ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ความเคลื่อนไหว ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย

7.45K 12

"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮโดค้ชทีมชาติไทย วาง อดิศักดิ์ ไกรษร หน้าตัวเป้า ลั่นต้องเก็บชัยชนะให้ได้ และต้องไม่เสียประตู

ช้างศึก ทีมชาติไทย มีคิวทำศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก วันที่ 17 ธันวาคม นี้ พบ เสือเหลือง มาเลเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. ช่อง 7 ถ่ายทอดสด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย นำลูกทีมฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายในช่วงเช้า ที่สนามการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.1โดยเป็นการฝึกซ้อมเพียงเบาๆ เพื่อผ่อนคลายหลังซ้อมหนักมาโดยตลอด ก่อน ซิโก้ จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยว่าการเจอกับ มาเลเซีย จะเปิดเกมรุกตั้งแต่นาทีแรก

เราต้องการชัยชนะเพื่อกุมความได้เปรียบ ดังนั้นจะเปิดเกมรุกใส่ มาเลเซีย และเอาประตูแรกให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ทุกคนต้องระมัดระวังการสวนกลับของ มาเลเซีย ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้ามเสียประตู ส่วนความพร้อมของตัวผู้เล่นหากไม่นับ กีรติ เขียวสมบัติ กับ อดิศร พรหมรักษ์ ที่เจ็บยาว นอกนั้นถือว่าสมบูรณ์ทุกคน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่ามีโค้ชชาวไทยรายหนึ่งได้นำวีดีโอมาถ่ายการฝึกซ้อมของ ทีมชาติไทย ซึ่งพอสอบถามถึงสาเหตุก็ไม่ได้รับคำตอบว่ามาถ่ายเพื่ออะไร ทำให้หลายคนคาดเดาว่าน่าจะเป็นสายสืบของ มาเลเซีย ที่ส่งคนไทยมาดูการฝึกซ้อมของ ช้างศึก เนื่องจากที่ผ่านมาโค้ชชาวไทยรายนี้ไม่เคยมาชมการซ้อมของ ทีมชาติไทย เลย ซึ่ง ซิโก้ กล่าวว่าไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าแท็คติกการเล่นของ ไทย มีความหลากหลายและน่าจะเอาชนะ มาเลเซีย ได้

สำหรับ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมชาติไทย ในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลังจากขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ริมเส้นขวา มงคล ทศไกร ริมเส้นซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้าตัวเป้า อดิศักดิ์ ไกรษร โดย ไทย จะสวมชุดสีน้ำเงินลงสนาม ขณะที่ผู้ตัดสิน, ผู้ช่วยฯ 1, ผู้ตัดสินที่ 4 เป็นชาวอุซเบกิสถาน และผู้ช่วยฯ 2 เป็นชาวฮ่องกง

ด้าน ดอลลาห์ ซัลเลห์ เฮดโค้ช มาเลเซีย เผยว่าคาดหวังจะได้ผลการแข่งขันที่ดีกลับออกไปแม้รู้ว่า ทีมชาติไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่ตนเองมีวิธีรับมือแน่นอน ส่วนตัวผู้เล่นจะนำทัพโดย ซาฟิก ราฮิม, ซาฟี ซาลี และตาลาฮา

ทั้งนี้ สถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันในรายการชิงแชมป์อาเซียน ปรากฎว่าเจอกัน 11 ครั้ง ไทย ชนะ 6 เสมอ 3 และ มาเลเซีย ชนะ 2 ครั้ง โดยหนสุดท้ายที่พบกันคือรอบแรก ไทย ชนะ 3-2 นอกจากนั้นเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศ หลังทั้งคู่เคยเจอกันรอบชิงฯ เพียงครั้งเดียวคือครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2539 โดย ไทย ชนะ 1-0 จากการทำประตูของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย คนปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ธีรพงษ์ รัตนวงศ์ภิญโญ รองเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ได้แถลงข่าวขอความร่วมมือแฟนบอลไม่ซื้อตั๋วผี พร้อมยืนยันว่าหน้าสนามวันแข่งขันจะไม่มีการจำหน่ายตั๋วแน่นอน เพราะได้จำหน่ายหมดลงไปแล้ว

นอกจากนั้นเราจะเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันไม่ให้แฟนบอลทำความผิด โดยเฉพาะการจุดพลุ โดยได้เตรียมกองกำลังพิเศษจากตำรวจและทหาร ขณะที่จำนวนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบอกได้ แต่ยืนยันว่าเพียงพอต่อการเข้าจับกุมผู้ทำความผิดแน่นอน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend