สุวะดี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเบื้องสูงข่มขู่บุคคลอื่น โดยมี นายไพเชษฐ์ เมธีสริยพงศ์ เจ้าของอู่รถเมล์ นายนพพร ศุภพิพัฒน์ เจ้าของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม นาวาอากาศโท ปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด นายปรีชา ดาราไตร นำเข้าและขายรถมือสอง นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ นายชากานต์ ภาคภูมิ เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร

นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล หนึ่งในสมาชิกของครอบครัว สุวะดี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีรุกป่าและปลูกสิ่งก่อสร้างขวางลำน้ำสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อหาเดียวกันกับที่ พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล อดีตผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร สามีถูกกล่าวหา โดยสถานที่กระทำความผิดคือสวนผึ้งรีสอร์ท

ซึ่งนางสุดาทิพย์ ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาแอบอ้างเบื้องสูง เพื่อกีดกันคู่แข่งในการประมูลเครื่องเสวยและครัวข้าราชบริพาร วังอัมพร และวังศุโขทัย ในนามคณะบุคคลปณสุ ซึ่งขายผักสด ผักต้ม และน้ำพริก ล่าสุดตำรวจอยู่ระหว่างเรียกนางปาลิดา หลักเฉลิมพร หนึ่งในเครือญาติครอบครัว "สุวะดี" มาให้ปากคำเนื่องจากทำธุรกิจในนามคณะบุคคลปณสุ กับนางสุดาทิพย์

การรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆในคดีนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ตำรวจได้ทำตามพยานหลักฐานซึ่งการทำสำนวนมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าภายใน 10 วันหลังจากนี้จะส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend